วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่ อ้างลูกหมาบางแก้วยังไม่ให้ แก้ลำถูกร้อง! เพิ่งรับว่าเป็น 'นักการเมือง' (คลิป)

“ศรีสุวรรณ” ยื่นร้อง ป.ป.ช.สอบนายกฯ ควัก 2.5 หมื่นซื้อ 3 ลูกหมาบางแก้วแจก “บิ๊กป๊อก-บิ๊กฉัตร” ผิด พ.ร.บ.ให้หรือรับของขวัญเกิน 3 พัน “บิ๊กตู่” อ้างยังไม่ได้รับลูกหมาสักตัว อ้างจ่ายเงินเกินค่าตัวบวกค่าวัคซีนกับค่าขนส่ง “อนุพงษ์” ชิ่งรู้ผิด ก.ม.ไม่ขอรับ “ฉัตรชัย” บอกยังไม่ได้รับ แต่ไม่กังวลใจ ป.ป.ช.ชี้ช่องหลักเกณฑ์รับแล้วส่งคืนได้ ปศุสัตว์บางระกำฉีดวัคซีนฟรี ฝากคอกเลี้ยงก่อนส่งมอบ เจ้าของฟาร์มรับเงินแล้ว ไม่สนใครสอบใคร “ประยุทธ์” เมิน “ปู่พิชัย” ปลุก ปชป.-พท.ผนึกกำลังทวงคืนประชาธิปไตยจากทหาร ย้อนไม่ใช่ทหารแล้วแต่เป็นนักการเมืองที่เคยเป็นทหาร “วิรัตน์” เชื่อเป็นไปไม่ได้ 2 ขั้วจูบปาก “บิ๊กป้อม” ร้องเสียงหลงฉากหลบนาฬิกาหรู ป.ป.ช.เรียกสอบเพิ่มบุคคลที่ 3 “อ๋อย” จี้สาวพันสินบนใช้งบประมาณของรัฐหรือไม่

จากกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคม พิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ประกาศจะยื่นร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กระทำผิดกฎหมายให้หรือรับของขวัญมูลค่าเกิน 3,000 บาท กรณีซื้อสุนัขพันธุ์บางแก้ว 3 ตัว มอบให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

“บิ๊กตู่” นำ ครม.ทำบุญปีใหม่

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 3 ม.ค.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกฯ นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคู่สมรส ทำพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่พุทธศักราช 2561 โดยร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 61 รูป ที่บริเวณสนามหญ้าข้างตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมเดินทักทายสวัสดีปีใหม่พูดคุยกับบรรดารัฐมนตรีที่เข้าร่วมพิธีอย่างอารมณ์ดี

ออกตัวยังไม่ได้รับลูกหมาบางแก้ว

จากนั้นเวลา 08.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า ไปยังตึกบัญชาการเพื่อเป็นประธานการประชุม ครม.โดยทักทายสวัสดีปีใหม่ผู้สื่อข่าวที่มารอสัมภาษณ์ ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบกรณีที่นายกฯ ซื้อสุนัขพันธุ์บางแก้ว 3 ตัว 25,000 บาท ที่ จ.พิษณุโลก โดยแบ่งมอบให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ อาจขัดต่อกฎหมาย ป.ป.ช.ว่าด้วยการให้หรือรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นเกิน 3,000 บาท พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ยังไม่ได้รับสุนัขสักตัว” ผู้สื่อข่าวถามว่าจ่ายเงินไปแล้วนายกฯ เปลี่ยนใจจะไม่ซื้อได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “จ่ายไปแล้ว เดี๋ยวใครจะเอาที่ผมก็ให้มาซื้อต่อไง” ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า แสดงว่านายกฯ พร้อมจะขายต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์เดินเลี่ยงไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าที่เรียบเฉยระหว่างตอบผู้สื่อข่าว โดยไม่มีอารมณ์หงุดหงิดใดๆ

เงินส่วนที่เกินคือค่าส่ง–วัคซีน

กระทั่งเวลา 13.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ถึงกรณีถูกร้องให้ป.ป.ช.สอบการจ่ายเงิน 25,000 บาท ซื้อสุนัขพันธุ์บางแก้ว 3 ตัว มอบให้ รมว.มหาดไทย และรองนายกฯ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย ป.ป.ช. ให้และรับของขวัญเกิน 3,000 บาทว่า “เรื่องหมาบางแก้ว เป็นเรื่องสุนัข ขออย่าให้เป็นเรื่องใหญ่เลย ผมยังไม่ได้ให้ใครสักคน วันนั้นก็ได้แต่ถามว่าใครจะเอา ที่จ่ายเงินไป ซึ่งในส่วนที่เกินให้เขาไปนั้น ส่วนหนึ่งถ้าหักลบก็จะเป็นค่าวัคซีนและค่าขนส่งก็มาก และผมก็ยังไม่ได้หมาสักตัว จะรอดรึเปล่าก็ยังไม่รู้ เพราะหมาตัวเล็กนิดเดียว ผมรู้สึกเห็นใจเขา เรื่องนี้ผมชี้แจงได้หมด และผมก็ยังไม่ได้ให้ใคร ถ้าให้ใครแล้ว ต้องมาจ่ายเงินผม ผมรู้กฎหมาย รู้ว่าให้ใครเกิน 3,000 บาทไม่ได้ และรองนายกฯกับรัฐมนตรีก็บอกว่าขอไปดูหมาที่บ้านก่อน เลี้ยงหมาอยู่หลายตัว เขาก็ต้องไปดูหมาที่บ้านก่อนว่ามันจะอยู่กันได้รึเปล่า เพราะหมามันก็มีเจ้าถิ่น”

“บิ๊กป๊อก” ชิ่งรู้ผิด ก.ม.ไม่ขอรับไว้

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะยื่นเรื่องร้องเรียนคณะกรรมการ ป.ป.ช.กรณีนายกฯซื้อสุนัขพันธุ์บางแก้วโดยจะมอบให้ พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 3,000 บาทว่า ตนไม่ทราบ ยังไม่ได้รับสุนัขเลย ซึ่งตนจะเรียนนายกฯว่าที่บ้านมีสุนัขแล้ว และถ้านายกฯจะให้ ในใจก็คิดว่าจะขอไม่รับ คุณก็รู้ว่าผิดกฎหมาย ถ้ารับของใครเกิน 3,000 บาท ถ้าจะรับก็จะจ่ายเอง

“บิ๊กฉัตร” ยังไม่ได้รับ-ไม่กังวลใจ

ด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาลิกัลยะ รองนายกฯกล่าวว่า กรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคม องค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อให้เอาผิดจากกรณีที่นายกฯและหัวหน้าคณะ คสช. ซื้อสุนัขพันธุ์บางแก้วให้นั้น ยังไม่ได้รับสุนัขจากนายกฯ และส่วนตัวก็ไม่ได้มีความกังวลใดๆกับเรื่องนี้

“ศรีสุวรรณ” ยื่นสอบ “บิ๊กตู่” แจกหมา

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ผ่านนายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ให้ตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กระทำผิดมาตรา 103 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตว่าด้วยการให้หรือรับของขวัญที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท กรณีการซื้อสุนัขพันธุ์บางแก้ว 3 ตัว ราคาตัวละ 6,000 บาท มอบให้ พล.อ. อนุพงษ์และ พล.อ.ฉัตรชัยระหว่างลงพื้นที่ ครม.สัญจรที่ จ.พิษณุโลก โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า อยากให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.อนุพงษ์และ พล.อ.ฉัตรชัย เพราะการที่นายกฯ มอบสุนัขให้ พล.อ.อนุพงษ์และ พล.อ.ฉัตรชัย เข้าข่ายขัดหลักเกณฑ์การให้หรือรับทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท หรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของข้าราชการและนักการเมือง แม้รัฐมนตรีทั้งสองคนระบุว่ายังไม่ได้รับสุนัข แต่เป็นหน้าที่ ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบ เพราะเมื่อมีการจ่ายเงินซื้อสุนัขไปแล้วถือว่าเข้าข่าย การปฏิเสธว่ายังไม่ได้รับ แต่สุนัขอาจไปอยู่ที่บ้านแล้วก็ได้ ป.ป.ช.จะต้องไปตรวจสอบก่อน

ป.ป.ช.แจงหลักเกณฑ์ให้ส่งคืนได้

ด้านนายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษกล่าวว่า จะตรวจสอบหลักฐานที่ยื่นมาตามขั้นตอนว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายการให้หรือรับทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท หรือไม่ ตามหลักเกณฑ์หากเป็นการรับ โดยไม่สามารถปฏิเสธได้ เพื่อมิตรไมตรีจิต รับเพื่อไม่ให้เสียน้ำใจก็สามารถทำเรื่องแจ้งต่อผู้บังคับบัญชา หรือส่งคืนได้ โดยให้ทำเรื่องแจ้งหน่วยงานในการส่งคืน หากเห็นว่าไม่สมควร ทั้งนี้ ป.ป.ช.อาจส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่บ้านว่าได้รับสุนัขแล้วหรือยัง แม้จะมีการปฏิเสธว่ายังไม่ได้รับก็ตาม

ปศุสัตว์ฉีดวัคซีนฟรี 3 ลูกบางแก้ว

เมื่อเวลา14.30 น. ผู้สื่อข่าวไปที่คอกชนะชัย บางแก้ว หมู่ 9 ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ฟาร์มสุนัขพันธุ์บางแก้วของนายเสนอ จันทร์พุฒ อายุ 54 ปี เจ้าของลูกสุนัขพันธุ์บางแก้วจำนวน 3 ตัว ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ซื้อไว้ 3 ตัว ในราคา 25,000 บาท ขณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมบริษัทประชารัฐรักสามัคคีพิษณุโลก (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน พร้อมพบประชาชนที่บ้านวังส้มซ่า หมู่ 1 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมืองพิษณุโลก เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2560 พบนายธวัช พุ่มนาค ปศุสัตว์ อ.บางระกำ นายไชยญา เจริญสวัสดิ์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ ปศุสัตว์ จ.พิษณุโลก นำเจ้าหน้าที่ตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนรวมให้ลูกสุนัขทั้ง 3 ตัว โดยลูกสุนัขมีสุขภาพแข็งแรงร่าเริงดี

นายธวัชกล่าวว่า อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้ มอบหมายให้ปศุสัตว์อำเภอบางระกำและปศุสัตว์ จ.พิษณุโลก ติดตามดูแลการฉีดวัคซีน โดยให้เจ้าของคอกเป็นผู้เลี้ยงไปก่อน ลูกสุนัขทั้ง 3 ตัวยังไม่มีการตั้งชื่อ ส่วนการนำไปมอบให้กับนายกฯ นั้น ต้องหลังจากการฉีดวัคซีนในระยะ 7-15 วันไปก่อนจึงจะดำเนินการได้

เจ้าของฟาร์มไม่สนรับเงินเรียบร้อย

ด้านนายเสนอ จันทร์พุฒ กล่าวว่า วันนั้นตนนำเจ้าเมืองแมน พ่อพันธุ์ไปโชว์ พร้อมกับลูกสุนัขทั้ง 3 ตัว ท่านนายกฯ ถามว่าขายตัวละเท่าไหร่บอกไปว่าตัวละ 6,000 บาท แต่ท่านก็เสนอเงินค่าซื้อลูกสุนัขทั้ง 3 ตัวในราคา 25,000 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือและสนับสนุนการเพาะพันธุ์สุนัขต่อไป และตนได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว ส่วนประเด็นที่จะมีผู้ยื่นตรวจสอบนายกฯ จะนำลูกสุนัขไปมอบต่อให้ผู้อื่น ตนไม่ได้สนใจและไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรด้วย เป็นสิทธิของนายกฯ และตนไม่มีความรู้เรื่องกฎหมาย แค่ท่านมาเยี่ยมชมสุนัขที่ตนนำไปแสดง และซื้อลูกสุนัข 3 ตัว ก็ดีใจมากแล้ว อาชีพหลักของตนคือการทำนา เพาะพันธุ์สุนัขไทยพันธุ์บางแก้ว ที่มีถิ่นกำเนิดที่ ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ ได้ 10 ปีแล้ว มีรายได้เสริมจากการผสมพันธุ์ และเพาะพันธุ์ลูกสุนัขขายปีละประมาณ 200,000 บาท

“บิ๊กตู่” รับใช้กองหนุนเกลี้ยงหน้าตัก

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ระบุว่านายกฯใช้กองหนุนเกือบหมดแล้วว่า ตนเข้าใจและ ครม.หลายคนที่ไปอวยพรปีใหม่ พล.อ.เปรมวันนั้นก็เข้าใจ คำว่ากองหนุนหมายความว่า เราได้เอาคนทุกคนมาช่วยขับเคลื่อนประเทศไปแล้ว ความร่วมมือเกิดมากขึ้นในกลุ่มประชารัฐ แต่ทำอย่างไรมันจะมากขึ้น ตีความหมายแบบนี้ พล.อ.เปรมคงไม่ได้มีเจตนาอะไรที่จะมองในเรื่องไม่ดี ซึ่งกองหนุนอยากได้ทุกพวก คือประชาชน วันนี้ทุกคนบอกว่าความขัดแย้งไม่เห็นมีอะไร แล้วมันสงบกันอย่างไรก็เป็นเรื่องของท่าน กองหนุนไม่ได้มีกองเดียว มีขั้นที่ 1 ที่ 2 วันนี้ผ่านขั้นที่ 1 มาแล้ว ขั้นที่ 2 คนยังลำบากอยู่ ต้องแก้ให้เขาจึงจะมีเพิ่ม ตอนนี้เอามาทุกกลุ่มแต่ยังมาได้ไม่มาก

ยันบ้านเมืองสงบแค่ระดับหนึ่ง

เมื่อถามว่า ความสงบช่วงปีใหม่เป็นสัญญาณที่ดีของบ้านเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า สื่อทุกสื่อเขียนว่าปีใหม่การต่อสู้ทางการเมืองจะแรงขึ้น ข้อมูลตอนนี้สงบในระดับหนึ่ง ยังไม่ออกมาข้างนอก กฎหมายปกติเอาไม่อยู่หรอก วันนี้ในโซเชียลมีเดียมีมากมาย ต้องแก้ให้ได้ก่อนไปสู่การเลือกตั้ง ยังไม่รู้ใครจะมารับผิดชอบต่อ เขาจะแก้ได้หรือเปล่าไม่ทราบ จะทำให้สงบแบบนี้ได้หรือเปล่าไม่รู้ ใครจะเป็นรัฐบาลยังไม่ทราบใช่ไหม เมื่อได้รัฐบาลเลือกตั้งมาแล้วจะบริหารได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ทุกอย่างมีบทเรียนทั้งสิ้น เมื่อถามว่า แสดงว่าไม่มั่นใจสถานการณ์ข้างหน้า พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่เกี่ยวกับตนมั่นใจหรือไม่ เป็นเรื่องกติกา จะเลือกตั้งได้เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ตนจะมั่นใจหรือไม่มั่นใจก็ทำอะไรไม่ได้

เเอ่นอกเป็นนักการเมืองเต็มตัว

“วันนี้เป็นวันแห่งความสุข เป็นวันแห่งรอยยิ้ม ผมก็ยิ้มเยอะๆ แต่ก่อนผมยิ้มแล้วหุบเร็ว วันนี้ผมต้องเปลี่ยนแปลง เพราะผมไม่ใช่ทหาร เข้าใจไหม เป็นนักการเมืองที่เคยเป็นทหาร มันก็ติดนิสัยทหารอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุดคือประชาชน และไม่ใช่ประชาชนของผม ทุกคนเป็นพลเมืองไทย ต้องหนุนการเมืองที่ถูกต้องมีธรรมาภิบาล มีการเลือกตั้งในระบบยุติธรรม มีพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ ใช้จ่ายงบประมาณคุ้มค่า ประหยัด ตรวจสอบได้ และการตรวจสอบเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม อย่ามาตัดสินกันเองเลยทุกเรื่อง” เมื่อถามว่า จะเป็นนักการเมืองยาวๆไปเลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ไม่เคยอยากเป็นสักวัน ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ยังไม่ได้อยากเป็น แต่มันด้วยหน้าที่ความจำเป็น ชีวิตรับผิดชอบ ตนรับผิดชอบด้วยชีวิต

โต้ “ปู่พิชัย” มั่นใจอุดมการณ์อย่ากลัว

เมื่อถามถึงกรณีที่นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย จับมือกันทวงคืนประชาธิปไตยจากทหาร นายกฯกล่าวว่า ทวงจากทหารที่ไหน เคยบอกแล้วว่ารัฐบาลไม่ใช่ทหาร ถึงตนจะมาจากทหารก็ไม่ใช่ทหาร ออกจากทหารมา 3 ปีแล้ว อย่าไปมองว่าอะไรก็ทหาร ต้องไปดูว่าสร้างความเกลียดชังให้กับทหารหรือไม่ เรื่องใครจะไปจับมือใครเป็นสิทธิส่วนบุคคล ทุกพรรคการเมืองมีอุดมการณ์ที่ประชาชนยอมรับ มีสมาชิกพรรคที่ครบถ้วนถูกต้องก็จบสังคมรับได้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนถ้ามั่นใจ เชื่อมั่นในอุดมการณ์จะกลัวทำไม หลายเรื่อง กกต.ช่วยแก้ปัญหาได้ วันข้างหน้าเป็นเรื่องของประชาชนจะตัดสินกาบัตร ไม่ใช่ให้ตนไปสั่งกาบัตรให้ใคร เพราะทำไม่ได้ ตนไม่อยากใช้คำว่าเป็นการต่อสู้ทางการเมือง เป็นเรื่องของทหารที่ต้องการมีอำนาจต่อ บอกไปแล้วว่าเบื่อการใช้อำนาจ ไม่ได้รู้สึกว่าอยากมีอำนาจ

โบ้ยเลือกตั้งชัดหลัง ก.ม.ลูกเสร็จ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนการประกาศความชัดเจนในการเลือกตั้ง ทุกอย่างยังเป็นไปตามโรดแม็ป ตนไปพูดกับต่างประเทศแบบนี้ หลายประเทศที่ไปอธิบายเข้าใจ เพราะได้บอกว่าอยู่ที่กฎหมายลูก 2 ฉบับ หากประกาศใช้เมื่อไรก็เมื่อนั้น แต่อย่ามาบอกว่าดึงเรื่องคงทำไม่ได้ ที่ผ่านมา กรธ.ร่างกฎหมายโดยความคิดเห็นของเขาเอง จะไปยุ่งอะไร เมื่อถามว่ายังจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.2561 หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็ประกาศไปแล้วไง ถ้ากฎหมายลูกเสร็จก็เลือกตั้ง แต่ถ้าไม่เสร็จก็ไม่ใช่เรื่องของผม หรือเสร็จก็ไม่ใช่เรื่องของผม แล้วไม่ใช่ ไปโทษ สนช.ดึงเรื่อง มันไม่ใช่ เวลา สนช.อภิปรายกันเขาไม่ได้พูดเข้าข้างผมสักคน บางเรื่องเขาไม่เห็นด้วย ถ้าบอกว่าผมมีอำนาจทับซ้อน สนช.จริงแล้วเขาจะกล้าเหรอ แสดงว่าปล่อยเสรีเขา ผมจะไปสร้างเรื่องทำไม”

เมิน ปชป.–พท.ยื่นตีความคำสั่ง ม.44

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทยเห็นตรงกัน จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ขัดต่อรัฐธรรมนูญว่า เป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้ เป็นเรื่องของกระบวนการ หากไม่ดีไม่ถูกต้อง อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา แต่คำสั่ง คสช.ที่ออกมาทั้งหมดในรัฐธรรมนูญระบุว่าเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ แต่ต้องไม่ละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ต้องไปดูว่าละเมิดตรงไหนอย่างไร ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ไม่รู้ๆ กำลังให้ตรวจสอบอยู่ ให้เขายืนยันมาก่อน ส่วนการเตรียมแถลงความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศในปี 2561 รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งให้คณะกรรมการปฏิรูปแห่งชาติจัดทำแผนแม่บท โดยจะให้ คสช.เป็นผู้แถลงผลงาน ภายใน 1-2 เดือนนี้

“ประวิตร” ย้ำโรดแม็ปคงเดิม

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายวิพากษ์ วิจารณ์การเลือกตั้งจะมีขึ้นหรือไม่ว่า จากที่ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เป็นไปตามโรดแม็ปเดิมทุกอย่าง เมื่อถามว่า แต่ถ้าหากบ้านเมืองยังไม่สงบ ก็ไม่มั่นใจว่าจะมีเลือกตั้งเกิดขึ้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ต้องขึ้นอยู่กับพวกเรา ต้องมาดูว่าเหตุการณ์จะสงบดีหรือไม่ ประชาชนต้องการความสงบมาเป็นลำดับแรกอยู่แล้ว ต้องขอบคุณประชาชนทั้งหมดในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ไม่มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นเลย ถือว่าฝ่ายความมั่นคงทำงานได้ผล

“ดอน” ปัดข่าวเตรียม ลต.ต่างแดน

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารทางสังคมออนไลน์ระบุว่า เป็นประกาศของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เรื่องเตรียมการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในปี 2561 ว่า รัฐบาลไม่ได้สั่งการให้สถานทูตไทย ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ออกประกาศให้เตรียมการเลือกตั้งปลายปี 2561 ซึ่งไม่แน่ใจว่าเกิดจากความผิดพลาดของสถานเอกอัครราชทูต หรือถูกแฮกข้อมูลหรือไม่ เบื้องต้นสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศตรวจสอบข้อเท็จจริง

“อภิสิทธิ์” ลั่นต้องรังเกียจคนชั่ว

วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ 101 องศาข่าว ช่วงตรงไปตรงมากับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 101 ประเด็นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ระบุว่า ตนเองไม่ใช่ทหาร แต่เป็นนักการเมืองที่เคยเป็นทหารว่า คิดว่าไม่ควรจะมีใครรังเกียจทหาร ไม่ควรจะมีใครรังเกียจนักการเมือง แต่ควรจะรังเกียจคนชั่ว “ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือเป็นทหาร ถ้าชั่วก็ควรจะรังเกียจ แต่มันไม่ควรจะมีใครไปรังเกียจอาชีพใดอาชีพหนึ่ง โดยหลักแล้วเป็นอาชีพที่สามารถทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้ทั้งนั้น ผมว่าก็ถูกของท่าน ผมพูดมานานแล้วว่าเมื่อมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง ท่านก็เป็นนักการเมือง แล้วท่านไม่ได้รับราชการทหารแล้ว ไม่ได้อยู่ในกองทัพ ก็ดีครับมันจะได้เป็นความชัดเจนว่าสถานะของท่านขณะนี้คือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่วนทหารนั้นเราต้องพูดถึงกองทัพ แยกกันอย่างนี้ก็ดีครับ”

ถ้า คสช.ทำดีอย่าไปหวั่นไหว

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า หลังจากมีโหรทำนายคสช.ดวงตก ไม่อยากให้ คสช.เสียกำลังใจ อยากให้คิดว่ามันจะดีหรือไม่ดี อยู่ที่การกระทำของท่านเอง ถ้าทำถูกไปในทิศทางที่ถูกต้องจะดีเอง อย่าไปหวั่นไหว แม้ใครจะมาบอกว่าดวงไม่ดี ดวงตกอย่างนั้นอย่างนี้ นอกจากนี้ รู้สึกเสียดายโอกาสที่นายกฯ อุตส่าห์พูดยืนยันเรื่องโรดแม็ปเลือกตั้งว่า คสช.ต้องกล้าที่จะประกาศว่าจะดูแลให้มันเป็นไปตามตารางเวลาที่ประกาศไว้ แต่ถ้ามีเหตุสุดวิสัยเหตุจำเป็นก็จะบอกอย่างตรงไปตรงมา ถ้าเป็นอย่างนี้ทุกคนจะมีทั้งความมั่นใจตรงไปตรงมา

“วิรัตน์” เชื่อ “ชวน” เป็นพี่เลี้ยง “มาร์ค”

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอของนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้พรรคประชาธิปัตย์จับมือพรรคเพื่อไทยต่อสู้กับทหารว่า ปัญหาที่แท้จริงของประเทศไทย คือการที่ใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงินเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง ไม่เคารพหลักกฎหมาย ใช้กฎหมายเพื่อตนเองพวกพ้องในโครงการประชานิยมเปิดช่องทุจริต เป็นตัวอย่างความเลวร้าย มีให้ดูหลายโครงการ เช่น โครงการรับจำนำข้าว พรรคประชาธิปัตย์ต่อสู้กับความไม่ถูกต้องมาไม่น้อยกว่า 72 ปี เราจึงต้องยืนหยัดแนวนี้ ไม่มีทางจะเป็นอื่นได้ พรรคจะจับมือและร่วมมือกับคนที่เห็นด้วยกับเรา จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะจับมือกับเพื่อไทย ส่วนข้อแนะนำให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค มาเป็นหัวหน้าพรรค เมื่อ คสช.อนุญาตให้พรรคจัดประชุม เชื่อว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อและได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นผู้นำทัพ ลงสู่สนามเลือกตั้งที่จะมาถึง ส่วนนายชวนจะเป็นพี่เลี้ยงที่มีคุณภาพ มีประสบการณ์ มีบารมีและจะยืนหยัดเคียงคู่กับนายอภิสิทธิ์ตลอดไป

“วัฒนา” ชี้ ปชช.รอทวงสิทธิเลือกตั้ง

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯให้สัมภาษณ์ว่า “ถ้าสถานการณ์ปี 2561 ยังมีความขัดแย้งสูง ไม่รับประกันว่าจะมีการเลือกตั้ง” เป็นการพูดโดยไม่ดูกาลเทศะ ช่วงเฉลิมฉลองปีใหม่ ไม่ควรเอาเรื่องอัปมงคลมาพูด ทำให้ประชาชนไม่มีความสุข ยังแสดงถึงความอหังการว่ามีอำนาจจะทำอย่างไรก็ได้ โดยประชาชนไม่มีสิทธิหืออือ เริ่มเป็นห่วง พล.อ.ประยุทธ์ ความเป็นทหารเคยสั่งลูกน้องหันซ้ายหรือขวาได้ จึงอาจเข้าใจว่าประชาชนเหมือนพลทหาร เป็นความเข้าใจผิดมหันต์ เพราะประชาชนเป็นนายไม่ใช่ลูกน้อง จึงไม่มีทางจะใช้คำสั่งหรือปกครองด้วยอาวุธ แบบที่ใช้กับทหารได้ การที่คนไทยยังเฉยเพราะรอจะเลือกตั้งตามโรดแม็ป ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับแต่วันที่กฎหมายลูก 4 ฉบับมีผลบังคับใช้ ประชาชนพร้อมจะทวงสิทธิเลือกตั้งทันที เพราะให้เวลา คสช.นานพอสมควรแล้ว

รู้ทันเล่ห์เพทุบายยื้อหย่อนบัตร

“การใช้เล่ห์เพทุบายออกคำสั่งใดๆที่จะทำให้จัดการเลือกตั้งไม่ทันตามกรอบระยะเวลาตามรัฐธรรมนูญ อย่าคิดว่าประชาชนไม่รู้เท่าทัน อย่าได้คิดว่าประชาชนจะยอมให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก รีบยกเลิกคำสั่งจำกัดสิทธิและเสรีภาพ เพื่อให้พรรค การเมืองทำกิจกรรมเตรียมตัวเลือกตั้ง อย่าปัดความรับผิดชอบหรือโยนบาปให้ประชาชน ในอดีตนายทหาร พล.อ.หลายคนที่มีอำนาจมากกว่านี้ ต้องหนีหัวซุกหัวซุนเอาตัวรอด เพราะประเมินประชาชนต่ำ จึงเตือนด้วยความหวังดีอีกครั้งว่า อย่าดูแคลนประชาชน จำไว้ให้ขึ้นใจ” นายวัฒนากล่าว

“บิ๊กป้อม” ร้องโว้วชิ่งหลบนาฬิกาหรู

อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา13.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้กลับมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนตามปกติ โดยเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นการเลือกตั้งตามโรดแม็ปเสร็จแล้ว ผู้สื่อข่าวได้พยายามซักถามถึงการชี้แจงปมนาฬิกาหรูต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีการแจ้งความคืบหน้ากลับมาอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรปฏิเสธที่จะตอบคำถาม แต่ส่งเสียงร้องอุทานขึ้นมาเพียงว่า “โว้ว” ก่อนรีบเดินขึ้นรถประจำตำแหน่งไปทันที

ป.ป.ช.เซ็นเพิ่มสอบบุคคลที่ 3

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบเรื่องนาฬิกาหรูและแหวนเพชร ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ว่า ได้รายงานให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ทราบ ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค.2560 ว่า พล.อ.ประวิตรได้ส่งหนังสือชี้แจงเรื่องดังกล่าวมาแล้ว ล่าสุดในวันที่ 3 ม.ค.ได้เซ็นหนังสือเชิญบุคคลที่ 3 ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนาฬิกาหรูอีกหลายรายมาชี้แจงรายละเอียดแก่ ป.ป.ช.แล้ว ทุกอย่างเป็นการดำเนินการตามขั้นตอน ในวันที่ 5 ม.ค. จะมีการแถลงข่าวเรื่องการทำงานของ ป.ป.ช.ในคดีต่างๆ ที่ประชาชนให้ความสนใจหลายเรื่อง อาทิ คดีสินบนโรลส์รอยซ์ รวมถึงกรณีนาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร ถ้าสื่อมวลชนสอบถามมาก็พร้อมชี้แจงว่ามีความคืบหน้าอย่างไร ได้วางแนวทางไว้ว่าป.ป.ช.จะแถลงต่อสื่อมวลชนในคดีที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อให้ทราบความคืบหน้าการทำงานของ ป.ป.ช.

“อ๋อย” ไล่บี้สาวพันสินบนงบรัฐหรือไม่

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อ“นาฬิกา พล.อ.ประวิตร เรื่องคาใจแห่งปี”ว่า นาฬิกาของพล.อ.ประวิตรมีการวิพากษ์วิจารณ์ล้อเลียนเสียดสีกันมากที่สุด ดูจะทำให้ คสช.เสื่อมลงอย่างรวดเร็วด้วย โดยมีปัญหาต้องพิจารณาคือ 1. นาฬิกานั้นเป็นของพล.อ.ประวิตรจริงหรือไม่ 2. ได้นาฬิกาเหล่านี้มาตั้งแต่เมื่อใด ก่อนหรือหลังยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ครั้งล่าสุด 3. ถ้าอยู่ในความครอบครองของ พล.อ.ประวิตรจริงและได้มาก่อนยื่นบัญชีทรัพย์สินครั้งล่าสุด เหตุใดจึงไม่รายงานไว้ในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. จะอ้างว่าลืมหรือเผอเรอคงไม่ได้ หากชี้แจงไม่ได้ อาจถูกตั้งข้อหาจงใจปกปิดทรัพย์สินและร่ำรวยผิดปกติ แต่ถ้าได้มาหลังยื่นบัญชีทรัพย์สินล่าสุด ได้มาอย่างไร โดยสุจริตหรือไม่ จะอ้างว่าเพื่อนให้ยืมมาคงไม่ได้ ยิ่งบอกว่าเพื่อนตายไปแล้วยิ่งฟังไม่ขึ้น ถ้าซื้อมาเองเอาเงินจากไหน ถ้ามีคนให้มาผู้ให้เป็นใคร ให้จริงหรือไม่ ถ้าผู้ให้นาฬิกาไม่ใช่บุพการีหรือคนในครอบครัว จะถูกตั้งข้อหารับของขวัญที่มีมูลค่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด นอกจากนั้น ต้องตรวจสอบด้วยว่าการให้ของขวัญมูลค่ารวมกันหลายสิบล้านนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการให้สินบนเพื่อให้เกิดการทุจริตในการใช้จ่ายเงินงบประมาณของรัฐด้วยหรือไม่ ไม่ใช่แค่เรื่องการชอบใช้ชอบอวดของแพง แต่เป็นเรื่องที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันที่ร้ายแรง ที่ต้องการคำอธิบายและต้องมีการตรวจสอบ

แหย่ผิดฟอร์มปิดปากเงียบกริบ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประวิตรยังไม่ชี้แจงที่มาของนาฬิกาและแหวนเพชร ถือว่ามาผิดฟอร์ม ปกติตอบคำถามได้ทุกเรื่อง นักเรียนเตรียมทหารเสียชีวิตยังตอบจนเป็นประเด็น แต่เรื่องนี้นิ่งเงียบ ผิดสังเกตและเลือกจะไม่ชี้แจงใดๆ สังคมยังคงรอฟังคำตอบ ท่านนิ่งเงียบกลับยิ่งพบภาพนาฬิกาหรูอย่างต่อเนื่องจนทะลุปฏิทินเป็นเรือนที่ 15 ราคาตลาดรวมกว่า 10 ล้านบาทแล้วหรือไม่ ถ้า พล.อ.ประวิตรให้การว่าเป็นของเพื่อนและเพื่อนคนนั้นตายแล้ว ป.ป.ช.จะเชิญตัวบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำอย่างไร ป.ป.ช.ให้ชี้แจงเฉพาะนาฬิการิชาร์ดมิลล์หรือเรือนอื่นด้วยหรือไม่ เพราะกฎหมายใหม่ ป.ป.ช.ตรวจสอบได้โดยไม่ต้องมีผู้ร้องเรียน ตั้งเรื่องเพื่อให้ชี้แจงได้ด้วยตัวเอง สังคมอยากเห็น ป.ป.ช.ทำงานอย่างตรงไปตรงมาไม่สองมาตรฐาน เรื่องอื่นกลับเร่งรีบแต่เรื่องนี้อืดเป็นเรือเกลือหรือไม่ ยิ่งสังคมรับรู้ว่าประธาน ป.ป.ช.เคยทำงานใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตรมาก่อน ยิ่งต้องพิสูจน์ตัวเอง เน้นย้ำทำงานให้โปร่งใส ตรวจสอบอย่างเต็มที่ ไม่เลือกปฏิบัติ

นายกฯโวคนจนลดเหลือ 15 ล้าน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.กล่าวถึงกรณีที่ ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯ เสนอให้เชิญผู้ เชี่ยวชาญเข้ามาแก้ปัญหาสินค้าเกษตรในช่วงปีสุดท้ายของรัฐบาลว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธรทราบดีเพราะเคยเป็นรัฐบาล กรุณาแนะนำมาก็แล้วกัน บางครั้งผู้เชี่ยวชาญต้องเข้าใจบริบทของประเทศไทย วันนี้กลายเป็นประเด็นการเมืองเสียหมด กำลังแก้ทุกวันแก้ง่ายแก้กันไปนานแล้ว ปีนี้จะลงไปดูเรื่องปัญหาความยากจน ผู้มีรายได้น้อยต่ำกว่าปีละ 3 หมื่นบาท รัฐบาลต้องทำให้มีรายได้ 3 หมื่นบาทให้ได้ อีกส่วนต้องไปดูโมเดลจังหวัด เราต้องตั้งเกณฑ์ไว้ว่าจากรายได้เดือนละ 2 พันบาท เป็น 5 พันบาท ค่อยๆขึ้นเป็น 1 หมื่นบาท หรือ 2 หมื่นบาทได้ไหม ต้องวางโรดแม็ปลดความยากจนไม่ใช่ทำทีเดียว ที่ผ่านมาไม่ได้ทำโรดแม็ปไว้ชัดเจนก็ต้องช้า ไม่ได้โทษรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ได้พยายามลดระดับความยากจนจาก 17 ล้านคน วันนี้เหลือ 15 ล้าน แต่ค่าครองชีพสูงขึ้น คนที่เคยจน หรือว่าจนน้อยเลยจนมากขึ้น ต้องมองสองด้าน ผู้เชี่ยวชาญที่ว่ามาจะคิดแบบไหนไม้รู้ ต้องคิดแบบริบทไทยๆด้วย

ครม.แต่งตั้ง ขรก.การเมือง

พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้งนายเฉลิมศักดิ์ จันทโร เป็นเลขานุการ รมว.พลังงาน นายอภิชัย สมบูรณ์ปกรณ์ เป็นที่ปรึกษา รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พล.ต.อ. เรืองศักดิ์ จริตเอก เป็นที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม พล.อ.ท. นวรัตน์ มังคลา เป็นเลขานุการ รมว.ยุติธรรม นาย มานิตย์ สุธาพร เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คมนาคม น.ส.กัญญวิมว์ กีรติกร เป็นกรรมการผู้ช่วย รัฐมนตรี โดยมอบหมายให้ทำหน้าที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ นางเพชรรัตน์ สินอวย รองปลัด กระทรวงแรงงาน เป็นโฆษกกระทรวง และเห็นชอบให้นายอดินันท์ ปากบารา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ คงอยู่ต่อไปอีกวาระ นอกจากนี้ ยังอนุมัติหลักการมอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รักษาราชการแทน รมว.ต่างประเทศ กรณีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งหรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ตามลำดับ ให้นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ รักษาราชการแทน รมว.พาณิชย์ กรณีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติงานไม่ได้ตามลำดับ

อนุมัติ 364 ล้านแก้ประมงเถื่อน

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรอง นายกฯด้านเศรษฐกิจ เเถลงว่า ที่ประชุม ครม.ได้อนุมัติงบประมาณ 364.25 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ตามที่ศูนย์บัญชาการแก้ไข ปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) เสนอ โดยเป็นงบประมาณของหลายหน่วยงาน เช่น ศปมผ. 282 ล้านบาท กรมประมง 24 ล้านบาท กรมเจ้าท่า 10 ล้านบาท กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 19.99 ล้านบาท กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 5.5 ล้านบาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) 20 ล้านบาท กระทรวงการต่างประเทศ 1.58 ล้านบาท ทั้งนี้ปฏิบัติภารกิจระหว่างวันที่ 1 ต.ค.60 ถึงวันที่ 31 มี.ค.61 เน้นการพัฒนาระบบงานให้มีความพร้อมแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย และสนับสนุนการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของผู้แทนสหภาพยุโรป (อียู) ให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว