วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยอดรวม 6 วัน ตาย 375 ศพ แห่กลับกทม. แน่นหมอชิต 'แท็กซี่' ไม่พอ

ยอดรวม 6 วัน ตาย 375 ศพ แห่กลับกทม. แน่นหมอชิต 'แท็กซี่' ไม่พอ

  • Share:

ประชาชนแห่เดินทางกลับเข้า กรุงเทพฯ หลังสิ้นสุดเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ การจราจรบนถนนสายหลักเส้นทางเหนือ-อีสาน เริ่มคล่องตัว สถานีขนส่งเพิ่มเที่ยวรถป้องกันผู้โดยสารตกค้าง ขณะที่หมอชิต 2 ผู้โดยสารแน่นเจอปัญหารถแท็กซี่ไม่เพียงพอ ยืนรอต่อแถวยาวเหยียด ศปถ.สรุป 6 วัน เกิดอุบัติเหตุ 3,456 ครั้ง ยอดผู้เสียชีวิต 375 ราย บาดเจ็บ 3,612 คน ส่วนยอดคุมประพฤติขับรถผิดกฎหมาย 6 วัน 3,936 คดี เมาแล้วขับนำโด่งร้อยละ 89.30

เข้าสู่โค้งสุดท้ายช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาเข้ากรุงเทพฯ ขณะที่ถนนหลายสายการจราจรเริ่มคล่องตัว เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ม.ค. ที่สถานีขนส่งจังหวัดนครราชสีมาแห่งที่ 2 อ.เมืองนครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนที่ตกค้างทยอยเดินทางมาซื้อตั๋วโดยสารเพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ หลังจากช่องจำหน่ายตั๋วหลายบริษัทปิดเป็นระยะ เนื่องจากรถทัวร์เจอการจราจรที่ติดขัดจนไม่สามารถมารับผู้โดยสารได้ตามเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดนครราชสีมา ยืนยันว่าจะสามารถระบายผู้โดยสารได้หมด สั่งเพิ่มเที่ยวรถอีก 60 คัน เพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง

สำหรับสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพ จ.นครราชสีมา เป็นเส้นทางหลักจากภาคอีสานมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเช้าการจราจรเกือบทุกเส้นทางเริ่มคล่องตัวแม้จะมีปริมาณรถมาก แต่สามารถใช้ความเร็วได้ตามปกติ ไม่มีรถติดสะสม ส่วนบริเวณแยกสีดา อ.สีดา ไปจนถึงเส้นบายพาสเลี่ยงเมืองนครราชสีมารถโล่งวิ่งได้ต่อเนื่อง ขณะที่เส้นทางจากตัวเมืองนครราชสีมา ไปจนถึงทางต่างระดับ อ.สีคิ้ว ต่อเนื่องถึง คลองไผ่-ลำตะคอง-กลางดง อ.ปากช่อง ปริมาณรถมากเต็มพื้นที่แต่ไม่มีรถติดสะสม

จ.สระบุรี บรรยากาศถนนมิตรภาพมวกเหล็ก-สระบุรี ขาเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเช้ายังคงมีปริมาณรถมาก สามารถใช้ความเร็วได้ 40-50 กม./ชม. สลับหยุดนิ่งบางจุด ตำรวจ สภ.มวกเหล็ก และตำรวจทางหลวงคอยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนตามจุดต่างๆ ขณะที่ถนนสาย 304 นครราชสีมา-ปราจีนบุรี มีรถติดสะสมตำรวจทางหลวงต้องเปิดเส้นทางพิเศษเพื่อระบายรถ ส่วนแยกเขาหินซ้อน เป็นเส้นทางเชื่อมเส้นทางหลักระหว่างถนนสาย 304 กับถนนสาย 359 ปริมาณรถมากแต่วิ่งได้คล่องตัว

ส่วน จ.อุตรดิตถ์ ถนนทางหลวงหมายเลขที่ 11 (พิษณุโลก-อุตรดิตถ์) ยังมีรถจากภาคเหนือสัญจรผ่านไปยังกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมากแต่รถเคลื่อนตัวได้ดี มีติดสะสมบ้างตามจังหวะไฟแดง จ.นครสวรรค์ เป็นประตูจากภาคเหนือมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ ประชาชนทยอยเดินทางกลับส่งผลให้การจราจรติดขัดบางช่วง โดยเฉพาะถนนพหลโยธินหมายเลข 1 ตั้งแต่บริเวณสามแยกอุทยานสวรรค์ ไปจนถึงสี่แยกหน้าค่ายจิรประวัติ ปริมาณรถมากแต่สามารถวิ่งได้ตามปกติ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับถนนทางหลวงหมายเลข 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก ปริมาณรถหนาแน่นแต่เคลื่อนตัวได้ต่อเนื่อง

ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ ทยอยเดินทางมากับรถไฟอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะขนกระเป๋าเสื้อผ้ามาด้วยแล้ว ยังคงมีสิ่งของประทังชีวิต อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง หรือพืชผักต่างๆ ที่นำมาจากบ้านเกิดเพื่อมาใช้ดำรงชีพในชีวิตประจำวัน นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ยอดการเดินทางของประชาชนในวันที่ 2 ม.ค. อยู่ที่ประมาณ 124,000 คน สำหรับภาพรวมเป็นที่น่าพอใจ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง และไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรง

ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต 2) ตั้งแต่เช้ามีประชาชนพร้อมหอบหิ้วสัมภาระเดินทางมาจากต่างจังหวัดเข้ามากรุงเทพฯ อย่างคึกคักทำให้เกิดปัญหารถแท็กซี่ไม่เพียงพอ มีผู้โดยสารต่อแถวรอรถแท็กซี่ยาวเหยียด นายณัฐวุฒิ อ่อนน้อม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า วันนี้มีประชาชนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ผ่าน 3 สถานี 184,000 คน ได้แก่ สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ 50,000 คน สถานีขนส่งเอกมัย 24,000 คน และสถานีขนส่งหมอชิต 2 จำนวน 110,000 คน ทำให้สถานีขนส่งหมอชิต 2 เกิดปัญหาแท็กซี่ไม่เพียงพอ เพราะเป็นวันทำงานวันแรกคนกรุงเทพฯ รวมถึงเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.60 มีรถแท็กซี่มีอายุใช้งานครบกำหนดต้องปลดระวาง 25,000 คัน ทำให้รถแท็กซี่ขาดช่วงระยะ แต่ บขส.ขอความร่วมมือกับ ขสมก.นำรถเมล์เสริมพิเศษ เข้ามาช่วยระบายผู้โดยสารตกค้างได้หมดในเวลา 11.00 น.

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.ต.สมศักดิ์ สมรักษ์ หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน ส่วนงาน การรักษาความสงบเรียบร้อย สำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ (ศปถ.) รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 3 ม.ค. เป็นวันที่ 6 ของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 400 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 51 ราย ผู้บาดเจ็บ 431 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 40.25 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 28.50 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.76 รถปิกอัพ ร้อยละ 8.19 จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ สุพรรณบุรี บุรีรัมย์ นครราชสีมา และนนทบุรี (3 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (17 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 6 วัน (28 ธ.ค.60-2 ม.ค.61) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,456 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 375 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,612 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 8 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (120 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (15 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (124 คน)

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ภาพรวมการดูแลความปลอดภัยและการจัดการจราจรในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยพอสมควร ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่เคารพกฎหมาย เชื่อฟังเจ้าหน้าที่ อุบัติเหตุมีเป็นเรื่องปกติ แต่สถิติลดลงถือว่าดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่สถิติที่เกิดขึ้นมากที่สุดยังเกิดจากการขับขี่รถในขณะมึนเมา

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยสถิติศาลสั่งคุมประพฤติคดี พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ และขับรถประมาทในช่วงเทศกาลปีใหม่ภาพรวม ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.60 ถึง 2 ม.ค.61 ทั่วประเทศพบว่า มีผู้ที่ศาลสั่งคุมประพฤติทั้งหมด 3,936 คดี จำแนกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 3,515 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 89.30 คดีขับรถประมาท 44 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 1.11 คดีขับซิ่ง 1 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 0.02 คดีขับเสพและอื่นๆ จำนวน 376 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 9.55

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ถึงความพึงพอใจต่อภาพรวมการดูแลจราจรและลดอุบัติเหตุในช่วงปีใหม่ ว่า ปี 2561 เข้ามาแล้ว ขอให้เป็นปีแห่งรอยยิ้มของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ เรื่องการจราจรหากยังมีคนเจ็บตายอยู่ ตนก็ยังไม่พอใจ จะต้องไม่มีเลย และอุบัติเหตุต้องลดลงถึงจะน่าพอใจ แต่อันที่จริงแล้วจะต้องเป็นความพอใจของทุกคน ไม่ใช่เฉพาะของนายกฯ สิ่งที่ตนพอใจคือ การไม่มีเหตุการณ์รุนแรง และการกระทำผิดกฎหมายที่รุนแรงเหมือนหลายปีที่ผ่านมา ขอขอบคุณฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร มูลนิธิ อาสาสมัคร ที่ทำงานไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ไม่อยากให้มีเจ็บตายอีก ขอให้ช่วยกันรักษาวินัยจราจร ไม่ดื่มสุรา ดูแลความสมบูรณ์ของรถยนต์ก่อนขับขี่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้