วันอังคารที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สหรัฐ'เผชิญ หนาวหฤโหด 40รัฐเตือนภัย ลบสถิติ100ปี!

สหรัฐอเมริกาเผชิญวิกฤติความ หนาวเย็นหฤโหดสุดระดับจุด เยือกแข็งในรอบ 100 ปี หลายรัฐ อุณหภูมิติดลบนับสิบๆองศาเซลเซียส ขนาดน้ำตกไนแองการาแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังติดพรมแดนสหรัฐฯ-แคนาดา นักท่องเที่ยวแห่ไปชมและถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน หลังละอองของน้ำตกได้ทำให้ทุกสิ่งรอบๆบริเวณกลายเป็นน้ำแข็ง นอกจากนี้น้ำในถังของหอส่งน้ำเมืองอีวานส์เดล รัฐไอโอวา ยังกลายเป็นน้ำแข็ง

สหรัฐอเมริกาเผชิญกับภัยธรรมชาติด้านความหนาวเย็นขั้นยะเยือกและวิกฤติสุดเท่าที่เคยเผชิญมา โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 2 ม.ค.ถึงสถานการณ์สภาพอากาศที่หนาวจัดจนถึงจุดเยือกแข็งที่เกิดขึ้นทั่วสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่ 1 ม.ค. 2561 อันเป็นผลพวงจากมวลอากาศขั้วโลกเหนือ หอบกระแสลมหนาวลงมาปกคลุมทั่วภูมิภาค กรมอุตุนิยมวิทยาสหรัฐฯ คาดคะเนว่า ภาคตะวันออกและภาคกลางของสหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบต่อไปถึงสัปดาห์หน้า ขณะที่หน่วยงานรัฐประกาศเตือนภัยฤดูหนาวอย่างเป็นทางการใน 40 รัฐ จากทั้งหมด 50 รัฐทั่วประเทศ เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ศพ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ม.ค. สภาพอากาศหนาวที่มีทั้งฝนและหิมะยังคงปกคลุมทั่วสหรัฐฯ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ไปจนถึงพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกติดมหาสมุทรแอตแลนติก อย่างรัฐเมน ติดพรมแดนแคนาดา อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -24 องศาเซลเซียส ที่นครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก อุณหภูมิเฉลี่ย -10 องศาเซลเซียส ไม่เปลี่ยนแปลงมากจากวันที่ 1 ม.ค. ที่ถือเป็นการทำลายสถิติอากาศหนาวสุดในรอบ 100 ปีของนครนิวยอร์ก ด้วยอุณหภูมิ-12 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ ที่ย่านบรองซ์ ในนครนิวยอร์ก ยังเกิดเหตุไฟไหม้ ที่อาคารพักอาศัยสูง 3 ชั้น โดยต้นเพลิงเกิดที่โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่บริเวณชั้น 1 ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 23 คน

ที่นครบอสตัน รัฐแมสซาชูเสตต์ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็ทำลายสถิติอากาศหนาวในรอบ 100 ปี หลังอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งติดต่อกันนาน 7 วัน อุณหภูมิเฉลี่ย -6.7 องศาเซลเซียส เช่นเดียวกับพื้นที่ภาคเหนือ อย่างรัฐนอร์ท ดาโกตา มินเนโซตา วิสคอนซิน มิชิแกน อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่-9 จนถึง-22 องศาเซลเซียส ขณะที่ในพื้นที่ภาคกลางตอนเหนือ เมืองอินเดียนาโปลิส รัฐอินเดียนา ทำสถิติหนาวเย็นที่สุดในรอบ 131 ปี อุณหภูมิลดต่ำถึง-24 องศาเซลเซียส เช่นเดียวกับเมืองโอมาฮา รัฐเนบราสกา ที่อากาศเยือกแข็งในรอบ 130 ปี อุณหภูมิ -29 องศาเซลเซียส นายดัก ฟาส นายกเทศมนตรีเมืองอีวานส์เดล รัฐไอโอวา เปิดเผยว่า ขนาดหอส่งน้ำของเมืองที่บรรจุน้ำปริมาณถึง 2.8 ล้านลิตรน้ำในหอดังกล่าวยังกลายเป็นน้ำแข็ง นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อสร้างมา 19 ปี

สำหรับที่นครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ทางการประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการเดินทาง และสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงน้ำแข็งกัด ความเสี่ยงที่อุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติหรืออาการไฮโปเธอเมีย เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่อุณหภูมิจะลดลงถึง-29 ถึง-37 องศาเซลเซียส ขณะที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ เผชิญกับสภาพอากาศหนาว อุณหภูมิเฉลี่ย-11 องศาเซลเซียส จนนายนาธาน ดีล ผู้ว่าการรัฐจอร์เจีย ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วรัฐเมื่อคืนวันที่ 2 ม.ค.

ส่วนพื้นที่ภาคใต้ของสหรัฐฯ หนีไม่พ้นความหนาวเย็นรอบประวัติการณ์ โดยรัฐหลุยเซียนา มิสซิสซิปปี อลาบามา อุณหภูมิเฉลี่ย -4.4 องศาเซลเซียส เมืองออสติน รัฐเท็กซัส มีรายงานหิมะตก ปกติจะเกิดขึ้นน้อยครั้ง และอุณหภูมิก็ลงต่ำถึง -5 องศาเซลเซียส ทำให้พื้นที่ถนนกลายเป็นน้ำแข็ง ที่เมืองอาบิลีน ในรัฐเท็กซัส ตำรวจท้องที่เผยว่า ได้รับรายงานอุบัติเหตุทางถนนแล้วเกือบ 40 ครั้ง ในช่วงกรอบเวลา 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศดังกล่าว กลับทำให้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างน้ำตกไนแองการา ที่พรมแดนสหรัฐฯ-แคนาดา ทวีความสวยงามมากขึ้น เนื่องจากละอองของน้ำตกได้ทำให้ทุกสิ่งรอบๆกลายเป็นน้ำแข็ง ไม่ว่าต้นไม้ ถนน สิ่งปลูกสร้าง นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างเดินทางไปชมทัศนียภาพ และถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน

นอกจากนี้ มีบางรัฐในอเมริกา ที่ยังได้รับผลกระทบน้อยจากมวลอากาศหนาวขั้วโลกครั้งนี้ อย่างทางตอนใต้ของรัฐฟลอริดา ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ย 19 องศาเซลเซียส พื้นที่ตอนกลางและใต้ของรัฐแคลิ-ฟอร์เนีย อุณหภูมิเฉลี่ย 15 องศาเซลเซียส หรือกระทั่งรัฐอลาสกา ทางตะวันตกเฉียงเหนือ อันขึ้นชื่อเรื่องความหนาวเย็น แต่อุณหภูมิกลับอยู่ที่ 6.7 องศาเซลเซียส

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า สำหรับภูมิภาคยุโรปก็กำลังเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนเช่นกัน โดยที่อังกฤษ และไอร์แลนด์ ได้รับผลกระทบจากพายุเอเลียนอร์จากมหาสมุทรแอตแลนติก ความ เร็วลมกว่า 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่งผลให้การคมนาคมหยุดชะงัก บ้านเรือนนับหมื่นหลังไม่มีกระแส ไฟฟ้า ที่ภาคเหนือของฝรั่งเศส บ้านเรือนประชาชนกว่า 200,000 หลัง ในจำนวนนี้ 30,000 หลังในพื้นที่กรุงปารีส ไม่มีไฟฟ้าใช้ เนื่องจากผลกระทบของพายุลม ความเร็วกว่า 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนที่เยอรมนี อยู่ระหว่างได้รับผลกระทบจากพายุฤดูหนาว มีรายงานต้นไม้หักโค่นกีดขวางถนนหนทาง รวมถึงรายงานต้นไม้หักขวางทางรถไฟ ในเมืองลิวเนน ทางภาคตะวันตก จนรถไฟตกราง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ