วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทัวร์เอเชียกลาง! ส่อง 5 จิตวิญญาณแห่งเส้นทางสายไหม

โดย National Geographic

น้ำที่จืด สะอาด ดื่มได้ คือสิ่งที่ผมดิ้นรนดั้นด้นค้นหามากว่า 3 ปี ผมกำลังเดินเท้ารอบโลก ย้อนรอยเส้นทางที่สาบสูญของมนุษย์กลุ่มแรกผู้ออกสำรวจโลกในยุคหิน ณ จุดเริ่มต้นการเดินทางในเอธิโอเปีย

ผมเดินจากตาน้ำสำหรับอูฐไปยังบ่อซับน้ำเค็มขุ่นโคลน ผมย่ำย่างจากโอเอซิสหนึ่ง ไปอีกแห่งหนึ่ง ในทะเลทรายฮีญาซแห่งอาระเบีย บนยอดเขาช่วงฤดูหนาวในเทือกเขาคอเคซัส ผมคอแห้งผากท่ามกลางอ้อมกอดของน้ำหลายร้อยตัน ของเหลวที่จำเป็นต่อชีวิตจับตัวแข็งดุจหิน 

แต่ไม่เคยเลยที่ผมจะพานพบเหตุการณ์เช่นนี้ มีคนมาขุด และขโมยน้ำสำรองในไหของผม หลุมตื้นๆ ที่เคยบรรจุน้ำ 60 ลิตรอันล้ำค่า น้ำของผม ผมไม่อาจละสายตาจากไหว่างเปล่าเหล่านั้นได้ ขณะโยกตัวช้าๆ ท่ามกลางสายลม

จินน์ขโมยน้ำของผมในทะเลทรายคีซิลคุม

1. จินน์คืออะไร

ตามความเชื่อของชนเผ่าเร่ร่อนในทุ่งหญ้าสเตปป์ จินน์ คือ วิญญาณพเนจรที่สิงสู่ในความเวิ้งว้างไร้สิ้นสุดของเอเชียกลาง ถ้าไม่สร้างความเดือดร้อน ก็มอบความช่วยเหลือให้แก่นักเดินทาง คนเลี้ยงสัตว์ในภูมิภาคเล่าขานกันว่า จินน์ หรือยักษ์จีนีในโลกตะวันตก สามารถเหาะได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตรยามกลางคืน หรือไม่ก็แปลงร่างเป็นงู และหมาป่าได้

ตอนที่ มาร์โก โปโล เดินทางข้ามทะเลทรายล็อปทางตะวันตกของจีน เขาเล่าถึงการปรากฏตัวของจินน์เจ้าเล่ห์ตนหนึ่ง ที่เรียกคนในกองคาราวานออกไป “บ่อยครั้งที่นักเดินทางถูกลวงให้หลงหาย จนไม่มีวันพบพวกพ้องของตนอีก และหลายคนก็สิ้นชีพด้วยเหตุนี้”

2. แล้วทะเลทรายคีซิลคุมอยู่ที่ไหน

ทะเลทรายซึ่งทอดตัวจากบางส่วนของคาซัคสถาน ไปจรดทางใต้ของอุซเบกิสถานแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องอื้อฉาว เพราะตลอดหลายพันปีได้กลืนกินสมาชิกกองคาราวานที่เดินทางผ่านไปมาบนเส้นทางสายไหม หรือเส้นทางการค้าที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ อายุกว่า 2,200 ปี กระทั่งทุกวันนี้ แดนลงทัณฑ์อันไพศาลที่มีเพียงแสงแดดแผดเผา กับพุ่มไม้หนามนี้ ก็ยังเป็นอุปสรรคชวนครั่นคร้ามของนักเดินทาง แน่นอนว่ามันหยุดผมได้เช่นกัน

“อย่าโทษพวก โชบัน เลยครับ” อาซิซ คาลมูราดอฟ มัคคุเทศก์ของผม บอก เขาหมายถึงคนเลี้ยงแกะพื้นเมือง คาลมูราดอฟ เป็นชาวอุซเบกผู้ภาคภูมิ “การขโมยน้ำเป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่นี่” เขาอธิบายขณะคุกเข่าอย่างหมดแรง ข้างจุดเก็บน้ำที่โดนปล้นของเรา “ไม่มีใครกล้าหรอกครับ”

แต่ถ้าไม่ใช่คนเลี้ยงแกะ จะเป็นใครไปได้ล่ะ?

3. โทรศัพท์ดาวเทียมกลางทะเลทราย

ผม กับ คาลมูราดอฟ ปีนขึ้นเนินทรายสีชมพูร้อนผะผ่าว เราโทรศัพท์ดาวเทียมไปขอความช่วยเหลือจากบุกโซโร เมืองโอเอซิสในตำนาน ซึ่งอยู่ห่างออกไปเป็นระยะทางเดินสองวัน เรานั่งลงมองเส้นขอบฟ้าอันร้อนระอุ เรารอคอยในศตวรรษที่แปด พ่อค้าคนหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากเราไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ใกล้เมืองถูลู่ฟานของจีน ซื้อเด็กหญิงทาสวัย 11 ขวบ ด้วยไหมดิบ 40 พับ

หนึ่งพันปีก่อนหน้านั้น ลงไปทางตะวันออกเฉียงใต้ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ทรงยกทัพข้ามแม่น้ำอ็อกซุสเข้าสู่เอเชีย โดยอาศัยแพกระจอกที่ใช้เต็นท์หนังสัตว์ของเหล่าทหารเย็บต่อกัน และทุกวันนี้ รอบตัวเรา รัฐบาลจีนทุ่มเงินหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อรื้อฟื้นเครือข่ายเส้นทางสายไหมยุคใหม่ทั่วยูเรเชีย ผมจะยอมทุ่มเงินเท่าไร เพื่อแลกกับน้ำหนึ่งอึก ความโหยกระหายบนเส้นทางสายนี้ดำเนินมากี่พันปีแล้ว

ดวงอาทิตย์เลื่อนลับจากผืนฟ้าสีเงิน เที่ยงคืนผ่านไปนานแล้ว เมื่อจุดสว่างเล็กจ้อยวูบขึ้นในความทึบทะมึนของทะเลทรายคีซิลคุม แสงนั้นเริ่มวนรอบๆ เรา เดี๋ยวใกล้ เดี๋ยวไกล สลับกัน “รถกู้ภัยของเราหลงทาง” คาลมูราดอฟบอกเสียงแหบพร่า เขาลนลานโบกไฟฉายคาดศีรษะไปยังแสงนั้น แต่ผมรู้ดีกว่านั้น ผมหุบปากแห้งผากของตัวเองไว้สนิท มันคือ จินน์ 

4. เส้นทางสายไหมไม่ใช่ถนน

ไม่ต้องพูดถึงทางหลวง เส้นทางสายไหมคือโครงข่ายใยแมงมุมที่แผ่กระจาย กระจุกด้ายที่แปรผันไปมาของ เส้นทางอูฐนับพันๆ เส้น เส้นทางคอคอดผ่านช่องเขา ค่ายพักแรมสำหรับกองคาราวานที่มีหอคอยเล็กๆ ตลาดริมแม่น้ำ ท่าเรือเดินทะเล และกองหินซ้อนเดียวดายกลางทะเลทราย (ที่อยู่ห่างกันชั่วตาแลเห็นเพื่อเป็นหมุดนำทาง) เชื่อมศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่สองแห่งในโลกคลาสสิก

นั่นคือจีนสมัยราชวงศ์ฮั่น และภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนยุคโรมัน และที่จุดตัดทางภูมิศาสตร์ในเอเชียกลาง ซึ่งอาณาจักรของพ่อค้าคนกลางรุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้น สินค้าต่างๆ ของเส้นทางสายไหมก็แผ่ออกไป ทุกทิศทางดุจรัศมี ทางเหนือสู่แคว้นอิสระของรัสเซีย ทางใต้สู่เปอร์เซียและลุ่มน้ำสินธุ ทางตะวันตกสู่กรุงคอนสแตน ติโนเปิล ทางตะวันออกสู่ซีอาน

เครือข่ายการค้านี้เชื่อมโยงหลายสิบล้านชีวิตที่อยู่ไกลถึงแอฟริกา และเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ เส้นทางสายไหมไม่ใช่รอยทางอูฐที่ย่ำเหยียบจนเป็นร่องในทุ่งหญ้าสเตปป์ หากเป็นแนวความคิด นี่คือต้นแบบของโลกาภิวัตน์

5. ไหมเป็นแค่ตราสินค้าเท่านั้น

ผลิตภัณฑ์อีกนับพันส่ายโยกบนหลังอูฐไปตามระบบกระจายสินค้าอันไพศาลของเส้นทางสายไหม ดินปืนจีน แก้วเวนิส กระดาษซามาร์คันด์ หนังเสือดาวหิมะ เครื่องกระเบื้อง ทองคำจากเลแวนต์ สัตว์แปลกๆ (ข่านแห่งคีวาองค์หนึ่งเคยสั่งให้ต้อนกระบือสองตัวจากเปอร์เซีย ข้ามทะเลทรายในเอเชียกลาง ไปยังเมืองในกำแพงล้อมของตน) และศาสนศรัทธา ทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม ล้วนท่องผ่านเส้นทางสายนี้

เช่นเดียวกับนวัตกรรมพลิกโลกอย่างพีชคณิต และกาฬโรคต่อมน้ำเหลือง ถึงกระนั้น ไหมคือสินค้าส่วนใหญ่ที่เรานึกถึง ผ้าเนื้อเบาที่พลิ้วไหวดุจแสงจันทร์บนผิวน้ำ ชนชั้นสูงชาวโรมันหลงใหลผลิตภัณฑ์จากจีนนี้มาก และยอมทุ่มทุนซื้อหามาเป็นสมบัติจนเกือบทำให้จักรวรรดิของตนล่มสลาย หลายสิ่งไม่เคยเปลี่ยนแปลง

เส้นทางสายไหมโบราณแทบไม่มีอะไร “เก่า” จริงๆ เลย

เรื่อง พอล ซาโลเพก
ภาพถ่าย จอห์น สแตนเมเยอร์

น้ำที่จืด สะอาด ดื่มได้ คือสิ่งที่ผมดิ้นรนดั้นด้นค้นหามากว่า 3 ปี ผมกำลังเดินเท้ารอบโลก ย้อนรอยเส้นทางที่สาบสูญของมนุษย์กลุ่มแรกผู้ออกสำรวจโลกในยุคหิน ณ จุดเริ่มต้นการเดินทางในเอธิโอเปีย 3 ม.ค. 2561 15:48 ไทยรัฐ