วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ของขวัญปีใหม่บัตรทอง เพิ่มสิทธิยาใหม่ 5 กลุ่มโรค

ส่งท้ายปีเก่าพุทธศักราช 2560... ต้อนรับ ปีใหม่ 2561 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมส่งต่อความสุขมอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนผู้มีสิทธิ...“ผ่าตัดวันเดียวกลับ” และ “เพิ่มยาใหม่ 5 กลุ่มโรค 7 รายการ”

นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า ในปีใหม่ 2561 กระทรวงสาธารณสุขขอมอบของขวัญให้ประชาชน 4 เรื่องหลัก คือ หนึ่ง...เพื่อให้เข้าถึงบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว ลดการรอคอย ลดความแออัดในโรงพยาบาล

ด้วยบริการ “ผ่าตัดวันเดียวกลับบ้าน” ในโรงพยาบาล (One Day Surgery) หรือ “ODS”

โดยตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าปี 2561 มีผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัด ODS ร้อยละ 15 และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30 ในปี 2564 ซึ่งจะ เป็นทางเลือกหนึ่งที่ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการบริการได้มากขึ้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตและทำงานได้เร็วขึ้น

สอง...ส่งเสริมให้มีการใช้ยาอย่างปลอดภัย สมเหตุผลผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลทางแอพพลิเคชั่น “RDU รู้เรื่องยา” ซึ่งได้ร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาลสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลฯ และภาคีสุขภาพ พัฒนาแอพเพื่อเข้าถึงข้อมูลยาแผนปัจจุบัน ให้มีการใช้ยาอย่างเหมาะสม ผู้รับการรักษาจะสามารถเข้าถึงข้อมูลยาที่ตนเองใช้

สาม...จัดทำแอพพลิเคชั่นสมุนไพรเฟิร์ส (Samunprai first) ครบเครื่องเรื่องสมุนไพรในแอพเดียว ค้นหาพืชสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำเร็จรูปรักษาอาการป่วยเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง ส่งเสริมให้ประชาชนนึกถึง เชื่อมั่น และใช้ก่อนใช้ยาอื่น

สี่...คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อนุมัติเพิ่มสิทธิประโยชน์ยาใหม่ให้ “ผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” หรือ “บัตรทอง” ใน 5 กลุ่มโรค 7 รายการยา ซึ่งเป็นยาในกลุ่มบัญชี จ2 หรือยาราคาแพงแต่มีความจำเป็นต้องใช้

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เสริมว่า ปัจจุบันผู้เข้ารับบริการทางการแพทย์มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น จึงได้พัฒนาระบบบริการทางการแพทย์แนวใหม่เพื่อประชาชน เป็นการผ่าตัดวันเดียวกลับ (One Day Surgery : ODS) ไม่ต้องรับเป็นผู้ป่วยในและอยู่โรงพยาบาลไม่เกิน 24 ชั่วโมง

สำคัญก็คือผู้ป่วยผ่าตัดแล้ว...ไม่ต้องนอนพักค้างคืน

หลักการคือ ผู้ป่วยเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดมาจากที่บ้านและมารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล หลังพักฟื้นจากการผ่าตัดไม่กี่ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองและกลับบ้านได้ภายในวันเดียว ทำให้ลดเวลานอนในโรงพยาบาล ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยและญาติระหว่างมาโรงพยาบาล

“รวมทั้งช่วยลดระยะเวลารอคอยผ่าตัด ทำให้รักษาผู้ป่วยได้มากขึ้น ลดความแออัดในโรงพยาบาล มีเตียงรองรับผู้ป่วยผ่าตัดฉุกเฉินหรือโรคที่ยุ่งยากซับซ้อน ส่งผลให้สามารถเข้าถึงบริการที่มีมาตรฐานและปลอดภัย”

สำหรับ “โรค” หรือ “ภาวะ” ที่สามารถรับบริการผ่าตัดแบบวันเดียวกลับจะเริ่มจาก 12 กลุ่มโรค ดังนี้ โรคไส้เลื่อนที่ขาหนีบ, ถุงน้ำที่อัณฑะ, ริดสีดวงทวาร, ภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด

เส้นเลือดดำโป่งพองในหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร, ภาวะหลอดอาหารตีบ, ภาวะอุดตันของหลอดอาหารจากมะเร็งหลอดอาหาร, ติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่, นิ่วในท่อน้ำดี, นิ่วในท่อของตับอ่อน, ภาวะท่อน้ำดีตีบตัน, ภาวะท่อตับอ่อนตีบ

ลงลึกในรายละเอียดกันอีกสักนิด นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช. บอกว่า ในส่วนของการสนับสนุนนโยบายผ่าตัดวันเดียวกลับ สปสช.ได้ปรับเงื่อนไขการเบิกจ่ายเพื่อสนับสนุนให้ โรงพยาบาลผ่าตัดวันเดียวกลับ โดยจะเริ่มในวันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป สำหรับ 12 กลุ่มโรค

ตามที่กรมการแพทย์ได้เป็นประธานการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นการเบิกจ่ายชดเชยให้แก่หน่วยบริการที่ให้บริการแก่ผู้มีสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่มีการให้บริการเป็นกรณีผ่าตัดวันเดียวกลับตามรายการกลุ่มโรค และหัตถการตามที่กำหนด

....เป็นบริการผ่าตัดเพื่อการรักษาที่มีระยะเวลานอนโรงพยาบาลตั้งแต่ 2 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง เฉพาะผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน และหน่วยบริการที่ให้บริการต้องผ่านเกณฑ์การประเมินศักยภาพตามที่กำหนด ทั้งนี้ คำนวณอัตราจ่ายตามค่าน้ำหนักสัมพัทธ์ (RW) โดยจ่ายจากกองทุนผู้ป่วยใน

เลขาธิการ สปสช. ย้ำว่า นอกจากนี้แล้ว บอร์ด สปสช.เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.60 ยังมีมติอนุมัติเพิ่มสิทธิประโยชน์ยาจำเป็นแต่มีราคาแพง 5 กลุ่มโรค 7 รายการ ดังนี้

ยารักษาการติดเชื้อราในกระแสเลือด อาทิ ยา Voriconazole (โวริโคนาโซล) รักษาการติดเชื้อราแอสเปอจิรัสระยะลุกลามจากเชื้อราชนิด Fusarium spp. (ฟูซาเรียม) และ Scedosporium spp. (ซเก็ดโดสปอเรียม), ยา Micafungin (ไมคาฟังกิน) รักษาการติดเชื้อราชนิด Invasive candidiasis ที่ดื้อต่อยา Fluconazole (ฟลูโคนาโซล) หรือไม่สามารถใช้ amphotericin B (แอมโฟเธอริซิน บี) ได้

ยาเพิ่มการขับเหล็กในผู้ป่วยธาลัสซีเมียเด็ก ที่มีปัญหาการใช้ยาฉีดไม่ได้ผล คือ ยา Deferasirox (ดีเฟอราซีร็อกซ์), ยา Raltegravir (ราลทิกราเวียร์) ยาต้านไวรัสเอชไอวีสำหรับรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีที่ดื้อต่อสูตรพื้นฐาน, ยา Rituximab (ริทูซิแมบ) ยารักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง ชนิด DLBCL ที่เจาะจงเฉพาะเซลล์มะเร็งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา

ยารักษาไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง ทุกสายพันธุ์ที่ผลการรักษาดีกว่าเดิม และลดเวลาการกินยาลงจาก 6 เดือนเหลือ 3 เดือน, ยา Sofosbuvir (โซฟอสบูเวียร์) ยากินในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ทำให้รักษาหายเกิน 90% , ยาเม็ดผสม Sofosbuvir+Ledipasvir (โซฟอสบูเวียร์+เลดิพาสเวียร์) เป็นยาสูตรผสม [SOF/LDV] สำหรับรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีแทนยาชนิดเดิมได้ผลเกิน 90%

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช. ย้ำว่า ยาทั้ง 7 รายการใน 5 กลุ่มโรคข้างต้นนี้ เป็นยาที่คัดเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญโดยคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ ตามขั้นตอนต่างๆ ผ่านเกณฑ์การพิจารณาด้านภาระงบประมาณ และมีการต่อรองราคายาในราคาที่ถูกลง เช่น ยา Sofosbuvir (โซฟอสบูเวียร์) จากราคาเม็ดละ 500 บาท เหลือเม็ดละ 130 บาท เป็นต้น เริ่มสิทธิประโยชน์ 1 มกราคม 2561 นี้

“ประเทศไทย”...มีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามากว่า 16 ปีแล้ว และได้รับการยกย่องจากองค์การสหประชาชาติให้เป็นต้นแบบประเทศไม่รวยแต่สามารถทำให้ทุกคนมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีคุณภาพได้

ตอกย้ำในหลักการ “วันหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าโลก” ที่จัดขึ้นทุกวันที่ 12 ธันวาคมของทุกปี เพื่อรณรงค์ให้ทั่วโลกเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพดีถ้วนหน้า (Health for All)

ด้วยจุดหมายปลายทางท้ายที่สุดแล้วก็เพื่อสนับสนุนให้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นการ “ลงทุน” อย่างฉลาดของรัฐที่ทำเพื่อ “ประชาชนทุกคน” ที่ทุกประเทศสามารถบรรลุได้.

ส่งท้ายปีเก่าพุทธศักราช 2560... ต้อนรับ ปีใหม่ 2561 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมส่งต่อความสุขมอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนผู้มีสิทธิ... 2 ม.ค. 2561 10:22 2 ม.ค. 2561 10:22 ไทยรัฐ