วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แห่กลับกทม. หนึบทุกสาย สังเวยปีใหม่ 4 วัน 239 ศพ (คลิป)

แห่กลับกทม. หนึบทุกสาย สังเวยปีใหม่ 4 วัน 239 ศพ (คลิป)

  • Share:


ถนนสู่เมืองกรุงแน่น ประชาชนแห่กลับเมืองกรุงหลังฉลองปีใหม่ หลายหน่วยงานระดมกำลังอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ขณะที่ บขส.และรถไฟมั่นใจขนคนกลับได้หมด ส่วนบรรยากาศเคาต์ดาวน์คึกคักทั่วประเทศทั้งเหนือ ใต้ อีสาน ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวเต็มไปด้วยประชาชนที่แห่ชมแสงแรกของปีพร้อมสัมผัสอากาศหนาว สำหรับการสวดมนต์ข้ามปีจัดพิธีทั้งหมด 3 หมื่นกว่าวัด ด้าน ปภ.แถลงฉลองปีใหม่วันที่ 4 สังเวยแล้ว 239 ศพ เจ็บ 2,500 คน ศรีสะเกษกับอุบลฯ ตาย 11 ศพเท่ากัน

ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับเมืองกรุง หลังเที่ยวพักผ่อนชาร์จแบตฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอย่างคึกคักทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวยังแห่สัมผัสอากาศหนาวทั้งภาคเหนือและอีสานจำนวนมากจนทำให้การจราจรติดขัดหลายแห่งโดยเฉพาะการรอชมแสงแรกแห่งปี

เปิดลงนามถวายพระพร

เช้าวันที่ 1 ม.ค. ที่พระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 1 ม.ค.2561 โดยที่บริเวณห้องมุขกระสันฝั่งตะวันออก ชั้นล่างของพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เหล่าพระราชวงศ์ พร้อมองคมนตรี ทยอยเดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรตั้งแต่ช่วงเช้า

จากนั้นในเวลาประมาณ 08.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พร้อมภริยา เดินทางมาลงนามถวายพระพร ที่ศาลาว่าการพระราชวัง ร่วมกับเหล่าคณะรัฐมนตรีในรัฐบาล ที่นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ฯลฯ ทั้งยังมีหัวหน้าพรรคการเมือง อย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ประธานศาลฎีกา ผู้นำเหล่าทัพ ข้าราชการระดับสูงทุกระทรวง ทบวง กรม คณะทูตานุทูตจากทุกประเทศ ต่างเดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรในหลวง ร.10 และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์อย่างพร้อมเพรียงเช่นกัน

พสกนิกรปลื้มได้ถวายพระพร

ส่วนที่ศาลาสหทัยสมาคม ที่จัดไว้ให้เหล่าผู้นำหน่วยงานภาครัฐเอกชนต่างๆเนืองแน่นไปด้วยคณะบุคคลสำคัญในแวดวงธุรกิจ ขณะที่ที่หน้าศาลาลูกขุน มีการตั้งเต็นท์ไว้บริการประชาชนทั่วไปได้ลงนามถวายพระพร ตลอดวันมีประชาชนมาต่อแถวเพื่อลงนามในสมุดหลวงด้วยความจงรักภักดี อาทิ น.ส.กัญจน์ณภัส ชอง วัย 37 ปี เผยว่า ในวันสำคัญอย่างวันขึ้นปีใหม่ ถือเป็นสิ่งที่ครอบครัวปฏิบัติมานานไม่ขาด คือการไปกราบสักการะพระแก้วมรกต และลงนามถวายพระพร แม้วันนี้ในหลวงรัชกาลที่ 9 จากเราไปแล้ว ครอบครัวยังเคารพรักในสถาบันสูงสุดเช่นเดิมและจะปฏิบัติเช่นนี้ตลอดไป ด้านนายสันติ สนสารี วัย 33 ปี กล่าวว่า การมาไหว้พระและแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถือเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของคนไทยที่ต้องปฏิบัติ ส่วนตัวต้องการถ่ายทอดความคิดนี้ไปยังรุ่นลูกหลานต่อๆไป จึงเดินทางมากันพร้อมกันทั้งครอบครัวทุกปี

ชมแสงแรกแห่งปีที่ภูชี้ฟ้า

ตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 1 ม.ค. นักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่ทยอยขึ้นไปชมทะเลหมอกและแสงแรกของปีใหม่ 2561 บนยอดภูชี้ฟ้า อ.เทิง จ.เชียงราย จนแน่นดอยโดยนายสนิท หอมนาน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า กล่าวว่าช่วงเช้าท้องฟ้าปิด หมอกลงจัด ลมพัดแรงและอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิที่ที่ทำการอุทยานฯ 11 องศาเซลเซียส ส่วนยอดภูชี้ฟ้า 9 องศา สำหรับนักท่องเที่ยวที่มารอชมแสงแรกประมาณ 10,000คน ส่วนบริเวณริมแม่น้ำโขง อ.เชียงของ มีนักท่องเที่ยว ร่วมทำบุญตักบาตรพระภิกษุสามเณร 109 รูป ตั้งแต่ท่าเรือบั๊คไปตามถนนสายกลางถึงหน้าวัดหาดไคร้ เพื่อความเป็นสิริมงคล ขณะที่ชายแดน อ.แม่สาย มีนักท่องเที่ยวรอเข้าคิวตรวจเอกสารที่ด่าน ตม.ข้ามด่านพรมแดนแห่งที่ 1 ยาวเหยียดไปถึงกลางถนน

นักท่องเที่ยวทะลักจุดชมวิว

ขณะที่นายคำรณ ศรีโพธิ์ นอภ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เผยว่า นักท่องเที่ยวจำนวนนับหมื่นคน เดินทางไปท่องเที่ยวตามจุดชมวิวพื้นที่ อ.เวียงแก่น อาทิ ดอยผาตั้ง ดอยผาหม่น ภูชี้เดือน ภูชี้ดาว แก่งผาไดและบ้านปางปอ เพื่อร่วมรอชมแสงแรกของปี 2561 ในอุณหภูมิบนยอดดอย 10-12 องศาฯ ส่วนนายย่งหมิง แซ่ลี้ เจ้าของสวนเกษตรไร่ภูอิงฟ้า และร้านกาแฟ ใกล้จุดชมวิวดอยผาตั้ง ต.ปอ กล่าวว่า ที่พักบนดอยผาตั้งและจุดกางเต็นท์ตลอดเส้นทางจุดท่องเที่ยวเต็มหมดทุกที่ เนื่องจากนักท่องเที่ยวมารอชมแสงพระอาทิตย์ขึ้นและไม่ผิดหวัง แสงแรกสาดแสงสีทองสวยงามตระการตา สำหรับพื้นที่ อ. เชียงแสน จ.เชียงราย ช่วงเช้าอากาศหนาวเย็นอุณหภูมิ 16 องศาฯ มีหมอกปกคลุมเหนือแม่น้ำโขงเป็นภาพที่สวยงามมาก จากนั้นช่วงบ่ายนักท่องเที่ยวเดินทางไปบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ กราบไหว้พระพุทธนวล้านตื้อ (องค์พระใหญ่) บ้านสบรวก อ.เชียงแสนก่อนเดินทางกลับ

เงินสะพัดเชียงแสนวันละ 10 ล้าน

พ.ต.อ.เรวัตร ยืนธรรม ผกก.สภ.เชียงแสน กล่าวว่า เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปีนี้คึกคักมากมีนักท่องเที่ยวแห่มาเที่ยวเมืองเชียงแสนจำนวนมาก จึงได้ประสานขอความร่วมมือกับหลายหน่วยงานระดมกำลังมาบรรเทาปัญหาการจราจรและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ปีนี้เน้นตรวจจับการเมาแล้วขับซึ่งเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทางถนนจึงได้ตั้งจุดตรวจ เป่าวัดแอลกอฮอล์ตามจุดเสี่ยงต่างๆ ที่จะมุ่งเข้าสู่ตัวเมืองเชียงแสน ทำให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุลดลงกว่าปีที่ผ่านมา ด้านนายพงศ์พิพัฑฒ์ นพคุณ ผู้บริหารโรงแรมสบาย แอท เชียงแสน และ สบาย แอท เชียงราย กล่าวว่า ปีนี้นักท่องเที่ยวเข้า มาเที่ยวและพักที่เชียงแสนมากกว่าทุกปี ทำให้ห้องพัก ในเชียงแสนเต็มเกือบทุกที่ คาดว่าเศรษฐกิจใน อ.เชียงแสนสะพัดมากกว่า 10 ล้านบาทต่อวัน

ไทย-ลาว แห่สวดมนต์ข้ามปี

ขณะที่พระพุทธิญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุผาเงา และเจ้าคณะอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย กล่าวว่า ทางวัดพระธาตุผาเงาจัดสวดมนต์ข้ามปี 2 ฝั่งโขง มีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย ชาวลาว และนักท่องเที่ยว จำนวนมากมาร่วมสวดมนต์ข้ามปีและรับปีใหม่กันอย่างคึกคัก โดยมีพี่น้องชาวลาวข้ามแม่น้ำโขงมา ตั้งแต่ตอนเย็นวันที่ 31 ธ.ค. เพื่อมาร่วมสวดนพเคราะห์ไปจนถึงเจริญพระพุทธมนต์รับปีใหม่เช้าวันที่ 1 ม.ค.61 และร่วมทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ การสวดมนต์ข้ามปีถือเป็นสิริมงคลต่อการเริ่มศักราชใหม่ และถือว่าเป็นสิริมงคลไปตลอดทั้งปีอีกด้วยเป็นสิ่งที่ควรปลูกฝังให้กับลูกหลานให้ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอจะทำให้เจริญสติ สมาธิ และใจสงบ ถือเป็น การทำความดีส่งท้ายปีเก่า

รถตู้ตกเขาเจ็บระนาว 13 คน

สายวันเดียวกันเกิดเหตุรถตู้จ้างเหมาประสบอุบัติเหตุตกเขาบริเวณทางเข้าแปลงสตรอเบอรี่ ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารร้อย ม.3 เจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่งอนและเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมลงพื้นที่เข้าให้ความช่วยเหลือ พบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน นง 5812 เชียงใหม่ เสียหลักตกเขาสภาพพังยับเยิน ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 13 คน เป็นนักท่องเที่ยวเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ในจำนวนนี้สาหัส 2 คนรีบนำส่ง รพ.ฝาง เบื้องต้นคาดสาเหตุคนขับไม่ชำนาญเส้นทางจังหวะที่หลบข้างทางเพื่อหลีกให้รถสวนแต่กลับเสียหลักตกเขา ช่วงสายวันเดียวกันถนนขาล่องจากเชียงราย เชียงใหม่ ลำปางมุ่งหน้ากรุงเทพฯรถเริ่ม มีปริมาณมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางกลับกรุงเทพฯกันแล้ว

ถนนเอเชียรถเริ่มหนาแน่น

ช่วงเย็นวันเดียวกัน ถนนสายเอเชียขามุ่งหน้ากรุงเทพฯ ผ่านพื้นที่ จ.อ่างทอง ตั้งแต่ อ.ไชโย ลงไปถึง จ.พระนครศรีอยุธยา การจราจรเริ่มติดเพราะ ประชาชนเริ่มเดินทางกลับจากภาคเหนือหลังช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ รถวิ่งเต็มทุกช่องจราจรใช้ความเร็วได้ประมาณ 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชะลอตัวเป็นระยะตามทางแยกทางโค้งและตามคอสะพานคาดว่าในช่วงเย็นถนนสายเอเชียจะมีปริมาณรถยนต์สะสมเพิ่มจำนวนมากขึ้น

เขาใหญ่คนแน่นร่วมตักบาตร

สำหรับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นไปสัมผัสบรรยากาศบนความหนาวเย็นจำนวนมากจนทำให้พื้นที่ลานกางเต็นท์ 3 แห่ง ได้แก่ ลานกางเต็นท์ผากล้วยไม้ ลานกางเต็นท์ลำตะคอง และลานกางเต็นท์สำรองเขาร่มมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปกางเต็นท์จนเต็มพื้นที่ ช่วงเช้าทางอุทยานฯเขาใหญ่ได้จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งเป็นปีที่ 3 ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทยต้อนรับปีใหม่วิถีธรรมเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมทำบุญได้กุศลในช่วงเทศกาล ปีใหม่ 2561 โดยมีผู้ร่วมทำบุญตักบาตรจำนวนมาก อย่างไรก็ตามจากการที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้นไปเที่ยวเขาใหญ่และปัญหาที่ตามมาคือ ขยะที่เกิดจากการประกอบอาหารของนักท่องเที่ยว อาทิ ขวด แก้ว ถุงพลาสติกรวมทั้งเศษอาหารเฉลี่ยวันละหลายสิบตัน ภายหลังอุทยานฯต้องระดมเจ้าหน้าที่จัดเก็บและคัดแยกขยะก่อนขนออกไปกำจัด

แสงแรกผาแต้มเวลา 06.33 น.

ที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนับหมื่นคนพาครอบครัวกางเต็นท์ที่ลานผาแต้มเพื่อร่วมเคาต์ดาวน์และร่วมรับตะวันใหม่ของปี 2561 ในอุณหภูมิประมาณ 15-17 องศา ปรากฏว่าพระอาทิตย์โผล่พ้นทิวเขาฝั่งประเทศลาวสาดแสงตะวันเข้ามายังหน้าผาแต้มที่มีนักท่องเที่ยวต่างถือโทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายรูปไว้เตรียมเก็บภาพแสงแรกของปี 2561 ในเวลา 06.33 น. เรียกเสียงฮือฮาจากนักท่องเที่ยวนับหมื่นที่มายืนรอชม จากนั้นร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์สามเณร

โคราชปลื้ม ส.ค.ส.พระราชทาน

ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา นำหัวหน้าส่วนราชการ ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ่อค้า นักธุรกิจ ประชาชนรวมกว่า 1,000 คน ร่วมกันประกอบพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 199 รูปในโอกาสศุภวาระดิถีวันขึ้นปีใหม่ในงานยังมีพระครูบากฤษณะ พระเกจิจาก อ.โนนสูง ทำพิธีปลุกเสกน้ำพระพุทธมนต์ประพรมให้กับญาติโยมที่ร่วมงานด้วย

ในการนี้ ผวจ.นครราชสีมาได้อันเชิญ ส.ค.ส.พระราชทานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ฯ ให้กับชาวจังหวัดนครราชสีมา ทรงเขียนด้วยลายพระหัตถ์ว่า “31 ธ.ค. 2560/1 ม.ค. 2561 ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในประเทศไทย คุ้มครองประชาชนชาวนครราชสีมาให้ปลอดภัยจากทุกข์โศก โรคภัย ขอให้ทุกคนจงมีแต่ความสุขความเจริญ ในชีวิตและในการทำงาน ขอให้ทุกคนประสบแต่ความสุขตลอดไป ”พร้อมลายพระหัตถ์ และเขียนวงเล็บว่า (ชาวนครราชสีมาคนหนึ่ง) โดยได้อ่าน ส.ค.ส.ให้ประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาได้ฟัง สร้างความปลื้มปีติยินดีแก่ประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาอย่างหาที่สุดมิได้ และสร้างความสุข เบิกบานใจเป็นอย่างมาก

มิตรภาพเริ่มติดคนกลับกรุงฯ

ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ 2 อ.เมืองนครราชสีมา ประชาชนชาวอีสานเริ่มเดินทางกลับไปทำงานในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆ หลังจากเสร็จสิ้นการฉลองปีใหม่กับครอบครัวโดยประชาชนต่างทยอยซื้อตั๋วรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 กันอย่างคึกคัก หลายคนทั้งอุ้มลูกจูงหลานและหอมหิ้วสัมภาระตุนเสบียงอาหารพะรุงพะรังไปไว้กินเพื่อลดค่าใช้จ่าย ส่วนบนถนนมิตรภาพ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รถเริ่มหนาแน่นหลังประชาชนเริ่มทยอยกลับกันแล้ว จุดที่มีปริมาณรถมากและการจราจรหนาแน่น ตั้งแต่ กม.56-57 หน้าห้างเอาท์เล็ท เขาใหญ่ ต.หนองน้ำแดง ต่อเนื่องจากช่วง กม.53-54 ขึ้นเนินมอบันไดม้าจนถึงทางโค้งขึ้นเนิน หน้าโชคชัยสเต็กเฮ้าส์ กม. 52 ถนนมิตรภาพ ต.หนองน้ำแดง นอกจากนี้ ถนนมิตรภาพช่วง อ.มวกเหล็ก และ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี รถเริ่มเพิ่มปริมาณอย่างต่อเนื่องทำความเร็ว 40-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชะลอตัวติดขัดยาวช่วงลงเนินเขา

ชนสนั่นเขาใหญ่เจ็บ 5 คน

สายวันเดียวกัน ร.ต.อ.ถิรวัฒน์ เยี่ยมอ่อน รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองปราจีนบุรี พร้อมกำลังไปตรวจสอบอุบัติเหตุรถชน ช่วงหลัก กม. 20-21 ถนนสายปราจีนบุรี-อุทยานฯเขาใหญ่ ต.เนินหอม พบรถเก๋งโตโยต้า ทะเบียน กค 6809 ชัยนาท ชนกับรถปิกอัพโตโยต้า ทะเบียน ฎน 7178 กรุงเทพมหานคร สภาพรถด้านหน้าพังเสียหายทั้ง 2 คันและมีผู้บาดเจ็บ 5 คน หน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญปราจีนบุรีและรถกู้ชีพอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นำผู้บาดเจ็บส่ง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร สอบสวนทราบว่า นายศุภโชค สิงห์ทอง อายุ 47 ปี ขับรถเก๋งมาพร้อมกับ น.ส.นลินรัตน์ ถังกูล อายุ 45 ปี เพื่อเดินทางกลับบ้านที่ จ.ชัยนาทหลังไปเที่ยวปีใหม่ถึงที่เกิดเหตุถูกรถปิกอัพที่มีนายปวีณ มุสิกสถิตชัย อายุ 19 ปี เป็นคนขับพาเพื่อนรวม 5 คน กลับจากเที่ยวพักค้างคืนที่เขาใหญ่จะกลับบ้านเสียหลักพุ่งชน

หาดใหญ่คึกคักจุดพลุ 99 นัด

ที่ จ.สงขลา บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัลหาดใหญ่ จัดงาน “Hatyai Countdown 2018” ขึ้น โดยมีนายณรงค์พร ณ พัทลุง ปลัดจังหวัดสงขลา เป็นประธานในงาน ท่ามกลางชาวหาดใหญ่ รวมทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะมาเลเซีย และสิงคโปร์ เข้าร่วมงานมากกว่า 8,000 คน ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ อย่างเข้มงวดรัดกุมทั้งบริเวณพื้นที่และเวทีจัดงานรวมทั้งรอบนอกพร้อมกับปิดถนนกาญจนวนิช ฝั่งขาเข้าหาดใหญ่ 1 ช่องทางจราจร ในงานได้จุดพลุ 99 นัดขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อต้อนรับปีใหม่อย่างสวยงามและยังมีต้นคริสต์มาสยักษ์สูง 15 เมตรและอุโมงค์ไฟความยาวกว่า 50 เมตรคอยให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกนอกจากนี้ ที่หน้าโรงแรม
ลี การ์เด้นส์ พลาซ่า เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ได้จัดงานเคาต์ดาวน์เช่นกัน

โชว์ขบวนรถไฟความสุข

ที่ลานสะพานข้ามแม่น้ำแคว ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นประธานเปิดงาน อะเมซซิ่ง ไทยแลนด์ เคาต์ดาวน์ 2018 แอทกาญจนบุรี โดยมีนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผวจ.กาญจนบุรี กล่าวต้อนรับพร้อมอวยพรปีใหม่ โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวกว่า 10,000 คนร่วมพิธี และจุดพลุอย่างสวยงามมาก และเริ่มขบวนรถไฟสีสันแห่งความสุข ขบวนแรกของปี 2018 เคลื่อนมาจอดที่สถานีแควใหญ่ สะพานข้ามแม่น้ำแคว

อุณหภูมิลดก่อนเพิ่มสูงอีก

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ในช่วงวันที่ 1-3 ม.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้มีอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิลดลง 2-3 องศาโดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง ส่วนในช่วงวันที่ 4-7 ม.ค. บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น 2-4 องศากับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง

สี่วันสังเวยอุบัติเหตุ 239 ศพ

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา แถลงว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 (ศปถ.) ประจำวันที่ 31 ธ.ค.2560 ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจรเกิดอุบัติเหตุ 678 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 65 ราย บาดเจ็บ 714 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ ดื่มแล้วขับ จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และเชียงราย (24 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดได้แก่ กาญจนบุรี (4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดได้แก่ เชียงราย (25 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน (ช่วงวันที่ 28-31 ธ.ค.60) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,380 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 239 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,500 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ เชียงใหม่ (86 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดได้แก่ ศรีสะเกษกับอุบลราชธานี (11 ศพ) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดได้แก่ บุรีรัมย์ (89 คน)

บขส.-รถไฟพร้อมรับกลับกรุง

ด้านนายณัฐวุฒิ อ่อนน้อม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวถึงแผนอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนกลับเข้ากรุงเทพฯ หลังช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า บขส.มีแผนรองรับไว้ในวันที่ 2-5 ม.ค.61 เพิ่มรถจากปกติ 6,500 คันต่อวัน เป็น 7,200 คันต่อวัน บางส่วนเป็นรถเสริมส่งผู้โดยสารออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 30-31 ธ.ค.60 จอดรถในจังหวัดต่างๆ รอรับผู้โดยสารกลับเข้ากรุงเทพฯเลย คาดว่ารองรับผู้โดยสาร 160,000 คนต่อวัน ส่วนนายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับการเดินทางกลับกรุงเทพฯของประชาชน คาดว่าประชาชนจะเริ่มเดินทางตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 1 ม.ค.ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 3 ม.ค. ดังนั้น การรถไฟฯ ได้เตรียมการรองรับประชาชนด้วยการพ่วงตู้รถเพิ่มให้ยาวขึ้นโดยเฉพาะในเส้นทางของรถวิ่งไกลที่มาจากสถานีเชียงใหม่ อุบลราชธานี หนองคาย และหาดใหญ่ คาดว่ามีประชาชนเดินทางกลับวันละ 110,000 คน

ผบ.ตร.ขอบคุณประชาชน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยว่า การจัดงานเฉลิมฉลองและกิจกรรมเคาต์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา บรรยากาศตามสถานที่จัดงานต่างๆ ทั่วประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อยได้เป็นอย่างดี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือ และปฏิบัติตนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ตลอดจนภาคเอกชนผู้จัดงาน สถานบันเทิง สถานบริการต่างๆ ที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมาย สำหรับโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 มีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 8,791 หลัง มากกว่าห้วงเดียวกันของปี 2560 จำนวน 2,626 หลัง หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็น 42.6%

ด้าน พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภ. 3 ได้ประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้านการจราจร และความปลอดภัยประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนหลังเสร็จสิ้นเทศกาลฉลองปีใหม่คาดว่าสภาพการจราจรต้องหนาแน่น โดยจะมีประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ บนถนนสายมิตรภาพ และถนนสาย 304 จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกเร่งระบายรถ รวมถึงเปิดช่องทางพิเศษ เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

สวดมนต์ข้ามปี 32,043 วัด

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า จากการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ถวายเป็นพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีธรรม พุทธศักราช 2561 เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2560 จนถึงเวลา 00.30 น.ของวันที่ 1 มกราคม 2561 ร่วมกับมหาเถรสมาคม (มส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า มีวัดที่ร่วมจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี รวมวัดทั่วประเทศ 32,043 วัด แบ่งเป็นวัดในกรุงเทพมหานคร 455 วัด วัดต่างจังหวัด 31,588 วัด นอกจากนี้ มีการสวดมนต์ข้ามปีอาเซียน 15 จังหวัด ประกอบด้วย ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ สระแก้ว ระนอง สงขลา และสตูล ทั้งนี้ได้ร่วมกับสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ จัดพิธี “สวดมนต์ข้ามปี ภาวนาทั่วโลก เพื่อสันติภาพ ประจำปี พ.ศ. 2561” จำนวน 12 ประเทศด้วย

กรุงเทพฯถูกจับเมาขับสูงสุด

ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่าได้รับรายงานสถิติศาลสั่งคุมประพฤติคดี พ.ร.บ.จราจรทางบกและขับรถประมาทในช่วงเทศกาลปีใหม่ระหว่างวันที่ 28-31 ธ.ค.60 ทั่วประเทศจากนายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ พบว่ามีผู้ที่ศาลสั่งคุมประพฤติทั้งหมดจำนวน 2,157 คดี จำแนกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 1,752 รายหรือคิดเป็นร้อยละ 81.22 คดีขับรถประมาท 44 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 2.1 คดีขับรถซิ่ง จำนวน 1 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 0.04 คดีขับเสพและอื่นๆ จำนวน 360 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 18.62 เมื่อพิจารณาสถิติคดีเมาแล้วขับยอดสะสมสูงสุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย 1.กรุงเทพมหานคร 169 คดี 2.สุรินทร์ 144 คดี 3.อุบลราชธานี 119 คดี 4.นนทบุรี 119 คดี และ 5.มหาสารคามกับปทุมธานี สาขาธัญบุรี 92 คดี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้