วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วาทะ 'ปลายโรดแม็ป' สู่ประชาธิปไตยครึ่งใบ : ชิงเหลี่ยม-วัดเกมเลือกตั้ง

เริ่มต้นศักราชใหม่ 2561 เป็นปีที่ทิศทางประเทศไทยน่าจะชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะถ้าประเมินจากพันธสัญญาต่อประชาชนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่จะประกาศวันเลือกตั้งกลางปี 2561 และกำหนดวันเลือกตั้งราวๆปลายปี

หมายความได้ว่า บ้านเมืองกำลังเดินเข้าสู่ห้วงสุดท้ายปลายโรดแม็ป คสช. และรัฐบาลจากการรัฐประหารปี 2557 มีดีเดย์คืนอำนาจสู่การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยกันแล้ว

เพียงแต่ว่าก็มีซุ่มเสียงจากหลายฝ่าย ยังตั้งข้อสงสัยในเชิงระแวงว่าอาจบิดพลิ้วเปลี่ยนแปลงใดๆตามมาอีก โดยมีการชิงเหลี่ยม ชิงไหวชิงพริบ ชนิดเรียกว่าเปิดเกมชักเย่อ รอวัดกันที่ “เกมเลือกตั้ง”

ทั้งๆว่ากันตามจริง ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ปี 2560 และบทเฉพาะกาลที่จะใช้บังคับในห้วงแรก ในเรื่องรูปแบบ กฎกติกาต่างๆ ทั้งการเลือกตั้ง ส.ส. การเลือกนายกรัฐมนตรี บทบัญญัติเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. พูดได้ว่ายังใช้รูปแบบผสม เป็นสูตร “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” ก็ว่าได้

เป็นหน้าที่ประจำทุกต้นปี “ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ” ขอพาย้อนอดีตไปพบกับ “วาทะ” จากฝ่ายต่างๆที่ผ่านมา เพื่อสะท้อนถึงสถานการณ์ความเป็นไปของบ้านเมืองในช่วง “ปลายโรดแม็ป” ปี พ.ศ.2561 นี้.

ปะฉะดะกรุยทาง

คงไม่ต้องพูดอะไรกันมากแล้ว กับวาทะร้อนๆ วจีวาจาสไตล์ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์-โอชา ที่ครบเครื่องทั้งเผ็ด แสบ แซ่บ มันส์ ลูกเล่นลูกฮากระจาย

ที่เด่นๆ ถือเป็นผู้นำที่ไม่สวนกระแสสังคม ตัวอย่างจากที่ประกาศมาตรการห้ามนั่งท้ายรถกระบะแล้วกลับลำ “ขอโทษที่ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนไม่สบายใจ” จุดพลุกฎหมาย “ห้ามมีกิ๊ก” ภายหลังอ้างพูดไม่ให้ง่วง “ผมเป็นคนตลก”

ด้านโจทย์เศรษฐกิจปมเก็บภาษีเพิ่ม “บิ๊กตู่” ยัน “รัฐบาลไม่ได้ตูดขาด” รวมทั้งเคลียร์ปมซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ “ไม่ใช่จะไปรบ กับใคร แต่เพื่อคุ้มครองทรัพยากรของเรา” และไม่ได้ช็อปแหลกลาญ “ไม่ใช่ไปไหนก็จะซื้ออาวุธ ไม่ได้มีเงินทองมากขนาดนั้น”

ที่เป็นไฮไลต์ คิวโดดป้อง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่เจอมรสุม ทั้งมีกระแสข่าวเก้าอี้โยก กรณี นร.เตรียมทหารเสียชีวิต และปมแหวนเพชร-นาฬิกาหรู “ถ้าไม่ดี ผมเลิกคบไปนานแล้ว”–“ท่านไม่ตั้งใจตอบแบบนั้น”–“สื่อต้องลดราวาศอกบ้าง” ตอกคิวเสี้ยม “มีคนต้องการตีให้เเตกกันใช่ไหม”

แตกต่างจากท่าทีต่อ “อดีตนายกฯปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เคยสนิทสนม หลังจากอดีตผู้นำหญิงหลบหนีไม่ไปฟังคำพิพากษาของศาลในคดีจำนำข้าว “นายกฯลุงตู่” ออกลูกเย้ย “เห็นแสดงออกว่าจะต่อสู้คดีตลอด ยังนึกดีใจว่าเป็นคนกล้าหาญ” พร้อมปัดปมเปิดทางหนี “จะไปสมยอมซูเอี๋ยได้หรือ รัฐบาลทำแบบนั้นไม่ได้”

ที่เป็นไคลแม็กซ์ ไม่พ้นการประกาศใช้ รธน.ฉบับใหม่ และพันธสัญญาผู้นำ “สัจจะวาจา รู้มั้ย” หลังพบผู้นำสหรัฐอเมริกา ที่ยกเป็น “มิตรที่ดีอีกคน” ให้คำมั่นจะประกาศวันเลือกตั้งเดือน มิ.ย. และเลือกตั้งเดือน พ.ย.2561 ที่มาพร้อมๆกับเสียงเรียกร้องของนักการเมืองขอปลดล็อก “ผมไม่ถ่วงเวลา ใจเย็นๆมีวิธีแก้ ทำทีละขั้นละตอน”

รวมทั้ง การตั้งคำถามประชาชน 4 ข้อ ต่อเนื่องอีก 6 ข้อ กระตุกนักการเมืองออกมาดักทางแผน “ผู้นำคนนอก” สอดคล้องกับท่าทีกั๊กๆของ “บิ๊กตู่” ที่เริ่ม “แบไต๋” รับเสียงเชียร์ “ถ้าพี่น้องให้อยู่ต่ออีก 10 ปี ก็จะอยู่ ไว้ค่อยว่ากัน”

ปะฉะดะกรุยทางมาทั้งปี เข้าโค้งปลายโรดแม็ป “ลูกอ้อน” ชักถี่ สำหรับ “ว่าที่ผู้นำคนนอก”??

“ดุสะดุ้ง”

ออกแอ็กชั่นดุตลอดปี ตามบทของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม ที่คอยคัดท้ายเรือแป๊ะฝ่าพายุคลื่นช่วงปลายโรดแม็ป ผุดวาทะร้อน ก่อสงครามน้ำลายให้เห็นต่อเนื่อง

อาทิปมจัดซื้อเรือดำน้ำที่เปิดหน้าตอบโต้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ “เงินที่เสียหายจากโครงการจำนำข้าวนำมาซื้อเรือดำน้ำได้ 50 ลำ” ตอกกลับที่ถูกเปรียบเปรยการซื้อเรือดำน้ำกับโครงการจำนำข้าว

ต่อเนื่องกับช็อตชวนทะเลาะฝ่ายการเมือง ยืนกรานห้ามปล่อยผีพรรคการเมืองทำกิจกรรม หลัง พ.ร.บ.พรรคการเมืองประกาศใช้ เล่นลิ้นยั่วฝ่ายตรงข้าม “ไว้ผมสบายใจแล้ว จะปลดล็อกแล้วกัน”

แต่ที่ตกเป็นข่าวครึกโครมหนักปีนี้ ไม่พ้นคิวปรับ ครม. ถูกกองแช่งกระพือข่าวแตกคอกับ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่นคลอนเก้าอี้ “พี่ใหญ่” ตั้งแต่ต้นปียันปรับ ครม.ปลายปีก็ยังลือไม่หยุด

“บิ๊กป้อม” ฉุนตอกพวกมโนกุข่าว “ลือกันไปเรื่อยเลอะเทอะ” และ “เราไม่มีความขัดแย้งกัน อยู่กันมาตั้ง 40 ปี” คอนเฟิร์มความสัมพันธ์ 2 พี่น้องยังแน่นปึ้ก สุดท้ายพี่ใหญ่ยังได้นั่งถ่างขาควบสองเก้าอี้ต่อไป

แต่เรื่องวุ่นๆยังพุ่งใส่ พล.อ.ประวิตรไม่หยุดหย่อน หลังพลั้งปากวิจารณ์การเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของนักเรียนเตรียมทหาร เป็นวาทะถูกโจษขานทั่วเมือง “ผมก็เคยโดนซ่อมจนสลบ แต่ไม่ตาย” เรียกเสียงติเตียนทั่วสารทิศ เล่นงาน “บิ๊กป้อม” หงายหลัง ต้องเอ่ยปาก “ขอโทษ” ลดกระแสการถูกกระหน่ำโจมตี

ไม่ใช่แค่คำพูดอย่างเดียวที่ถูกจับผิด แค่ยกมือบังแดดระหว่างถ่ายภาพหมู่ ครม. “ประยุทธ์ 5” เห็นแหวนเพชรและนาฬิกาหรู แบรนด์ดัง “ริชาร์ด มิลล์” ที่ข้อมือ ยังถูกขยายผลจับผิด แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ เจ้าตัวได้แต่อ้อมแอ้ม “เป็นของเดิมที่เคยใส่เป็นประจำ”

แต่โลกโซเชียลตามขุดคุ้ยไม่หยุด เจอข้อสงสัยนาฬิกาหรูเรือนอื่นตามมาอีกมากมาย พี่ใหญ่หลบเข้าหลังฉาก หยุดต่อปากต่อคำ ไม่ให้ถูกขยายแผลออกไป รอยื่นหนังสือชี้แจงต่อ ป.ป.ช.อย่างเดียว

หลากวาทะ–ลีลา บานปลายเป็นไฟลามทุ่ง อยู่กลางดงกระสุนตกจนต้องสะดุ้ง.

พลิกตำราวาดฝัน

เป็นบทหนักสำหรับ “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจที่ต้องเร่งแก้โจทย์หิน ปมปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มเครดิตให้รัฐบาล คสช.ช่วงท้ายปลายโรดแม็ป ก่อนการเลือกตั้ง

โดยในเรื่องลีลาวาทะ “กัปตันสมคิด” จะเน้นไปที่เวทีปาฐกถาพลิกตำรางัดกลยุทธ์มาขายความหวัง โชว์มาตรการ นโยบาย ยุทธศาสตร์รัฐบาล จนทำให้คำว่า “ประชารัฐ–สตาร์ตอัพ–ดิจิทัล–อีอีซี–ไทยแลนด์ 4.0” ติดตลาด

ปลุกความเชื่อมั่นโจทย์สำคัญด้านเศรษฐกิจ ระบุ รัฐบาลประคับ– ประคองจนกระทั่ง “เราพ้นจากจุดต่ำสุดไปแล้ว” และยังคอยรายงานตัวเลข ดัชนีชี้วัด เส้นกราฟเศรษฐกิจที่โชว์สัญญาณบวกแทบทุกด้าน ส่วนที่ขายถี่ยิบในรอบปีที่ผ่านมา น่าจะเป็นโครงการ “ประชารัฐ” สารพัดยี่ห้อ ทั้งบัตรคนจน-สินค้าธงฟ้า-บ้าน-อินเตอร์เน็ต ฯลฯ

กระทั่งช่วงปลายปี ถึงไฟต์ปักหมุดเร่งแผนช่วยคนจน ทั้งบัตรผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 งบฯท้องถิ่นอัดฉีดชุมชน พัฒนากลุ่มจังหวัด หนุนท่องเที่ยวเมืองรอง “รัฐบาลตั้งเป้าคนไทยทุกคนที่ยังยากจน ต้องหายจนให้ได้ในปีหน้า”

แต่ที่ไม่ค่อยได้เห็น บทบู๊ของกัปตันทีมเศรษฐกิจ โดยในช่วงรัฐบาลโดนถล่ม เกมสกัดมาถี่ เจ้าตัวออกโรงแจง ภาพรวมเศรษฐกิจดีที่สุดในรอบ 3 ปี “ถ้าไม่ใช่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะมีวันนี้หรือ” คำราม “ช่วงนี้การเมืองมันแรง บิด เบือนโจมตี ขย่มได้ขย่มไป ถ้ายังอยู่ตรงนี้ อย่าหวังมาสั่นคลอน ไม่มีทาง”

ก่อนจะระบุสเปกลงล็อกสูตรผู้นำคนนอก อย่าไปรังเกียจจะเป็นตำรวจ ทหาร ทนายความ อาจารย์ “ทุกคนมีสิทธินำประเทศ ถ้าเป็นคนดี และทำงานได้ดีพอ” ส่วนตัวเองที่ถูกโยงชื่อกับเก้าอี้ “ว่าที่หัวหน้าพรรค” ที่ท็อปบูตหนุน จนต้องบอกปัด ไม่เกี่ยวข้อง “ข้อมูลผิดมั้ง ผมอายุ 60 กว่าแล้ว อยากไปเลี้ยงหลาน”

วาดฝันโจทย์เศรษฐกิจ เดิมพันสูงของรัฐบาลอำนาจพิเศษขยับแผน “ไปต่อ”!!

ปรมาจารย์ไขสือ

เป่าปากโล่งอก หลังนั่งหัวโต๊ะปั่นกฎหมายลูกร่วม 2 ปี “ซือแป๋มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) บ่นอุบ “หืดขึ้นคอ” เสร็จภารกิจส่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับให้ สนช.ทันเดดไลน์ 240 วัน ฉิวเฉียด

หลายฉบับยังแจกยาแรงเขย่านักเลือกตั้งสะดุ้ง เพื่อเดินหน้าปฏิรูปการเมืองไทย เมินข้อท้วงติงฝ่ายการเมืองที่ห่วงใยสูตรคำนวณ ส.ส.ระบบใหม่ บอก “ช้าเกินไปแล้ว” เพราะกติกาใหม่ถูกกำหนดในรัฐธรรมนูญเรียบร้อย

ยังไม่รวมระบบ “ต่างเขต ต่างเบอร์” ในร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. ให้ผู้สมัครพรรคเดียวกัน ได้เบอร์สมัครไม่ตรงกัน แม้เจอต้านหนัก แต่ “ซือแป๋” ยกหลักการหรูโต้ “ไม่อยากให้เกิดคำพูดเอาเสาโทรเลขลงสมัครก็ได้”

ผลพวงกติกาใหม่ไม่ใช่แค่บาดหมางกับฝ่ายการเมือง ยังแฉลบไปผิดใจกับ กกต.ที่โดนหางเลขกฎเหล็ก “สเปกเทพ” กำหนดคุณสมบัติองค์กรอิสระเข้มข้น เซ็ตซีโร่ 5 เสือ กกต.ยกลอต “มีชัย” ได้แต่อ้อมแอ้ม “กรธ.ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำ แต่นึกไม่ได้ว่าจะหาทางแก้อย่างไร”

สั่งสมหัวเชื้อความไม่ลงรอย บานปลายถึงขั้นเปิดวิวาทะกับคู่ปรับต่างวัย “สมชัย ศรีสุทธิยากร” ตัวจี๊ด กกต. คิวนี้เบอร์หนึ่ง กรธ. ถึงขั้นแช่งใส่ “ถ้าสมมติ กกต.ตกเครื่องบินตายหมด ต้องเลื่อนเลือกตั้งหรือไม่”

แต่ช็อต “ซือแป๋” เสียเหลี่ยมก็มีให้เห็น กรณี สนช.แปลงโฉม พ.ร.บ.ศาลรัฐธรรมนูญ ต่อวีซ่าให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอยู่ต่อจนครบวาระ สวนหลักการ กรธ.ที่ชงให้ “รีเซ็ต” แต่ “มีชัย” บอก “ไม่ติดใจ” อ้างเป็นสิทธิที่ สนช.ทำได้

เช่นเดียวกับกรณีเจอแฉตั้งลูกสาวมาเป็นรองเลขาธิการของตัวเอง ไม่ต่างจากสภาวงศาคณาญาติ เจ้าตัวได้แต่อู้อี้บอก “เพื่อรักษาความลับ คสช.” ไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน

อาศัยลูกเขี้ยวปรมาจารย์กฎหมายระดับ “ซือแป๋” เด้งเชือกออกจากมุม เอาตัวรอดได้ทุกครั้ง!!!

ปลุกเสก“นางเสือเผ่น”

ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เดินย่ำรอยเท้าพี่ชาย แปลงสถานะ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากอดีตผู้นำ เป็นนักโทษหนีคดี ไปเผชิญชะตากรรมเร่ร่อนต่างแดน หลังชิ่งฟังคำพิพากษาศาลฎีกาฯ คดีจำนำข้าว ทิ้งทีมงานและกองเชียร์คอยเก้อ สวนทางคำพูดที่เคยการันตีไม่คิดหนีไปไหน “แม้มีความหวังแค่ 1% ก็ต้องสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์”

ผิดกันเป็นหนังคนละม้วนก่อนหน้านี้ที่ “อดีตนายกฯปู” ยังฮึกเหิม ฉวยจังหวะตีกินรัฐบาลทหารยามเสียรูปมวยเรื่องเรือดำน้ำ “การใช้งบประมาณให้คำนึงถึงปากท้องประชาชนก่อนสิ่งที่อยากได้เป็นความสำคัญอันดับสอง” ขยายแผลประจานรัฐบาลหว่านงบฟุ่มเฟือย 13,500 ล้านบาทซื้อเรือดำน้ำ

นางเสือฮึดสู้ ไม่มีเกียร์ถอยหลัง เดินหน้าขึ้นศาลสู้คดีทุกนัด ยืนยันเจตนาดีช่วยเหลือชาวนา ท่องคาถาขึ้นใจแก้ข้อครหา “ไม่มีอำนาจยับยั้งโครงการตามอำเภอใจ” และ “ไม่มีเจตนาพิเศษปกปิดข้อมูลระบายข้าวแบบจีทูจี”

นัดปิดจ๊อบคดีจำนำข้าว คร่ำครวญ “ไม่มีใครต้องรับชะตากรรมไม่เป็นธรรมมากเท่าดิฉันอีกแล้ว” ตบท้ายปล่อยซีนดราม่าร่ำไห้กลางศาล “ดิฉันเป็นเหยื่อของเกมการเมืองที่ลึกซึ้ง”

ช่วงใกล้วันเกิด ทำบุญใหญ่ เดินขึ้นยอดภูเขาทอง ห่มผ้าองค์พระธาตุ พูดสะอึกสะอื้นเรียกร้องความเห็นใจ “หวังว่าปีหน้าจะมีโอกาสเข้ามาทำบุญแบบนี้อีก” หลั่งน้ำตาฉลองเบิร์ธเดย์อายุครบ 50 ปี

แต่ก่อนวันตัดสินชะตากรรมแค่วันเดียว “อดีตนายกฯปู” โพสต์เฟซบุ๊กเหมือนส่งสัญญาณ “ขอให้ทุกท่านที่ห่วงใย ไม่ต้องเดินทางมาศาลวันพรุ่งนี้” ยกเหตุไม่ให้สุ่มเสี่ยงเกิดปัญหาจากผู้ไม่หวังดีต่อบ้านเมือง แต่บทสรุปสุดท้ายกลับเผ่นแน่บ บึ่งรถหนีไปชายแดน จ.สระแก้ว ไปปักหลักต่างแดน จ่อขอสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมือง

เก็บตัวเงียบ ไม่รู้แน่ชัดไปกบดานที่ใด เป็นคำถามที่คนอยากรู้ทั่วเมือง “ยิ่งลักษณ์ Where are you?”

บทเฮี้ยวตีโค้ง

จากช่วงแรกๆ หลังรัฐประหารปี 2557 “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเล่นบทเจ้าหลัก การร่ายตำรา ไหลตามกรอบหรูๆต่อความเป็นไปในบ้านเมือง แต่เข้าโค้งนี้พูดได้เลยว่า เริ่ม “เฮี้ยวแรง” กันแล้ว

ลำพังกับเครือข่ายนายใหญ่ “อภิสิทธิ์” แค่งัดอาวุธเบา อย่างคิว “อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์” เผ่นหนีศาล เล่นเบาะๆแค่เยาะ “น้ำในหูไม่เท่ากัน” จะมีที่ตอกใส่ “ทำไมนายทักษิณถึงตั้งคำถามกับกระบวนการยุติธรรมเวลาที่ตัวเองไม่ชนะคดีเท่านั้น” ส่วนสูตร รบ.แห่งชาติ-2 ขั้วใหญ่ร่วมสู้ท็อปบูต “อภิสิทธิ์” ยกเงื่อนไขไม่เอา “ตระกูลชินฯ” ก็จบข่าว

ที่เริ่มใส่แรงกับคนกันเอง ห้วง “ลุงกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ” บิ๊ก กปปส.มีข่าวเดินเกม “ยึด” ก่อนแปรเป็นแยกไปตั้งพรรค บอนไซ ปชป. “อภิสิทธิ์” แยกเขี้ยวใส่ แต่ก็ยอมรับ “หลายคนกังวล เพราะฐานเสียงเดียวกัน” ไม่วายกระแทกชิ่งแผนปั้นค่ายลายพราง “ถ้าบอกไม่ลงเลือกตั้ง แต่ไปหนุนพรรคใด ก็จะเลวร้ายไม่ต่างจากระบบที่ต่อต้านในอดีต” แต่อีกทางถูกถามสูตรร่วมหนุน “ลุงตู่” เจ้าตัวไว้เชิง “ความคิดบางอย่างไม่ค่อยเหมือนกัน ต้องคุยกันก่อน”

และแน่นอน จังหวะซัดอาวุธใส่รัฐบาลมีเป็นระยะๆ ตั้งแต่ตั้งสวนคำถาม 4 ข้อ 6 ข้อของผู้นำ “ให้ถามปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ สินค้าเกษตร แล้วนำไปแก้ปัญหาจะดีกว่า” หรือที่กระตุกคิวซื้ออาวุธ รัฐบาลต้องแจงความจำเป็น “งบฯสูงเกินไปหรือไม่ แต่ในสายตาประชาชนเดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลืออยู่”

ที่พีกสุดๆ “อภิสิทธิ์” เดือดคำสั่ง ม. 44 ปมเงื่อนไขพรรคการเมือง “เหมือนรีเซ็ต ไม่ได้เป็นศูนย์ แต่ติดลบ” ซัดไม่ยั้ง “เห็นว่าเป็นชายชาติทหาร อยากเลื่อนเลือกตั้ง มีเหตุผลที่ดีก็บอกตรงๆ” เตือนยิ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จอย่าใช้พร่ำเพรื่อ ให้ย้อนดูประวัติศาสตร์ “เวลาใช้อำนาจขาดความชอบธรรม ผลสุดท้ายจะต้องเผชิญกับอะไร”

ปลายโรดแม็ปเริ่มดุเริ่มเฮี้ยว ตีประคองตัวไม่ให้หลุดโค้ง โต้กลับเกมรุกกันบ้าง!!

"ทีมการเมือง"