วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ข่าวร้ายข่าวดีจราจร 61 ลุยขุดรถไฟฟ้า ขึ้นค่าทางด่วน BTS สถานีต่อไป..สมุทรปราการ

“รถติดในกรุงเทพฯ นับวันก็ยิ่งติดมากขึ้น” คำกล่าวนี้ไม่ได้เอ่ยขึ้นลอยๆ ทว่า...มีเหตุผลมารองรับ เพราะในการสัมมนาโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทบูรณาการพัฒนาระบบการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ที่ปรึกษา สนข. ได้เสนอผลการศึกษาว่า ความเร็วรถบนถนนสายหลัก ปี 2560 ลดลง ถนนวิภาวดีฯ มีความเร็ว 33.6 กม./ชม. ถนนพหลโยธิน 13.4 กม./ชม. ถนนพระราม 9 8.1 กม./ชม. ถนนสุขุมวิท 14.0 กม./ชม. แม้กระทั่งฝั่งธนบุรี ที่ถนนบรมราชชนนี ก็มีความเร็ว(ช้า)แค่ 9.7 กม./ชม.

แต่...ในปี 2561 ที่มาถึง “ฝ่ายข่าว กทม.-จราจร” มีข่าวร้ายว่า ความเร็วของรถในถนนสายหลักอีกหลายสายจะต้องลดลงอีก??????

ขุดรถไฟฟ้าพร้อมกัน 6 สาย

เริ่มจากมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าถึง 6 สาย ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ รถไฟฟ้าสายใหม่ 3 สาย คือ 1. สายสีส้ม ตะวันออก มีนบุรี-ศูนย์วัฒนธรรม 22.5 กม. ที่สร้างลอยฟ้าจากสุวินทวงศ์ แล้วมามุดลงใต้ดินที่แยกบ้านม้า ถนนรามคำแหง ไปจนถึงปลายทาง 2.สายสีชมพู (โมโนเรล) จากศูนย์ราชการ นนทบุรี รัตนาธิเบศร์ ติวานนท์ แจ้งวัฒนะ รามอินทรา มีนบุรี 3. สายสีเหลือง โมโนเรล จากแยกรัชดาลาดพร้าว ถนนลาดพร้าว บางกะปิ ศรีนครินทร์ สุดทางที่สำโรง

การก่อสร้างทั้งหมดจะกระทบต่อผิวการจราจรหลายสาย ได้แก่ ถนนรามคำแหง ถนนพระราม 9 ในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม,ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรามอินทรา ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู และที่น่าหนักใจที่สุดคือ ถนนลาดพร้าวตลอดสาย ในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง

ส่วนอีก 3 สาย คือ รถไฟฟ้าที่สร้างอยู่เดิม 3 สาย ได้แก่ สายเขียวเหนือ หมอชิต-คูคต สายเขียวใต้ สำโรง-สมุทรปราการ และสายสีน้ำเงิน หัวลำโพง-บางแค ถนนในเส้นทางเหล่านี้ จะยังได้รับผลกระทบต่อไปจนกว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ

สายสีชมพูหนักใจหลักสี่

“สุรพงษ์ เลาหะอัญญา” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทบีทีเอสซี ที่ชนะประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เล่าถึงแผนการก่อสร้างว่า การก่อสร้างจะลงมือต่อเมื่อได้รับการส่งมอบพื้นที่จาก กทม. และกรมทางหลวง ซึ่งล่าสุดคาดว่าจะเป็นในราวเดือนมีนาคม 61 ทั้งนี้ ทั้งสองสายจะใช้เวลาก่อสร้างรวม 39 เดือนนับตั้งแต่ได้รับพื้นที่ โดยวิธีการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้งสองสายนี้ จะแตกต่างจากรถไฟฟ้า BTS หรือสายสีเขียว เพราะจะกระทบพื้นที่จราจรเฉพาะช่วงรื้อย้ายสาธารณูปโภค และก่อสร้างฐานรากเท่านั้น

ส่วนการทำเสา คาน และทางวิ่ง จะใช้วิธีหล่อสำเร็จจากโรงงาน และยกมาประกอบในพื้นที่ตอนกลางคืน ซึ่งจะทำให้กระทบพื้นที่จราจรน้อยกว่า และใช้เวลาทำเร็วกว่า

อย่างไรก็ตาม ในเส้นทางสายสีชมพูนั้นจุดที่น่าจะกระทบต่อการจราจรมากที่สุด ได้แก่ ที่แยกหลักสี่ ถนนวิภาวดีฯ ตัดแจ้งวัฒนะ เพราะทางวิ่งของโมโนเรล ที่มาจากวิภาวดีฯ จะลดระดับลอดดอนเมืองโทลล์เวย์ เพื่อมาจอดที่สถานีโมโนเรลหลักสี่ ซึ่งเป็นสถานีในระดับพื้นดิน จากนั้นทางวิ่งจะเปลี่ยนเป็นยกระดับตามถนนแจ้งวัฒนะมุ่งหน้าไปแยกอนุสาวรีย์หลักสี่ ซึ่งถนนในช่วงดังกล่าวมีลักษณะแคบ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมทางหลวงได้คิดหาทางลดผลกระทบอยู่

สีเหลืองรื้อสะพานบางกะปิ

ส่วนการก่อสร้างสายสีเหลือง “สุรพงษ์” ระบุว่ามีความยาก เพราะถนนลาดพร้าวที่เป็นเส้นทางก่อสร้าง นอกจากจะมีการจราจรหนาแน่นแล้ว การก่อสร้างยังต้องรื้อย้ายอุโมงค์ส่งน้ำประปาขนาดใหญ่ของการประปานครหลวงที่เกาะกลางถนนให้พ้นจากแนวรถไฟฟ้าด้วย แต่เราเคยมีประสบการณ์เมื่อสร้างรถไฟฟ้า BTS ที่ถนนสุขุมวิท ซึ่งครั้งนั้นต้องย้ายประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ ทั้งหมด จากเกาะกลางถนนสุขุมวิทเช่นกัน ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะสามารถบริหารจัดการได้

นอกจากนี้ จุดที่น่าหนักใจอีกจุดหนึ่ง ได้แก่ ที่แยกสะพานบางกะปิ ข้างเดอะมอลล์บางกะปิ เนื่องจากแนวสะพานข้ามทางแยกอยู่ในแนวเดียวกับรถไฟฟ้า ดังนั้น จึงต้องหารือและประสานงานกับกรุงเทพมหานครในการรื้อย้ายสะพานข้ามทางแยกออกระหว่างการก่อสร้างรถไฟฟ้าจนเสร็จ จึงก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกคืน (เช่นเดียวกับที่แยกรัชโยธินของรถไฟฟ้าสายสีเขียว) ซึ่งรายละเอียดต่างๆยังอยู่ระหว่างการหารือกับ กทม.

กันยายนถึงคิวขึ้นค่าทางด่วน

นอกจากมีการก่อสร้างบนผิวจราจรมากขึ้นแล้ว ในปี 2561 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย มีกำหนดขึ้นค่าผ่านทางของทางด่วนขั้นที่ 1 และทางด่วนขั้นที่ 2 ตามสัญญาสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 กับบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ BEM หรือบริษัททางด่วนกรุงเทพ BECL เดิม ทั้งนี้ ขั้นตอนการพิจารณาจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคม ก่อนจะประกาศใช้ในเดือนกันยายน ซึ่งตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทาน กำหนดให้ขึ้นไม่เกิน 5 บาท ทั้งนี้ การปรับขึ้นค่าทางด่วนในครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของสัญญาสัมปทานนี้ซึ่งจะครบกำหนดอายุสัมปทานในปี 2563

BTS สมุทรปราการเพิ่ม 8 สถานี

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าปีหน้าจะมีเฉพาะข่าวร้ายด้านจราจร แต่ข่าวดีก็มีเช่นกัน เพราะโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายสายใต้ แบริ่ง-สมุทรปราการ ซึ่งก่อสร้างโดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย รฟม. และอยู่ระหว่างโอนย้ายมาอยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร จะเปิดการเดินรถจากสถานีสำโรงถึงสถานีการเคหะสมุทรปราการ ซึ่งเป็นสถานีปลายทาง ในเดือนธันวาคม 2561 ทั้งนี้ ในส่วนการเดินรถ กรุงเทพมหานคร โดยบริษัทกรุงเทพธนาคม (วิสาหกิจของ กทม.) ได้เซ็นสัญญาว่าจ้างบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือบีทีเอส เป็นผู้จัดหารถและบริหารการเดินรถ ในลักษณะเช่นเดียวกับ BTS สายบางหว้า และได้เริ่มเดินรถเส้นทางแบริ่ง-สมุทรปราการ จำนวน 1 สถานี จากสถานีแบริ่ง-สถานีสำโรง ตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 ที่ผ่านมา

เปิดธันวาฯ หรือก่อนหน้า

การเปิดเดินรถเพิ่มเติมในปลายปีนี้จะทำให้BTS สายสุขุมวิท มีสถานีเพิ่มเติมอีก 8 สถานี ได้แก่ สถานีปู่เจ้าสมิงพราย (E16) สถานีเอราวัณ (E17) สถานีโรงเรียนนายเรือ (E18) สถานีศาลากลาง (E19) สถานีศรีนครินทร์ (E20) สถานีแพรกษา (E21) สถานีสายลวด (E22) และสถานีเคหะสมุทรปราการ (E23) รวมระยะทางประมาณ 13 กม. ทั้งนี้ “สุรพงษ์ เลาหะอัญญา” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BTSC ระบุว่า บริษัทเตรียมความพร้อมในการจัดการเดินรถส่วนนี้เรียบร้อยแล้ว โดยในต้นปี 2561 ขบวนรถไฟฟ้าที่บริษัทสั่งซื้อจากบริษัทซีเมนส์ 22 ขบวน จะเริ่มทยอยส่งมาถึงประเทศไทย และบริษัทจะเริ่มทดสอบการเดินรถในราวเดือนเมษายน ซึ่งมีความเป็นไปได้ด้วยว่า
จะสามารถเปิดการเดินรถได้ก่อนเดือนธันวาคม

ภูมิภาคเปิดอุโมงค์ลอดป่า

สำหรับในจังหวัดภูมิภาคต่างๆนั้น ปี 2561 นี้มีโครงการขนาดใหญ่ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้หลายโครงการ เช่น ที่จังหวัดเชียงใหม่ โครงการอุโมงค์ทางแยกที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข 11 กับทางหลวงหมายเลข 1001 (แยกแม่โจ้) และขยายสะพานข้ามแม่น้ำปิงของกรมทางหลวง กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้การจราจร ก่อนเทศกาลสงกรานต์ เพื่อแก้ปัญหาจราจรรอบเมืองเชียงใหม่ และแก้ปัญหาคอขวดสะพานข้ามแม่น้ำปิง หรือสะพานฟ้าฮ่าม

นอกจากนี้ กรมทางหลวงที่มีโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 304 มาตั้งแต่กลางปี 2558 โดยในโครงการนี้จะมีช่วงหนึ่งเป็นการก่อสร้างทางเชื่อมผืนป่าอุทยานทับลานกับอุทยานเขาใหญ่ โดยขยายถนนช่วงเลียบภูเขาจากขนาด 2 เลน เป็น 4 เลน ด้วยการระเบิดภูเขา เพื่อปรับพื้นทางให้ราบ และก่อสร้างเส้นทางช่วงแรกเป็นสะพานยกระดับและปรับพื้นราบใต้สะพานให้เป็นพื้นที่ป่า เพื่อให้สัตว์ป่าเดินลอด ระหว่างป่าทับลานกับป่าเขาใหญ่ จากนั้นเส้นทางช่วงที่สองที่เป็นช่องเขาขาดจะก่อสร้างเป็นอุโมงค์ทางลอด โดยใช้คอนกรีตครึ่งวงกลมติดตั้งบนพื้นทางเป็นช่องทางอุโมงค์สำหรับรถวิ่งผ่าน จากนั้นจึงใช้ดินกลบอุโมงค์ด้านบน ยกเว้นจุดทางเข้าออก และปรับสภาพพื้นที่ให้เป็นป่า เพื่อให้สัตว์ป่าเดินไปมา

การก่อสร้างดังกล่าวกำหนดจะแล้วเสร็จในปลายปี 2561

รถไฟฟ้าภูมิภาคตั้งไข่

นอกจากก่อสร้างและเปิดใช้โครงข่ายถนนแล้ว ล่าสุด กระทรวงคมนาคมได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาระบบขนส่งมวลชนระบบรางในจังหวัดภูมิภาค เช่น จังหวัดภูเก็ต สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร สนข. ได้ศึกษาออกแบบเรียบร้อยแล้ว เป็นรูปแบบรถไฟฟ้ารางเบา (Tramway) ระยะทาง 58.52 กม. ขณะนี้อยู่ระหว่างวิเคราะห์ความเหมาะสมให้เอกชนลงทุน (PPP) ของ รฟม.คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในกลางปีนี้

จังหวัดขอนแก่นเป็นรถไฟฟ้ารางเบาเส้นทางสำราญ-ท่าพระ ระยะทาง 22.80 กม.ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนรูปแบบการลงทุนยังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจาก สนข. เสนอให้ใช้รูปแบบรัฐลงทุนเวนคืน และให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน ขณะที่ทางท้องถิ่นเสนอขอลงทุนเอง

แม้โครงการส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่างเริ่มต้น แต่อีกไม่ช้าโครงการก็จะเป็นจริง หากมีการดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง.

ฝ่ายข่าว กทม.-จราจร ขอสรุปว่า การจราจรปี 2561 จะมีสภาพไม่แตกต่าง (หรือแย่กว่า) ปีที่ผ่านๆมา แต่เราๆท่านๆจะช่วยลดปัญหาลงได้ ด้วยการไม่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา นั่นคือ ใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจร และหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ.

ฝ่ายข่าว กทม.-จราจร