วันพุธที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เป้า "โอทอป" ปี2561 พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย

วงปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าภาคส่วนต่างๆ ขานรับเทรนด์ “ไทยเที่ยวไทย” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับกิจกรรมที่ต่อเนื่องสำคัญ นั่นคือการส่งเสริมผลิตภัณฑ์โอทอป (OTOP) ให้เป็นหนึ่งตัวช่วยฟื้นเศรษฐกิจประเทศไทย จากการพัฒนาแบรนด์ให้ตรงใจลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับปี 2561 นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ผู้รับผิดชอบงานด้านนี้ กล่าวว่า ในปี 2561 นี้ การดำเนินงานจะลงลึกในบริบทความต้องการของทั้งผู้ผลิต-ผู้บริโภค และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาแบรนด์ ตามความต้องการของตลาดมากขึ้น จึงตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 177,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 20 หรือมากกว่าปี 2560 ซึ่งมียอดขาย 153,510 ล้านบาท

กลยุทธ์การตลาดเพื่อเพิ่มรายได้จากยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอทอป ในปี 2561 ได้ตั้งเป้าหมายไว้คือ

1.ขยายฐานผู้ประกอบการเชิงรุก และรักษายกระดับคุณภาพฐานเดิมใน 58,376 กลุ่ม 122,196 ผลิตภัณฑ์ 2.พัฒนา Supply Chain ในรูปของ “OTOP INTER TRADER” ให้เชื่อมต่อกันได้ทั้ง 76 จังหวัด หลังจากจัดตั้งนำร่องไว้แล้ว 10 แห่ง ใน จ. สระบุรี กาญจนบุรี พัทลุง สุราษฎร์ธานี ร้อยเอ็ด ชุมพร ตาก เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา และกาฬสินธุ์ ในชื่อบริษัทที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังไม่นับรวมกลยุทธ์การตลาดอื่นๆ อีกหลากหลาย

สำหรับ OTOP INTER TRADER ทั้ง 10 แห่งดังกล่าว ทำหน้าที่เป็น “หลงจู๊” หรือตัวแทนผู้ผลิต ที่ต้องเป็นคนหัวไวใจสู้ เข้าใจอัตลักษณ์สินค้าโอทอปเป็นอย่างดี รู้จักคัดสรรสินค้าเข้าไปไว้ในสต๊อก รวมไปถึงจัดการขนส่งกระจายสินค้าภายในประเทศและต่างประเทศ และช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพไปด้วย

จ.กาญจนบุรี ฟังจาก นางดรุณี แก้วกัลยา ผจก.ศูนย์ OTOP INTERTRADER กาญจนบุรี ในที่ดินของ นายสหัสนัย ยืนยง เผยว่า ขณะนี้ได้ทำหน้าที่มองหาตลาดบริหาร จัดการ และซื้อขายสินค้าโอทอปแทนผู้ประกอบการที่ไม่ถนัดงานด้านนี้ ที่ขาดไม่ได้ต้องให้การส่งเสริมพัฒนาคุณภาพสินค้าจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง

จากความนิยมที่เกิดขึ้นจาก สาขาแรก ที่ น้ำตกเอราวัณ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยว จึงขยายไปสู่ สาขาที่ 2 ศาลากลาง จ.กาญจนบุรี ที่มีข้าราชการและชาวกาญจนบุรีเป็นลูกค้า และ สาขาที่ 3 บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว เพิ่งเปิดใหม่ในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก

แต่ละปีนักท่องเที่ยวกว่า 5 ล้านคน ที่จะเข้าไปอุดหนุนสินค้าโอทอป ซึ่งมีมากกว่า 100 ชนิด ที่ยอดฮิตคือ วุ้นเส้นท่าเรือ ทองม้วนสุธีรา น้ำผึ้งตราพรีม เป็นต้น ยังไม่รวมกาแฟศรีสวัสดิ์ ในร้าน OTOP LifeStyle @ เอราวัณ ที่ได้ชื่อว่า “สตาร์บัค ออฟ กาญจนบุรี” และถือเป็นโมเดลความสำเร็จในการสร้าง โอทอปไลฟ์สไตล์ ที่ดูทันสมัย ส่งผลให้การประกอบการในอนาคตจึงแลดูสดใส

จ.เชียงใหม่ ล้ำหน้าไปอีกก้าว นายอภิวัฒน์ ธีระวาสน์ พัฒนาการ จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ได้ผนึกกำลังเป็น โอทอปเทรดเดอร์ จัดตั้งบริษัท “OTOP CHIANGMAI CENTER” ที่ข่วงสันกำแพง โดยมี นางพรรณทิพย์ ไชยชนะ เป็นประธานดำเนินงาน เพิ่มช่องทางตลาดและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น 437 ราย 25 อำเภอ กับสินค้าฝากขายจาก จ.ลำพูน ลำปาง เชียงราย น่าน ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง สงขลา อยุธยาและ กทม.

มีทั้งเสื้อผ้า สิ่งประดิษฐ์ เครื่องจักสาน เซรามิก งานไม้แกะสลัก แผ่นเงินลวดลายสวยงาม สินค้าภูมิปัญญา ระดับ 1 ดาว-5 ดาว รวมแล้ว 3.511 รายการ 37,627 ชิ้น มูลค่า 7.16 ล้านบาท รวมทั้งยังเป็นศูนย์พัฒนากลุ่มเครือข่ายให้ก้าวหน้า

ด้าน น.ส.ภัทรา วรามิตร ประธานกาฬสินธุ์โอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์ เผยว่า ขณะนี้ได้ใช้งบส่วนตัวสร้างอาคารถาวร ริมถนนสายกาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด อ.กมลาไสย เสร็จไปแล้วกว่า 90% เชื่อว่าปีหน้าจะเป็นสถานที่รองรับผลิตภัณฑ์โอทอปที่ได้มาตรฐานมากมาย จาก 18 อำเภอ ภายใต้การส่งเสริมจากพัฒนาการจังหวัด

ที่เด่นๆจะเป็นผ้าไหมแพรวา ราชินีแห่งไหม ข้าวเหนียวเขาวง คุณภาพดีหอมนุ่มเป็นที่ต้องการของตลาด และถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI นอกจากนี้ยังมีมะม่วงมหาชนก อ.ยางตลาด ที่มีรสชาติอร่อยติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศ

ลงไปภาคใต้ นายพชร จันทราเพท อายุ 31 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พัทลุงโอทอปอินเตอร์เทรดเดอร์ จำกัด ที่ ม.2 ต.ป่าพะยอม อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้เป็นตัวแทนช่วยขายผลิตภัณฑ์โอทอปของผู้ประกอบการกว่า 200 ชนิด และสินค้าพื้นเมืองอีก 200 ชนิด ซึ่งมีทั้งขายเป็นของฝากและส่งไปทั่วประเทศ ประกอบด้วยเครื่องดื่มสมุนไพร ขนมต่างๆ ทอฟฟี่ผลไม้ 7 รส ที่กำลังดังไปทั่วประเทศ ข้าวสังข์หยด รังนก เสื้อผ้าสำเร็จรูป ที่ผ่านมาช่วยสร้างรายได้ให้เป็นที่น่าพอใจ ถึงขนาดสินค้าบางตัวยังส่งออกไปประเทศจีนและมาเลเซีย

ตบท้ายที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะนี้ นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือ อุ๊ กรุงสยาม ได้จัดตั้งบริษัท อยุธยาโอทอปอินเตอร์เทรดเดอร์ จำกัด ริมถนนสายเอเชีย หลัก กม.ที่ 44 ภายใน โครงการพุทธอุทยานมหาราช (หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่) ต.บ้านใหม่ อ.มหาราช จนมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่ยอมรับทั่วไป

ส่วนกลยุทธ์การตลาดใช้วิธีการรวบรวมโอทอปคุณภาพดี แพ็กเกจของกินของใช้ ของฝากกว่า 10,000 รายการ ที่ได้มาตรฐาน รวมทั้งกำหนดให้ติดโลโก้สินค้าเหมือนกันทุกชิ้น เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ในการนำไปแลกเปลี่ยนกับเทรดเดอร์จังหวัดอื่นๆกว่า 77 สาขา จากกระแสตอบรับและความก้าวหน้านี้ จึงกำลังผุด “OTOP OUTLET” เพื่อการส่งออกอีกด้วย

อุ๊ กรุงสยาม บอกด้วยว่า วันนี้ทิศทางโอทอปยังดี ภาครัฐจึงกำลังขยายผลใช้โอทอปเทรดเดอร์เป็นตัวแทนเสนอซื้อเสนอขายส่งออกไปในกลุ่มตลาดอาเซียนและกลุ่มประเทศเอเชีย อาทิ จีน เพิ่มขึ้น ซึ่งการเข้าถึงตลาดที่นี่เป็นไปค่อนข้างยาก

ล่าสุดก่อนสิ้นปี นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้จุดกระแสใช้ โอทอปเทรดเดอร์เจาะตลาดจีน นำทัพ “คาราวานสินค้าโอทอป” ไปร่วมงานนิทรรศการแสดงและจำหน่ายสินค้า กลุ่มประเทศแม่น้ำโขง-ล้านช้าง ที่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน เนื่องจากสินค้าโอทอปไทยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย บูธขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร น้ำผึ้ง อาหารสตรีทฟู้ด และอื่นๆ จึงได้รับการอุดหนุนอย่างคึกคัก

หลังจากงานนี้ยังเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าหยุนฝาง ตั้งเป็น “THAI OTOP OUTLET” แห่งแรกในต่างประเทศ โดยจะเป็นหน้าร้านโชว์สินค้าโอทอป และเป็นตัวแทนจำหน่ายไปด้วย

จากภาพที่สะท้อนให้เห็นนี้ จึงเชื่อว่าปี 2561 ผลิตภัณฑ์โอทอปของไทยกำลัง “โกอินเตอร์” เพื่อเป็นหนึ่งตัวช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย ขอเพียงผู้ประกอบการต้องพัฒนาสินค้าให้ตรงใจตลาด และภาครัฐต้องให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

มองเห็นหนทางที่ผลิตภัณฑ์โอทอปจะสามารถสร้างรายได้ช่วยฟื้นเศรษฐกิจอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม!

ทีมข่าวภูมิภาค