วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลมหายใจของเศรษฐกิจแบ่งปัน ตอบโจทย์ธุรกิจ "รวมกันเรายิ่งแกร่ง"

แนวคิดของสังคมเศรษฐกิจแบบแบ่งปันกัน ใครมีทักษะ ทรัพยากรมีค่า ความสามารถ ส่วนตัว หรือเครื่องมือเครื่องจักรกลที่สามารถนำมาแบ่งปันกันเพื่อลดต้นทุน และสร้างยอดขายที่จะกลับเข้ามาในลักษณะเป็นการแบ่งรายได้กันตามสัดส่วนที่ลงมา หรือที่เรียกว่า Sharing Economy

กำลังมีแนวโน้มที่สดใส และน่าจะเติบโตครอบคลุมไปในกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลากหลายสาขา โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Digital Economy เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นตัวการทำให้พฤติกรรมการบริโภคของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ในช่วงเวลาที่นักเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะที่อยู่ในฟากฝั่งรัฐบาลระบุว่า เศรษฐกิจประเทศไทย จะค่อยๆดีขึ้นในอีก 2–3 ปีข้างหน้า นับตั้งแต่ปี 2561

การปรับตัวของภาคธุรกิจ และความเข้าใจ-เข้าถึงพฤติกรรมการบริโภคของผู้คนสมัยใหม่ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สามารถสร้าง หรือวางแผนปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้รองรับกับอำนาจการซื้อ และความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของผู้คนได้อย่างทันการจนอาจพลิกโชคชะตาฟ้าลิขิตได้

ทีมเศรษฐกิจลงไปสำรวจและรวบรวมเรื่องราวเหล่านี้มาให้อ่าน เพื่อประเทืองปัญญากันทั้งคนสำรวจ คนเขียน และคนอ่านในวันขึ้นปีใหม่นี้

เซ็นทรัล vs เจดีดอทคอม

เซ็นทรัล กรุ๊ป เขย่าขวัญวงการค้าปลีกไทยและโลก ด้วยการประกาศร่วมทุนครั้งใหญ่กว่า 17,500 ล้านบาท กับ JD.COM ยักษ์ใหญ่ค้าปลีก E-commerce Logistic และ Fintech จากจีน ผู้นำด้าน E-commerce อันดับ 3 ของโลก เพื่อการพัฒนาระบบ Digital Ecosystem ครบวงจรเป็นครั้งแรกในชื่อ “เจดี เซ็นทรัล” หวังต่อยอดธุรกิจออนไลน์ในเครือของกลุ่มเซ็นทรัล และตอกย้ำว่า ครั้งนี้...ฉันเอาจริง!

การพลิกโฉม “ช็อปปิ้ง ออนไลน์” ของประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งนี้ มีเป้าหมายใหญ่นอกเหนือจากยอดขายและผลกำไรแล้ว กลุ่มเซ็นทรัลยังต้องการสร้างประสบการณ์ “ช็อปปิ้ง ออนไลน์” ที่แตกต่าง และเร่งให้ยุทธศาสตร์ “Digital Centrality” ของกลุ่มเกิดขึ้นจริง ผ่านระบบ Digital Ecosystem ที่ครบวงจร และแข็งแกร่งใน 4 ด้านสำคัญ คือ 1.E-commerce 2.E-logistic 3.E-finance และ 4.Technology and data เข้ามาเสริมการพัฒนาธุรกิจทุกขั้นตอน

การรวมพลังสร้างรากฐานของ E-Commerce ใหม่ชื่อ JD.co.th ภายใต้เทรดมาร์ก“เจดี เซ็นทรัล” มีกำหนดเปิดให้บริการไตรมาส 1 ปี 2561 แน่นอน โดยแม่ทัพใหญ่เซ็นทรัล “ทศ จิราธิวัฒน์” มุ่งหวังให้เป็น Digital Ecosystem ครบวงจร ควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจในเครือเซ็นทรัลให้เป็น Omnichannel ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งส่งเสริมให้กลุ่มเซ็นทรัลเติบโตในแบบก้าวกระโดด และมียอดขายออนไลน์ทั้งกลุ่มมากกว่า 15% ภายใน 5 ปี

ปรากฏการณ์การร่วมทุนของ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียครั้งนี้ ไม่เพียงสร้างประสบการณ์การช็อปปิ้งไร้รอยต่อให้ลูกค้า (Seamless Shopping experience) แต่ยังสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐที่เน้นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เท่าทันโลกดิจิทัล และเป็นแรงส่งแก่เซ็นทรัลกรุ๊ปก้าวสู่ความเป็นผู้นำโลกดิจิทัลยุค 4.0 ด้วย

รูปแบบใหม่นี้ ไม่เพียงเปิดกว้างให้ลูกค้าทุกคนเข้าถึง และใช้บริการได้ซื้อสินค้าและบริการของเซ็นทรัลกรุ๊ปได้เท่านั้น แต่ยังช่วยต่อยอดสินค้าชุมชนของเซ็นทรัลกรุ๊ปด้วย โดยสินค้าทั้งหมดที่ปรากฏบนหน้าเว็บ JD.co.th ก็จะปรากฏบนหน้าเว็บ JD.com ในประเทศจีนด้วยเช่นกัน

ถือเป็นการปรับทัพแบบ “รวมกันเราอยู่” จริงๆ

TOO FAST TO SLEEP.SCB

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ตัดสินใจจับมือกับ TOO FAST TO SLEEP ต้นตำรับของการเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นักศึกษา คณาจารย์ และบุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปใช้พื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อให้เยาวชนชาติมีสถานที่เพื่อการระดมสมอง สติปัญญา ติวหนังสือ-ข้อสอบ ด้วยการมีที่นั่ง ที่นอนเบาะ ผ้าห่ม และ WI-FI ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีการไล่ใครออกจากพื้นที่ หลังจากเยาวชนของชาติหลายกลุ่มถูกร้านขายอาหารจานด่วน หรือร้านกาแฟชื่อดังจากต่างประเทศ ห้ามไม่ให้ใช้พื้นที่นาน หรือใช้ WI-FI เกิน 1 ชั่วโมง

ขณะเดียวกันก็มี Co–Working Space สำหรับการติวนักเรียน–นักศึกษา หรือการประชุมกลุ่มย่อย 8–10 คน ที่มีเครื่องมือให้พร้อมสรรพทั้งทีวีออนไลน์ WI–FI และกระดานสำหรับเขียน

การจับมือกันของสององค์กรนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์เป็นฝ่ายปรับเปลี่ยนพื้นที่สำนักงานสาขาของธนาคารที่สยามสแควร์ ซอย 1 ตามคอนเซปต์ของ TOO FAST TO SLEEP ที่ นายเอนก จงเสถียร CEO ของ M M P คอร์ปอเรชั่น จำกัด คิดขึ้นเพื่อให้เป็น CSR ของบริษัท และยอมขาดทุนตลอดช่วง 3 ปีแรก ด้วยการไม่บังคับให้ใครต้องซื้อเครื่องดื่ม ขนม ของทานเล่น หรือ อาหารที่เขามีขาย

จนทุกวันนี้ TOO FAST TO SLEEP ก็ยังคงหลักการนี้ไว้ในสาขาตรงกันข้ามอาคารจามจุรีสแควร์ ศาลายา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสยามสแควร์ ซอย 1

เมื่อธนาคารพาณิชย์เป็นอีกธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการก้าวเข้ามาของเทคโนโลยี และ Digital Economy การปรับเปลี่ยนสำนักงานสาขาไปเป็น Lifestyle Banking และ Community เพื่อการระดมสมองของเยาวชนไทยภายใต้คอนเซปต์ Cashless สังคมไร้เงินสด

TOO FAST TO SLEEP.SCB จึงเกิดขึ้นที่สยามสแควร์ ซอย 1 เป็นสาขาแรกที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกันทางธุรกิจที่ปัจจุบันเราเรียกกันว่า Sharing Economy เพราะจากนี้ไปทั้งสององค์กรนี้จะร่วมกันทำงานภายใต้คอนเซปต์เดียวกันนี้ในจังหวัดอื่นๆ ที่ประสงค์จะทำสถานที่ให้เป็น Co–Working Space สำหรับนักเรียน-นักศึกษา และประสงค์จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจผ่านช่องทางของการแบ่งปันกันในความรู้ และทักษะที่ต่างฝ่ายต่างมี

สตาร์บัคส์ จอย คนรุ่นใหม่

สตาร์บัคส์ กลับมาเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ปรับกระบวนท่าทุกรูปแบบเพื่อก้าวให้ทันโลก และทันการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คนในยุคมิลเลนเนียม ด้วยการยอมให้คนรุ่นใหม่ นักเรียน-นักศึกษา สามารถเข้าไปนั่งแช่ และใช้ชีวิตติดจอในร้านสตาร์บัคส์รวมทั้งนั่งติวหนังสือ ทำงาน ชาร์จไฟ ใช้ WI-FI ฟรีในร้าน และท้ายที่สุด สตาร์บัคส์ก็ยอมทำห้องพิเศษ เป็น Co–Working Space เล็ก 6-10 คนจริงจัง ให้ลูกค้าคนรุ่นใหม่เข้าไปใช้โดยไม่ต้องเสียเงิน

กระนั้นก็ตาม สตาร์บัคส์ยังต้องเพิ่มการบริการหลากหลายขึ้นทั้งผลิตภัณฑ์ของสตาร์บัคส์ เช่น ถ้วยกาแฟ แก้วเก็บความร้อน–เย็นของกาแฟ และเครื่องดื่มต่างๆ รวมถึงอาหารที่มีรูปแบบแอดวานซ์เข้าไปอีกขั้นกับการปรับปรุงสาขาใหม่ๆ

เพื่อให้ร้านสตาร์บัคส์กลายเป็นสถานที่ที่ดึงดูดลูกค้าเข้ามาพบปะสังสรรค์ และเจรจาความทางธุรกิจกัน โดยขณะนี้ร้านสตาร์บัคส์ได้ปรับปรุงสาขาเพื่อรองรับการประชุมกลุ่มเล็กๆของลูกค้าทั้งหลายไปกว่า 50 สาขาแล้ว จากจำนวนสาขาทั้งหมดที่มีอยู่ทั่วประเทศ 320 สาขา

ล่าสุด สตาร์บัคส์ทำ Sharing Economy กับ After You ร้านขนมหวานชื่อดัง เพื่อสร้างสรรค์เมนูขนมหวานต่างๆไว้คอยเสิร์ฟลูกค้าของทั้งสองฝ่าย เป็นการจับมือกันครั้งแรกของ 2 ธุรกิจ Inter Brand กับ Local Brand ของคนไทยที่น่าจับตามองทีเดียว เพราะทักษะความชำนาญของแต่ละฝ่ายจะช่วยเสริม-เอื้อประโยชน์ให้แก่กันและกันได้เป็นอย่างดี

จากที่ก่อนหน้าเคยทำ Sharing กับ ค่ายเอไอเอส เปิด AIS SUPER Wi–Fi ความเร็วสูงสุดถึง 650 Mbps ที่ร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขา ให้เสิร์ฟชีวิตดิจิทัลกับลูกค้าเอไอเอส และสตาร์บัคส์ ได้สนุกกับการท่องโลกอินเตอร์เน็ตแบบไร้ขีดจำกัดด้วยการเชื่อมต่อชีวิตแบบดิจิทัล และสังคมออนไลน์ตลอดเวลา

จะว่าไปการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆด้วยการทำ Sharing Economy และเปิดพื้นที่ทำ Co–Working Space คือเป้าหมายของสตาร์บัคส์ ที่ต้องการสร้างประสบการณ์สตาร์บัคส์กับลูกค้า นอกเหนือจากมอบกาแฟที่ดีที่สุด บรรยากาศร้านที่ดีที่สุด และพาร์ตเนอร์ที่ดีที่สุด

โตโยต้า จับมือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เมื่อพูดถึงโลกของรถยนต์ในประเทศไทย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้นำเรื่อง “เศรษฐกิจแบ่งปัน” หรือ “sharing economy” มาใช้เพื่อแก้ปัญหาการจราจรเป็นค่ายแรกในประเทศไทย โดยจับมือกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดโครงการ “CU TOYOTA Ha : mo” หรือ โครงการให้บริการรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กร่วมกัน

โดยช่วงแรกจะเป็นการทดลองระบบการใช้รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กพิเศษร่วมกันเพื่อวิ่งในระยะสั้นๆ ภายในพื้นที่โดยรอบของมหาวิทยาลัย ถือเป็นการเชื่อมต่อการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน จากต้นทางไปยังจุดหมายปลายทางของผู้ใช้งาน

โครงการนี้แบ่งช่วงเวลาการทดลองออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรกจะเรียกว่า ช่วงพัฒนา ใช้เวลา 2 ปี ซึ่งมีรถให้บริการทั้งหมด 10 คัน และจะเพิ่มจำนวนรถอีก 20 คันในไตรมาสที่ 2 ของปีหน้า รวมเป็นจำนวนรถยนต์ที่นำมาใช้เพื่อการทดลองทั้งสิ้น 30 คัน

หลังเสร็จสิ้นระยะแรก ทางโครงการจะทบทวนและสรุปผล เพื่อเข้าสู่การทดลองในระยะที่สองในรูปแบบธุรกิจยั่งยืน โดยจะเชิญชวนให้ผู้ที่มีความสนใจเข้าร่วมลงทุน เพื่อขยายการให้บริการออกไปในพื้นที่ใกล้เคียง และพื้นที่อื่นๆ

CIMBT เปิดสาขาใน 7–Eleven

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) (CIMBT) เปิดบริการนำร่องในร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) สาขาย่อยสีตบุตร 2 บริเวณถนนจรัสเมือง ตรงข้ามโรงเรียนสีตบุตรบำรุง ย่านหัวลำโพง เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.30-19.30 น. เช่นเดียวกับสาขาในศูนย์การค้า หรือห้างสรรพสินค้า พร้อมเปิดสาขาที่ 2 ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่สาขาย่อยถนนศุขประยูร หมู่ 7 ต.หนองตำลึง อ.พานทอง จ.ชลบุรี

ขณะเดียวกัน ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย มีแผนขยายสาขาในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นอีก 10 สาขา

รูปแบบของสาขาธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ในร้านสะดวกซื้ออย่างในเซเว่น อีเลฟเว่น เป็นตู้กระจกเล็กๆคล้ายกับเคาน์เตอร์แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ มีพนักงานนั่งอยู่ด้านในตู้กระจก

ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมเปิดบัญชี ฝากเงิน โอนเงิน สมัครบัตรเอทีเอ็ม บัตรเดบิต สมัครบัตรเครดิต ขอสินเชื่อบุคคล ขอสินเชื่อรถยนต์ แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และโอนเงินระหว่างประเทศได้ทั้งหมด

สำหรับยุทธศาสตร์การให้บริการลูกค้าของธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ก็คือ ลูกค้าต้องได้รับความสะดวก รวดเร็วและง่าย ในการทำธุรกรรมการเงิน ประกอบกับ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นรูปแบบใหม่ได้ออกแบบ แนวคิดใหม่ให้มี

พื้นที่กว้างขวาง และมีลานจอดรถเพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกมากขึ้น

ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จึงได้เช่าพื้นที่เปิดสาขา เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ารายย่อยให้มากที่สุด

แอปเปิล–ซัมซุง

เป็นคู่แข่งตลอดกาล แถมมีคดีความผลัดกันฟ้อง ผลัดกันร้อง กรณีละเมิดลิขสิทธิ์สิทธิบัตรแบบนับไม่ถ้วน

แต่เห็นอย่างนี้ จริงๆแล้ว แอปเปิล กับ ซัมซุง คือ พันธมิตรทางการค้า ที่แชริ่งกันเหนียวแน่น โดยในปี 2560 สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือเอสแอนด์พี ประเมินว่า ทั้งสองจะเป็นบริษัทที่ทำกำไรได้สูงได้สุดในโลก (ยกเว้นธนาคารจากประเทศจีน)

ยกตัว อย่างล่าสุด ไอโฟน 10 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าของแอปเปิล ซึ่งใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตจากซัมซุงหลากหลาย หลักๆได้แก่ จอ OLED, ชิพ NAND, แบตเตอรี่ รวมไปถึงชิ้นส่วนเล็กน้อยอื่นๆ

มีการประเมินกันว่า ในราคาไอโฟน 10 ที่เครื่องละประมาณ 1,000 เหรียญสหรัฐฯนั้น เป็นส่วนแบ่งของซัมซุงประมาณ 110 เหรียญฯ

ดังนั้น ถ้าไอโฟน 10 ขายดีตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เอาไว้ราว 130 ล้านเครื่อง ซัมซุงก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นไปด้วย เผลอๆ อาจจะรวยกว่าขายเครื่องรุ่นกาแล็กซี่ โน้ต 8 ของซัมซุงเองด้วยซ้ำ เพราะโน้ต 8 ขายที่เครื่องละ 220 เหรียญฯ แต่คาดว่าจะทำยอดขายทั่วโลกได้ราว 50 ล้านเครื่อง ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของไอโฟน 10

ระยะหลังผู้บริหารจึงสบายๆ เมื่อเห็นพนักงานซัมซุงควักไอโฟนขึ้นมาใช้ แถมยังมีโค้ดลับภายในบริษัท เรียกแอปเปิลว่า LO ย่อมาจาก Lovely Opponent หรือคู่แข่งที่น่ารัก

หวานชนิด...กองเชียร์ของทั้ง 2 ค่ายไปไม่เป็น

ซีพี VS “อาลีบาบา”

ท่ามกลางกระแสการแบ่งปัน หรือที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกเล่นๆว่า gig economy ที่ฮือฮาสุดในต้นปี 60 ก็คือ การจับมือกันของ 2 ยักษ์ใหญ่ต่างขั้วธุรกิจ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ บิ๊กบอสกลุ่มซีพี และ แจ็ค หม่า ประธานบริหารอาลีบาบา กรุ๊ป ที่ประกาศร่วมลงทุนในธุรกิจชำระเงิน (เพย์เมนต์)

สร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วทั้งไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดย บริษัท ANT Financial Group ของ อาลีบาบา ผู้ให้บริการ Alipay ซึ่งมีร้านค้าที่รับชำระบริการผ่านอาลีเพย์กว่า 80,000 ร้านใน 70 ประเทศทั่วโลก มีการใช้งานเกิน 1,000 ล้านครั้งต่อวัน เข้าลงทุนใน บริษัท Assent Money ของ กลุ่มซีพี ในสัดส่วน 20% และจะเพิ่มเป็น 30% ในปี 2561

โดยหวังเจาะฐานลูกค้าคนไทยผ่านร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ทุกสาขา พร้อมเตรียมขยายครอบคลุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยแอนท์ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ตั้งเป้า 10 ปี จะเข้าให้ถึงผู้ใช้งานได้ 2,000 ล้านราย

ความร่วมมือนี้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนาหูว่า อาลีบาบาและกลุ่มซีพีกำลังจะยึดครองตลาดบริการทางการเงินทั่วทั้งอาเซียน ทั้งตลาด Online Payment ธุรกิจกู้ยืมขนาดเล็ก และแม้กระทั่งอีคอมเมิร์ซ และระบบการเงิน โดยไม่เปิดช่องว่างให้คู่แข่งรายเล็กๆ ได้หายใจหายคอ!!!

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระดับสูงของแอสเซนด์ มันนี่ ชี้แจงว่า ประโยชน์ที่จะได้รับจากความร่วมมือครั้งนี้คือ 1.ความรู้ในการให้บริการ (Know-How) ที่แอสเซนด์ มันนี่ และทรูมันนี่ สามารถใช้แพลตฟอร์มของอาลีเพย์มาพัฒนาระบบชำระเงิน เพื่อต่อยอดบริการทางการเงินไทยสู่ Cashless Society ได้

2.การแชร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งจะทำให้บริษัทฟินเทคในไทยเติบโต และพัฒนาก้าวหน้าได้รวดเร็วไป 3.ประโยชน์จากเงินทุนที่เข้ามา และ 4.ความร่วมมือที่คาดหวังว่า แอนท์ ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ที่มีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง อย่าง UBER KFC และธุรกิจรายอื่นที่เป็น Global Player จะช่วยต่อยอดความร่วมมือกับบริษัทอื่นๆได้

ปูเสื่อนอนรอดูความร่วมมือนี้อย่างใกล้ชิดได้เลยว่า...แผนพัฒนาฟินเทคของกลุ่ม
ซีพี จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมไทยก้าวสู่สังคม “ไร้เงินสด” ได้จริงหรือไม่ หรือเป็นการรวมพลังเพื่อกีดกันทางการค้า ขณะที่แจ็ค หม่า จะรุกคืบเข้ามาปิดประตูตีแมวระบบการชำระเงินในบ้านเรา และอาเชียน...ด้วยวิธีใด?!

ค่ายรถยนต์แชร์เทคโนโลยี

โลกยานยนต์ วันนี้ถือเป็นอีกธุรกิจหนึ่งมีการแข่งขันกันสูงมาก ขณะที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

แต่การที่จะลงทุนในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์นั้น จะต้องใช้เม็ดเงินลงทุนสูงมาก ดังนั้น หลายบริษัทรถยนต์จึงเลือกที่จะช่วยกันแชร์หรือแบ่งปันการใช้เทคโนโลยีร่วมกัน เพื่อลดต้นทุนการลงทุน และที่สำคัญยังเพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน

เพราะหากพัฒนาเทคโนโลยีแล้ว ตลาดไม่ตอบรับก็ยังบาดเจ็บไม่มากเท่ากับที่ลงทุนตามลำพัง ค่ายรถยนต์วันนี้จึงเน้นกลยุทธ์การลงทุนแบบแบ่งปันการใช้ทรัพยากรร่วมกันตามหลักการของการแบ่งปัน

โดยเมื่อเดือน ส.ค.2560 ที่ผ่านมา โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมรถยนต์ของญี่ปุ่น ได้ประกาศร่วมทุนกับ มาสด้า มอเตอร์ หนึ่งในขาใหญ่แห่งค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น และ เด็นโซ่ คอร์ปอเรชั่น ค่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่สัญชาติเดียวกัน เพื่อตั้งบริษัทใหม่สำหรับการวิจัยและพัฒนา รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นใหม่ๆ

การร่วมทุนดังกล่าวจะเป็นการร่วมจัดตั้งบริษัทเอกเทศเพื่อทำธุรกิจนี้โดยเฉพาะ ซึ่งมีชื่อว่า EV C.A. Spirit Co. คัดเลือกวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจากทั้ง 3 บริษัทเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนา ซึ่งโตโยต้าจะถือหุ้นใหญ่ 90% ขณะที่บริษัทมาสด้าและเด็นโซ่จะถือหุ้นส่วนแบ่งที่เหลือ

สำหรับบริษัทใหม่นี้ จะทำหน้าที่พัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าและระบบควบคุมร่วมกัน โดยมาสด้าและโตโยต้าวางแผนที่จะปล่อยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในปี 2562 และ 2563 ตามลำดับ

ขณะที่ Benz รถหรูค่ายยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี ซึ่งมองเห็นว่า ตลาดรถกระบะกำลังมาแรงในตลาดยุโรปได้เตรียมการจะรุกตลาดนี้เพิ่มขึ้น แต่เนื่องจากเบนซ์ไม่คุ้นกับการทำรถกระบะ ดังนั้น เพื่อเป็นการซื้อเวลาและยังเพื่อให้ประหยัดต้นทุนการผลิต เบนซ์จึงได้ว่าจ้างโรงประกอบรถยนต์ของค่าย นิสสัน ในการพัฒนารถกระบะเบนซ์ ซึ่งจะใช้แพลตฟอร์มเดียวกับรถกระบะ นิสสัน นาวารา พร้อมออกสู่ตลาดเยอรมนีตั้งแต่ปลายปี 2560

แสนสิริ จับมือ BMW ใช้รถ EV

การสร้างความสะดวกสบาย ในการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยกำลังเป็นเทรนด์ใหม่ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีการจับมือกันกับธุรกิจอื่นเพื่อแบ่งปันเทคโนโลยีร่วมกัน

“Smart Move” หนึ่งในแพลตฟอร์มบริการยานพาหนะระบบเช่าในโครงการของ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เพื่อให้บริการลูกบ้าน ได้นำร่องให้บริการด้วยรถยนต์ระบบไฟฟ้า EV–Car Sharing โดยจับมือกับ BMW เลือกรถยนต์ BMW รุ่น i3 ยานยนต์ที่เป็นระบบควบคุมและใช้พลังงานไฟฟ้า 100% (Fully Electric) รุ่นแรกจำนวน 2 คัน และเปิดให้ลูกบ้านโครงการ “เดอะไลน์ จตุจักร-หมอชิต” ได้ทดลองใช้เป็นที่แรก

แสนสิริยังได้จับมือกับกูรูที่เชี่ยวชาญเข้ามาเสริมทัพ ทั้ง “Haupcar” ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม และให้บริการคาร์แชริ่งรายแรกของประเทศไทย ที่มีประสบการณ์ให้บริการเช่ารถผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือตลอด 24 ชม. และ “SHARGE” ผู้ให้บริการเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามาเป็นผู้บริหารหลักอีกด้วย

สำหรับขั้นตอนการเรียกใช้บริการเจ้า BMW i3 นั้นก็ไม่ยากซับซ้อน เพียงเรียกผ่านแอพพลิเคชั่น Home Service Application ที่แสนสิริพัฒนาขึ้น โดยแอพฯนี้จะเชื่อมต่อไปยัง Haupcar Application ซึ่งจะมีการคิดค่าบริการจริงเป็นราย 30 นาที ให้บริการสูงสุดภายใน 1 วัน โดยจะให้บริการรอบแรกตั้งแต่ 05.00 น. สิ้นสุดที่เวลา 02.00 น. เพื่อให้มีเวลาชาร์จไฟฟ้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อวัน

เน้นให้บริการในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อให้รถยนต์สามารถหมุนเวียนให้บริการลูกบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยค่าบริการดังกล่าวได้รวมค่าพลังงานและประกันรถยนต์เรียบร้อยแล้ว

ขณะที่แสนสิริเตรียมนำ Smart Move ไปให้บริการในโครงการอื่นๆ อาทิ โครงการเดอะ ไลน์ ราชเทวี, เอดจ์, ทากะ เฮาส์ และคอมมูนิตี้มอลล์ฮาบิโตะใน T77 พร้อมทั้งเตรียมจับมือกับพันธมิตรระดับโลกอีกหลายบริษัทเพื่อให้บริการยานพาหนะระบบเช่าในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการเดินทางที่แตกต่างในอนาคต

งานนี้ลูกบ้านของแสนสิริคงตื่นเต้นไม่ใช่น้อย และคงต้องรอดูกันต่อไปว่าแสนสิริจะสรรหานวัตกรรมใหม่ๆอีก เพื่อมาเป็นผู้ช่วยลูกบ้านให้มีคุณภาพชีวิตที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ยุค 4.0 ได้

Rabbit กับ พันธมิตร

นายกวิน กาญจนพาสน์ CEO ของ บมจ. VGI Global นำเอาระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ระบบแรกที่มีชื่อว่า Rabbit เข้ามาทดสอบตลาดกับรถไฟฟ้า BTS ที่บิดาของเขา นายคีรี ได้รับสัมปทานก่อสร้างและเดินรถของกรุงเทพมหานคร

จากนั้นก็ขยายความร่วมมือไปทำตั๋วร่วมระหว่างรถไฟฟ้า BTS กับระบบขนส่งมวลชนใต้ดิน และสามารถใช้เป็นตั๋วใยแมงมุมร่วมกับรถไฟฟ้าเส้นทางอื่นๆได้อีก จนกระทั่งถึงรถเมล์ และรถโดยสาร บขส.ในอนาคต ซึ่งเป็นนโยบายของสวัสดิการแห่งรัฐของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

หลังจากบัตรแรบบิทเริ่มมีสมาชิกผู้ใช้เพิ่มขึ้น และมีอัตราการเติบโตของรายได้เป็น 2 เท่า นายกวินจึงหันมาใช้ระบบการแบ่งปันกันในธุรกิจ นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ต่างคนต่างมีไม่เหมือนกัน เขาเข้าเจรจากับห้างค้าปลีกสมัยใหม่อย่าง เทสโก้–โลตัส เพื่อให้ผู้ถือบัตรแรบบิทสามารถซื้อสินค้าและบริการชั้นนำที่ครอบคลุมและตอบสนองทุกการใช้จ่ายได้ง่าย และสะดวกมากขึ้น

โดยเฉพาะเมื่อกำหนดให้ผู้ถือบัตรแรบบิทสามารถเลือกที่จะซื้อบัตรในแบบรายเดือน เติมเงิน หรือแค่เที่ยวเดียว ในขณะที่ผู้ใช้จะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษจาก “แรบบิท รีวอร์ดส์” ที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีด้วย

นายกวินกล่าวว่า ตนได้สร้างมาตรฐานให้บัตรแรบบิทเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทต่างๆได้ด้วย ทั้งบัตรแรบบิทเฉพาะองค์กรที่ออกแบบบัตรสำหรับพนักงานในองค์กรตนได้ อย่างการร่วมมือกับ The Line ระหว่าง BTS Rabbit กับ บมจ.แสนสิรินั้น ลูกบ้านจะสามารถใช้บัตรแรบบิทเป็น Keycard ร่วมกับการขึ้นรถไฟฟ้าสายต่างๆได้ด้วย

การแชร์ผลประโยชน์ร่วมกัน เป็นสิ่งควรทำในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีรุกเข้ามากระทบธุรกิจจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ก็ให้ประโยชน์แก่ธุรกิจหลายด้านจำนวนไม่น้อยเหมือนอย่างที่พวกเรากำลังทำอยู่...

ทีมเศรษฐกิจ