วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปชป.แนะ ‘ตู่’ ฟังป๋าเปรมเตือน พท.ไม่ชัวร์ภาพ ‘ปู’!

‘หมวดเจี๊ยบ’ตอบโต้ รูปดีลลับน่าสนกว่า พท.ปัดยังไม่ชัวร์รูป

“ยิ่งลักษณ์” อยู่อังกฤษ “หมวดเจี๊ยบ” อ้างไม่รู้ที่มาที่ไป ยกภาพ “บิ๊กตู่” เปิดดีลลับหลังกลุ่มบิ๊กการเมืองน่าสนใจกว่า “นิพิฏฐ์” เชื่อได้สถานะผู้ลี้ภัยแล้ว งัดหลัก “ตถตา” ปลอบกองเชียร์ คสช. ทุกข์หนักส่งท้ายปีกับภาพผู้นำร่วมเฟรมนักการเมือง ชี้จะได้เห็นบ่อยขึ้น “โอ๊ค” กระทุ้งต่อโพสต์รูป 2 บุคคลปริศนา ฝ่ายมั่นคงเกาะติดคน “ตระกูลชิน” “จุรินทร์” แนะนายกฯฟังคำ “ป๋า” จะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลคสช.เอง “วัชระ” ชี้เป็นคำเตือนที่นุ่มนวลแต่แฝงนัย อย่าหลงใหลคำป้อยอให้สืบทอดอำนาจ ยันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแฉต่อรองเก้าอี้กันสนุก

การเมืองร้อนแรงขึ้นอีกครั้งช่วงปลายปี หลังมีการเปิดภาพถ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมระบุว่าเป็นภาพถ่ายที่ประเทศอังกฤษ ขณะเดียวกัน ก็มีการเปิดภาพที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เดินสายพบปะกับกลุ่มการเมืองตระกูลสะสมทรัพย์

“หมวดเจี๊ยบ” ไม่ชัวร์ภาพ “ปู”

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการเผยแพร่ภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยอ้างว่าเป็นภาพถ่ายที่ประเทศอังกฤษ ว่า ไม่ทราบที่มาที่ไปของภาพดังกล่าว ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน จึงไม่กล้ายืนยันว่าเป็นภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์จริงหรือไม่ ทางที่ดีต้องไปถามคนที่ออกมาเปิดเผยภาพว่าข้อ เท็จจริงเป็นอย่างไร เมื่อยังไม่รู้ที่มาที่ไปจึงไม่อยู่ในฐานะที่จะวิเคราะห์หรืออธิบายเรื่องดังกล่าวได้ แต่ภาพที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าคนในสังคม และสื่อมวลชนยังให้ความสนใจใน น.ส.ยิ่งลักษณ์

“บิ๊กตู่” ดีลการเมืองน่าสนกว่า

ร.ท.หญิงสุณิสากล่าวต่อว่า แต่ช่วงเดียวกันยังมีอีกภาพหนึ่งที่น่าสนใจ และสังคมต้องการคำอธิบาย คือภาพที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปถ่ายภาพร่วมกับกลุ่มนักการเมืองใหญ่ แม้จะเป็นเรื่องที่กระทำได้ แต่คนทั่วไปมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากมีเรื่องการเมืองเกี่ยวข้อง สวนทางกับที่บอกว่าจะปฏิรูปการเมืองที่คนอยากเห็นการเมืองรูปแบบใหม่ที่สร้างสรรค์ เปิดเผยตรวจสอบได้ ไม่ใช่การเมืองแบบเก่าที่จะนัดทำอะไรกันหลังฉากเพื่อวางเกมทางการเมือง

พท.ชี้ภาพสะท้อนคนยังคิดถึง

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ถ่ายจากประเทศอะไรยังไม่ทราบ และไม่รู้เจตนาของคนที่ปล่อยภาพนี้ว่าเป็นอย่างไร แต่ภาพที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าคนไทยยังให้ความสนใจในตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ หากคนที่ปล่อยเป็นคนที่ชื่นชมในตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็สะท้อนความผูกพันที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีต่อคนไทย เป็นการส่งความคิดถึงถึงกัน เพราะการไปอยู่ต่างประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีข้อจำกัดไม่สามารถทำอะไรตามใจชอบ แต่จากภาพนี้ทำให้รู้ว่าท่านสบายดีมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย

“นิพิฏฐ์” เชื่อได้สถานะผู้ลี้ภัยแล้ว

ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ที่ประเทศอังกฤษ เพราะมีข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปอยู่ที่อังกฤษนานแล้ว แสดงว่าอยู่ที่นั่นในสถานะของผู้ลี้ภัยทางการเมืองเรียบร้อยแล้ว ตามหลักขึ้นอยู่กับประเทศต้นทางจะพิจารณาอนุญาตให้ลี้ภัย และไม่จำเป็นต้องแจ้งต่อไทยว่าเขาให้ลี้ภัยแล้วหรือไม่ เป็นหน้าที่ของทางการหรือรัฐบาลไทยเองที่ต้องขวนขวายหาข่าว หรือตรวจสอบ ข้อมูลทางการทูตมายืนยัน มาถึงขนาดนี้เราทำอะไรไม่ได้แล้ว เมื่อต้นทางเขาอนุญาตให้ลี้ภัย เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้สถานะผู้ลี้ภัยแล้ว และจะใช้ประเทศเขาเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองไม่ได้ ตามเงื่อนข้อตกลงที่ทำไว้เป็นขั้นตอนปกติ ดังนั้นวันนี้อย่าตั้งคำถามหรือตั้งโจทย์ผิดว่าอะไรเขาถึงให้ลี้ภัย แต่ต้องหันมาดูว่ารัฐบาลหรือผู้มีอำนาจ ทำไมจึงปล่อยให้เขาหลบหนีออกไปได้อย่างไรดีกว่า

ปลอบกองเชียร์ คสช.ใจสลาย

ต่อมานายนิพิฏฐ์โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า “ตถตา : ทุกอย่างเป็นเช่นนั้นเอง” สงสารและเห็นใจคนที่วิวาทะกันในสื่อออนไลน์ เรื่องภาพนายกฯไปถ่ายกับคนนั้นคนนี้ คนที่เชียร์เห็นภาพแล้วก็เกิดความทุกข์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันเลยทีเดียว มันธรรมดาเมื่อรักมากก็ทุกข์มาก อยากปลอบใจคนที่มีความทุกข์จากภาพดังกล่าวว่า อย่ากังวลให้มาก อุเบกขาเสียบ้าง ขอนำคำหลวงพ่อพุทธทาสที่ว่า “ตถตา แปลความว่า ทุกอย่างเป็นเช่นนั้นเอง” มาปลอบใจ เผื่อทุกข์ในใจของท่านจะลดน้อยถอยลง

ซัดทำสวนคำพูดให้รอดูอนาคต

นายนิพิฏฐ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ไม่ได้ตื่นเต้นกับภาพ พล.อ.ประยุทธ์ที่ถ่ายกับนักการเมือง เพราะคิดว่าต่อจากนี้จะได้เห็นภาพเหล่านี้บ่อยขึ้นในปี 2561 ถ้ารัฐบาล คสช.ต้องการอยู่ต่อก็ต้องเดินสายหาเสียงสนับสนุน แต่ต้องตอบสังคมให้ได้ว่าที่ไปพูดบ่อยครั้งเรื่องการปฏิรูปการเมือง นี่หรือคือการสร้างคนการเมืองรุ่นใหม่ เพราะมันสวนทางกัน วิธีที่ใช้ก็เป็นวิธีเดิมๆใช้กันมา 40-50 ปี คือดึงตัว ส.ส.จากพรรคเก่าให้ไปสังกัดพรรคใหม่ ปากพูดปฏิรูปแต่พฤติกรรมมันไม่ใช่ อย่าตื่นเต้นขอให้ตามดูกันต่อไป เพียงแต่การยึดอำนาจครั้งนี้แปลกกว่าที่ผ่านมา เพราะผู้ยึดอำนาจไปพบปะพูดคุยกับคนในพรรคการเมืองที่ตัวเองยึดอำนาจเขามา ขอให้รอดูกันต่อไป

“จุรินทร์” แนะนายกฯฟังคำ “ป๋า”

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ให้พรปีใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ว่า กองหนุนเหลือน้อยลงแล้วจะทำอะไรเพื่อบ้านเมืองให้เร่งทำ ว่า ไม่ทราบนัย แต่ถือว่า พล.อ.เปรมเป็นประธานองคมนตรี เป็นผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือของคนไทยทั้งประเทศ ดังนั้นสิ่งที่ท่านพูดถือว่าจะเป็นประโยชน์กับรัฐบาล คสช. รวมทั้งประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์จะนำคำแนะนำของ พล.อ.เปรมกลับไปไตร่ตรอง พิจารณาการกระทำของรัฐบาลอย่างถี่ถ้วน เชื่อว่านอกจากจะเป็นประโยชน์กับประเทศแล้ว จะเป็นประโยชน์กับการทำงาน และการทำหน้าที่ของตัว พล.อ.ประยุทธ์รวมถึงรัฐบาล คสช.ด้วย

คำเตือนนุ่มนวลแต่แฝงนัย

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คำอวยพรของ พล.อ.เปรม ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ในปีนี้ มีความหมายมากที่สุด ไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์จะคิดได้หรือไม่ หรืออาจยังหลงใหลได้ปลื้มแผนการเชียร์ของคนรอบข้าง และนักการเมืองรุ่นเก่าส่วนหนึ่งที่ร่วมกันคิดจะสืบทอดอำนาจ โดยชูท่านเป็นนายกฯต่อไป ศรัทธาประชาชนที่มีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ลดลงวูบเมื่อเทียบกับปี 2557 คำว่าใช้กองหนุนไปเกือบหมดจึงสะท้อนนัยการเมืองอย่างแหลมคมของรัฐบุรุษ เป็นการเตือนสติ พล.อ.ประยุทธ์อย่างนุ่มนวลที่สุด น่าเสียดายที่หัวหน้า คสช.มีอำนาจสูงสุดคือมาตรา 44 แต่ไม่ได้ใช้อำนาจนั้นปฏิรูปประเทศ ขจัดทุจริตอย่างจริงจัง ถ้าเป็นพวกเดียวกันส่อทุจริต ท่านบอกสื่อให้เลิกวิพากษ์วิจารณ์ ปกป้องไม่ดำเนินการใดๆ แต่กลับเอาเป็นเอาตายกับส่วนท้องถิ่น ชาวบ้านเห็นพฤติกรรมก็เสื่อมศรัทธา

วางเกมสืบอำนาจไม่ใช่บังเอิญ

นายวัชระกล่าวว่า ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษรณรงค์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ต่อต้านคนโกงชาติมาตลอดชีวิต ท่านทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในรัฐบาลนี้ คำเตือนนี้จึงบอกอนาคตอันใกล้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ได้อย่างดี การพยายามจัดตั้งพรรคทหารและพรรคแนวร่วมทหารเพื่อการสืบทอดอำนาจได้เกิดขึ้นแล้ว ขนาด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยังเคยหลุดปากว่าถ้าจำเป็นก็ต้องตั้ง และยังมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 รีเซ็ตสมาชิกพรรคการเมือง เพราะยึดพรรคเดิมไม่ได้ก็ต้องทำลาย ให้อดีต ส.ส.เป็นอิสระ บรรดาลุงๆก็ไปไล่ช้อนเข้าพรรค ดีลการเมืองกันชื่นมื่น นักการเมืองตามมุ้งต่างๆจึงได้รับการติดต่อจากนายทหารระดับสูงเป็นผู้ประสานงานให้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ ที่ จ.นครปฐม ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแค่ตีกอล์ฟเลี้ยงข้าว แต่เป็นตกลงการเข้าร่วมสนับสนุนให้เป็นนายกฯสมัยหน้า โดยเสนอให้ตำแหน่งรัฐมนตรี 1 ที่นั่งกับพี่ๆนักการเมืองกลุ่มนี้ พล.อ.ประยุทธ์ควรตอบตรงไปตรงมาอย่าเฉไฉ เพราะชาวบ้านไม่มีใครเชื่อคำพูดของท่าน

ชวนเลิกนับถือคนดีจอมปลอม

ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “คนดี” ระบุว่าการเปิดบ้านสี่เสาของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและคณะเข้าอวยพรปีใหม่ สร้างความสับสนให้สังคม เพราะคนที่มาอวยพรมีทั้งพวกที่ยึดอำนาจที่ประชาคมโลกถือว่าเป็นคนไม่ดี ไม่เคารพกฎหมาย ละเมิดสิทธิมนุษยชน บางคนไม่อาจชี้แจงที่มาของทรัพย์สิน ทั้งหมดคือ “คนดี” วาทกรรม “คนดี” ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการเมือง เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจ แต่ประชาชนต้องรับเคราะห์เพราะได้คนแบบนี้มาบริหารประเทศ บางคนลอยหน้าลอยตาอบรมคนอื่นให้สร้างความโปร่งใส ให้ประชาชนเชื่อมั่น นักการเมืองคือเป้าหมายที่คนดีสุมหัวจ้องทำลาย แต่นักการเมืองจะเข้าสู่อำนาจได้ต้องผ่านการเลือกตั้ง ถูกตรวจสอบได้ ต่างจากพวกคนดีที่ยึดอำนาจแล้วนิรโทษกรรมตัวเอง หนีการตรวจสอบ ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือจัดการฝ่ายตรงข้าม ถึงเวลาหรือยังที่สังคมไทยจะหันมาให้คุณค่ากับประชาธิปไตย ไม่ยอมให้ผู้มีอำนาจใช้เป็นเครื่องมือ ปีใหม่ 2561 เลิกนับถือคนดีจอมปลอมเป็นของขวัญให้กับตัวเอง จะเกิดความเป็นสิริมงคลกับชีวิต

เปิดอีกภาพ “ยิ่งลักษณ์” ที่อังกฤษ

วันเดียวกันเพจเฟซบุ๊ก “กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ” ได้เปิดรูปภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งเป็นรูปใหม่แต่อยู่ในเซตเดียวกับชุดที่เปิดออกมาก่อนหน้านี้ โดยเป็นภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่กับชายวัยรุ่นคนหนึ่ง ระบุข้อความว่า “เห็นข่าวปูอยู่อังกฤษ มีภาพหลุดออกมาว่อนเน็ต นี่ก็มีคนหวังดีส่งภาพข่าวนั่นแหละมาให้ แต่เป็นภาพข่าวที่ไม่ได้ใส่ตัวอักษรเลยนำมาเผยแพร่ซ้ำ และได้ข่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือถึงทางการอังกฤษ แต่อังกฤษไม่ตอบรับ ไม่ตอบอะไรกลับมา นับเป็นการบอกให้ คสช.รู้ว่า ไม่มีสัญญาณตอบรับจากปลายทางที่ท่านเรียก นายกฯปูอยู่อังกฤษก็ดีแล้ว เราๆท่านที่อยู่ไทยนี่แหละ ที่ต้องห่วงตัวเองกันต่อไป”

“โอ๊ค” โพสต์รูป 2 บุคคลปริศนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ลงอินสตาแกรมเป็นรูปบุคคล 2 คน ใส่เสื้อโค้ตเดิน เคียงกันท่ามกลางหิมะแต่หันหลังให้กล้อง พร้อมระบุข้อความว่า “เอ่อ..ส่งรูปมาทั้งที ขอแบบหันหน้ามองกล้องนิดนึงนะ แต่ที่แน่ๆ นั่นมันคนโดนธงรุ่นก่อนผมนิ”

ฝ่ายมั่นคงเกาะติด “ตระกูลชิน”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากหน่วยงานด้านความมั่นคงว่า หลังมีการเผยแพร่ภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่อ้างว่าเป็นภาพที่อยู่ในประเทศอังกฤษ และการเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่อยู่ประเทศญี่ปุ่น หน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงติดตามความเคลื่อนไหวบุคคลเหล่านี้อยู่อย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาประเมินว่าจะสร้างผลกระทบทางการเมืองหรือไม่ หากเป็นเรื่องภายในครอบครัวคงไม่ส่งผลอะไร รวมทั้งติดตามการขับเคลื่อนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทบทวนการปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย เมื่อมีภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมา หน่วยงานต่างๆต้องทำหน้าที่พิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง แล้วรายงานฝ่ายบริหารต่อไป ซึ่งเวลานี้เขาก็ทำกันอยู่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ปรากฏเป็นข่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามระเบียบข้อกฎหมายที่มีอยู่

“ทักษิณ” ทำสุกี้กินในครอบครัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว นายทักษิณ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊กถ่ายทอดวีดิโอการพักผ่อนของครอบครัวซึ่งคาดว่ายังคงพักผ่อนอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยนายทักษิณ โชว์การทำสุกี้ให้คนในครอบครัวทาน ภายในคลิปมีภาพนางพินทองทา คุณากรวงศ์ บุตรสาวนายทักษิณ ช่วยทำ และช่วงหนึ่ง น.ส.แพทองธารกล่าวทักทายว่าคนทางเมืองไทยฝากแฮปปี้นิวเยียร์ ซึ่งนายทักษิณตอบกลับว่า แฮปปี้นิวเยียร์ทุกคน เป็นห่วงคนไทยทุกคนเลย เพราะเศรษฐกิจไม่ดีเลยเป็นห่วง

สนช.เดินเครื่อง ก.ม. ส.ส.-ส.ว.

วันเดียวกัน นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า การทำงานของ สนช.ในรอบปีที่ผ่านมา มีกฎหมายเข้าสู่การพิจารณา 334 ฉบับ ผ่านไปแล้ว 271 ฉบับ มีผลบังคับใช้ 259 ฉบับ สำหรับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. คาดว่าจะเข้าสู่ที่ประชุม สนช.เพื่อลงมติในวาระ 2-3 ภายในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ม.ค.2561 เมื่อกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะเริ่มนับหนึ่งสู่การเลือกตั้งใน 150 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญระบุ นอกจากผลงานด้านกฎหมายแล้ว สนช.ยังมีผลงานรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน 349 เรื่อง เป็นเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่ทุจริตประพฤติไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่รัฐมากที่สุด 97 เรื่อง รองลงมาเป็นนโยบายรัฐบาล 81 เรื่อง การไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม 70 เรื่อง

ย้ำมาตรฐานโละองค์กรอิสระ

นายสุรชัยกล่าวว่า ในปี 2561 จะมีการเสนอกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศหลายฉบับ ตามแผนการปฏิรูปประเทศและแผนยุทธศาสตร์ชาติ เชื่อว่าก่อนเดือน เม.ย.2561 จะมีแผนยุทธศาสตร์ชาติส่งให้ สนช.ให้ความเห็นชอบ เมื่อถามว่า การที่ สนช.แก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ให้กรรมการองค์กรอิสระบางแห่งอยู่ในตำแหน่งต่อไป แต่บางองค์กรพ้นจากตำแหน่ง เป็นปัญหาเรื่องบรรทัดฐานหรือไม่ นายสุรชัยตอบว่า สนช.รับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย ส่วนใหญ่อ้างถึงภารกิจแต่ละองค์กร ประกอบกับการตีความตามรัฐธรรมนูญมาตรา 273 ให้เป็นดุลพินิจของ สนช. ทำให้กฎหมายต้องออกมาเช่นนี้ แม้สังคมจะตั้งคำถามค่อนข้างมาก แต่สุดท้ายปัจจัยที่เป็นตัวชี้ขาดคือผลงานองค์กรอิสระ ต้องตั้งใจทำงานพิสูจน์ตัวเอง

“พรเพชร” โยนกลองศาล รธน.

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวถึงข้อท้วงติงเรื่องกระบวนการสรรหาผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น กกต. 2 คน ในส่วนของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่า ศาลฎีกาได้ส่งเอกสารชี้แจงรายละเอียดมาให้ สนช.แล้ว แต่ สนช.ไม่มีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องการสรรหาของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าทำถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องตรวจสอบขั้นตอนการสรรหา ส่วนสาเหตุที่การสรรหา กกต.ที่ผ่านมา คณะกรรมการสรรหาไม่เชิญบุคคลภายนอกที่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาสมัคร กกต. นอกเหนือจากการรับสมัครตามปกติ เพราะคิดว่าผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติมีเพียงพอต่อการสรรหาแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีดังกล่าว

ผู้ตรวจฯถกคำร้อง “สมชัย” แล้ว

พล.อ.วิทวัส รชตนันท์ รักษาการประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า การดำเนินการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินอีก 1 คน หลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินมีผลใช้บังคับ เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาเหมือนองค์กรอิสระอื่น ส่วนความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีการเซ็ตซีโร่ กกต. ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.นั้น ได้รับคำชี้แจงจาก สนช. และ กรธ.แล้ว และนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. จากการศึกษาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของผู้ตรวจการแผ่นดินค่อนข้างชัดเจน โดยศาลเห็นว่ามาตรา 273 บัญญัติให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจกำหนดการดำรงอยู่ขององค์กรอิสระ แต่เราจะนำคำชี้แจงทุกฝ่ายมาพิจารณาให้รอบคอบ คิดว่าภายในสัปดาห์แรกของเดือน ม.ค.2561 จึงจะชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร

โฆษก กห.สั่งลุยปรองดองปี 61

ขณะที่ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม และประธานคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) กล่าวถึงแนวทางการสร้างความปรองดองในปี 2561 ว่า วันที่ 8 ม.ค.นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะเรียกประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อติดตามความคืบหน้า โดยแยกเป็น 2 ส่วน คือ 1.ความเห็นร่วมของภาคประชาชน ต่อปัญหาความเดือดร้อน และความเหลื่อมล้ำที่ประชาชนเสนอเข้ามา และ 2.สัญญาประชาคม ต้องสร้างจิตสำนึกประชาชนว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ การสร้างความสามัคคีปรองดองเราจะทำอย่างเงียบๆ เน้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ โดยมีมาสคอตน้องเกี่ยวก้อยเป็นสื่อที่ผ่านมาได้รับการตอบรับดี คนส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม กรอบกติกาสังคม ดังนั้นคนส่วนน้อยที่ทำเกินกรอบกฎหมายต้องทบทวนตนเอง และหันมาปรองดองกับคนส่วนใหญ่

ชุดปฏิรูปเริ่มเดินแผนช่วงสอง

นายจิรชัย มูลทองโร่ย ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสาร-สนเทศ กล่าวว่า ได้ส่งแผนปฏิรูปด้านสื่อให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ ช่วงที่ 2 คือ เดือน ม.ค. คณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 13 คณะ จะมาบูรณาการแผนว่ามีความเกี่ยวโยงกันอย่างไร รวมถึงดูแผนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ชุดด้วย โดยในช่วง 3 เดือนต่อจากนี้จะไปบูรณาการกัน และเข้าสู่กระบวนการประกาศแผนปฏิรูปประเทศต่อไป และช่วงต่อไปคือช่วงที่ 3 ตั้งแต่เดือน เม.ย. คณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง 13 คณะ ต้องติดตามประเมินผลหน่วยงานที่มีหน้าที่ถูกระบุต้องดำเนินการตามแผนปฏิรูปดำเนินการไปเมื่อไหร่ อย่างไร และผลเป็นอย่างไรในระยะ 4 ปีเศษต่อจากนี้

“เอนก” ชูระบอบราชาธิปไตย

ด้านนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะทำงานปฏิรูปด้านการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ตั้งใจจะเป็นระบอบประชาธิปไตย แต่เอาเข้าจริงต้องมีรัฐบาลทหาร หรือรัฐบาลที่ทหารหนุนหลังมาสลับฉากอยู่เสมอ แต่สิ่งที่ต่อเนื่องกว่า ยืนยงกว่า และชอบธรรมมากกว่า ทั้งประชาธิปไตย และเผด็จการ ไม่เคยสะดุดหยุดล้มตลอด 85 ปีที่ผ่านมา คือ “ราชาธิปไตย” การปกครองอันมีสถาบัน และมีองค์พระมหากษัตริย์เป็นแก่นสาร เป็นเสาหลัก เป็นปรมิตตาญาสิทธิราชย์ โดยอยู่เคียงคู่หรืออยู่ใต้กำกับรัฐธรรมนูญ-ประชาธิปไตย และเคียงคู่ระบอบเผด็จการ-อำนาจทหาร ด้วยสถานะของพระมหากษัตริย์ไทยนั้นยิ่งใหญ่กว่าทฤษฎีรัฐธรรมนูญที่กล่าวว่า ประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงคิดว่าควรเรียกระบอบของเราว่าเป็น “ราชาธิปไตย” หรือกล่าวให้ละเอียดถี่ถ้วนยิ่งขึ้นว่าเป็น “ปรมิตตาญาราชาธิปไตย” ที่ระบอบเลือกตั้ง-ประชาธิปไตย หรือระบอบเผด็จการ-ยึดอำนาจ ล้วนต้องขอพึ่งพิงและขอการรับรอง หรือความเห็นชอบเสมอ

ชพน.ขอของขวัญได้เลือกตั้ง

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า ในโอกาสขึ้นปีใหม่นี้อยากเห็นการเมืองร่วมมือกันประคับประคองสถานการณ์ให้เรียบร้อย นำไปสู่การเลือกตั้งตามโรดแม็ป พรรคชาติพัฒนาเชื่อมั่นว่าเมื่อมีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ จะทำให้เกิดแนวทางใหม่ในการบริหารและพัฒนาประเทศ ภาพลักษณ์และความโปร่งใสจะชัดเจน ก่อให้เกิดประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นจากนานาชาติ สิ่งสำคัญที่สุดของการเลือกตั้งต้องบริสุทธิ์ เป็นธรรม ได้คนดี และทุกฝ่ายให้การยอมรับผลการเลือกตั้ง เพื่อนำไปสู่รัฐบาลที่มีความชอบธรรมที่ประชาชนเชื่อมั่น การเลือกตั้งในปีหน้าถือเป็นโอกาสสำคัญของอนาคตประเทศ ความร่วมมือ ความเสียสละ และความจริงใจจากทุกฝ่าย เป็นสิ่งสำคัญมาก พวกเราต้องร่วมมือกัน พรรคชาติพัฒนายินดีและพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย เพื่อให้บ้านเมืองของเราเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จ

ชงใช้ ม.44 ดึง ขรก.นั่ง สนง.น้ำ

อีกเรื่อง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติว่า จากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มอบให้ดูแลหน่วยงานดังกล่าว ขณะนี้มีเพียงนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เป็น ผอ.สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเท่านั้น จึงเชิญสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพบ เพื่อเร่งดำเนินการบรรจุบุคคลเข้าหน่วยงาน จะเป็นการโยกข้าราชการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมา แต่ถ้าให้เป็นไปตามระเบียบราชการ ก.พ. เกรงว่าจะไม่ทันกาล เพราะใช้เวลานาน จึงนำเรียนนายกฯ เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะใช้มาตรา 44 เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว และจะหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 3 ม.ค. เพื่อขอคำแนะนำ โดยโครงสร้างเดิมวางไว้จำนวน 200 คน แต่ที่จะบรรจุเบื้องต้นครั้งแรกประมาณ 80 คน

กำชับเข้ม สคบ.ห้ามโยนงาน

พล.อ.ฉัตรชัยยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมอบนโยบายให้หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแล เน้นย้ำไปที่การลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมทั้งกำชับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ดูแลปัญหาผู้สูงวัย ฝากให้คิดอะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ พร้อมทั้งกำชับไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หากมีการร้องเรียนอะไรเข้ามา แม้จะไม่ใช่หน้าที่ของ สคบ.โดยตรง ให้รับเรื่องไว้ก่อน แล้วประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือประชาชน อย่าโยนปัญหาทิ้ง เพราะประชาชนเดือดร้อนจึงมาร้องเรียน ถ้าโยนให้ไปที่อื่นก็เหมือนเป็นการซ้ำเติมประชาชน

มท.1 กางแผนลุยโค้งสุดท้าย

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานกระทรวงมหาดไทยในปี 2561 จะแยกเป็น 2 ส่วน คือ 1.งานในอำนาจหน้าที่ 2.งานนโยบายที่รับมาจากรัฐบาล ที่ต้องบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น จะเร่งขับเคลื่อนให้ได้ผลมากที่สุดและดีที่สุด เช่น ลงไปติดตามการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่กับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ เร่งรัดนโยบายเน้นเรื่องธรรมาภิบาล โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใส เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ระบุว่าในช่วงเดือน เม.ย.61 อาจปลดล็อกให้พรรคการเมืองได้ กระทรวงมหาดไทยจะกำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในเรื่องนี้อย่างไร พล.อ.อนุพงษ์กล่าวเพียงว่า ไม่ต้อง เขาทำตามหน้าที่ คงไม่ต้องกำชับอะไรเป็นพิเศษ

“สุวพันธุ์” ปรับระบบบริจาควัด

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกรมสรรพากรมีแนวคิดเรื่องระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (อี-โดเนชัน) เพื่อแก้ปัญหาทุจริตการบริจาคว่า รมว.คลังมาหารือขอความร่วมมือ จึงแจ้งว่าให้ส่งรายละเอียดมาเพื่อนำไปให้มหาเถรสมาคม (มส.) พิจารณา หาก มส.เห็นชอบ และนำมาอยู่ในการปฏิรูปได้จะเป็นเรื่องดี เพราะเกี่ยวกับการทำบัญชีรายรับรายจ่ายและบัญชีทรัพย์สินของวัด เท่าที่ทราบจะทำโครงการนี้ได้ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.พิษณุโลก แต่ต้องประชุมร่วมกับวัดเพราะเป็นเรื่องใหม่ ถ้าทำให้การบริจาคเงินเข้าวัดเป็นระบบอี-โดเนชันได้จะเป็นข้อดี ส่วนการติดตามตัวนายไชยบูลย์ สุทธิผล หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มาดำเนินคดีนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังดำเนินการอยู่ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ส่วนกระแสข่าวว่าพระธัมมชโยกลับมาที่วัดนั้น ดีเอสไอซึ่งเป็นเจ้าของหมายติดตามเรื่องอยู่ พศ.ยังไม่ส่งข้อมูลอะไรมาให้

กห.เร่งดันตั้งโรงงานอาวุธ

อีกเรื่อง พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้านโยบายเสริมสร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ว่า ได้ตั้งคณะทำงานระหว่างกระทรวงกลาโหมไทยและจีน พิจารณาแนวทางจัดตั้งโรงงานซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในการซ่อมบำรุงขั้นต้น จะจัดตั้งคลังสะสมชิ้นส่วนซ่อมสำคัญๆของรถถัง VT-4 รถสายพานลำเลียงพล VN-1 การซ่อมบำรุงรถสายพานลำเลียงพล T-85 กำหนดแผนงานไว้ 3 ระยะ คือ 1.ระยะสั้นปี 2560-2564 จะจัดตั้งโรงงานซ่อมบำรุงสนับสนุนโดยตรงให้รถถัง 2.ระยะกลางปี 2565-2569 จัดตั้งโรงซ่อมยุทโธปกรณ์ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีตามแผนการลงทุนไทย-จีน 3.ระยะยาว ตั้งแต่ปี 2570 จะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ภาคเอกชนร่วมดำเนินการมากขึ้น โดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มอบให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ไปศึกษาเรื่องสิทธิประโยชน์การลงทุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ควบคู่กับเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษด้วย เชื่อว่าจะทำให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเดินต่อไปได้ เรื่องนี้เป็นการริเริ่มนโยบายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ถือเป็นผลงานของ พล.อ.ประวิตร

โพลชี้คนอยากเลือกตั้งท้องถิ่น

วันเดียวกัน บ้านสมเด็จโพลล์ เปิดผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับความพึงพอใจผลงานของรัฐบาล จากประชาชนที่อาศัยอยู่ใน กทม. รวม 1,248 กลุ่มตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 42.5 มีความพึงพอใจระดับปานกลาง และคิดว่าการปรับ ครม.จะทำให้การบริหารงานประเทศดีขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่าปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลควรแก้ไขมากที่สุดคือ ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ รองลงมาคือด้านการศึกษา ยาเสพติด และการพนัน เมื่อถามถึงความพร้อมที่จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น คือ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ร้อยละ 51.6 ระบุว่าพร้อมแล้ว มีร้อยละ 28.5 ที่เห็นว่าไม่พร้อม โดยส่วนใหญ่อยากได้นักการเมืองที่ปฏิบัติได้ตามนโยบายที่ประกาศไว้ รองลงมาคือมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีความขยันทุ่มเทในการทำงาน

“ยิ่งลักษณ์” อยู่อังกฤษ “หมวดเจี๊ยบ” อ้างไม่รู้ที่มาที่ไป ยกภาพ “บิ๊กตู่” เปิดดีลลับหลังกลุ่มบิ๊กการเมืองน่าสนใจกว่า “นิพิฏฐ์” เชื่อได้สถานะผู้ลี้ภัยแล้ว งัดหลัก “ตถตา” ปลอบกองเชียร์ คสช. ทุกข์หนักส่งท้ายปีกับภาพผู้นำ... 31 ธ.ค. 2560 01:57 31 ธ.ค. 2560 03:40 ไทยรัฐ