วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นโยบายสีกากีปี 2561 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.

"พร้อมนำตำรวจแยกออกจากการเมือง เพราะเราอยู่กันเป็นหมู่คณะ อยู่กันอย่างยาวนานก็มีการรวมกัน สักพักก็มีการแตกกัน อยู่กันไปอีกก็กลับมารวมกันอีก หลังจากนี้จะทำให้ตำรวจกลับมารวมกันอีกครั้งหนึ่ง “ถึงเวลาแล้วที่ตำรวจต้องกลับมารวมกัน ส่วนตัวถือว่ามี 2 สถานะคือ สถานะเป็นผู้บังคับบัญชา และสถานะความเป็นน้องของพวกพี่ เราพี่น้องข้าราชการตำรวจต้องร่วมกันทำงาน เป็นหนึ่งเดียวไม่มีแบ่งแยก แบบสีเสื้อพระราชทานของ “ในหลวงรัชกาลที่ 10” อยากให้ทุกคนช่วยกันทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มความสามารถ พร้อมเร่งสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร และเร่งสร้างภาพแห่งความสามัคคีของตำรวจ"

เป็นความรู้สึกในใจของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก้าวข้ามปีที่ 3 บนเก้าอี้ผู้นำสูงสุดตำรวจ กับสถานการณ์งานที่หนักอึ้งหลายด้าน ตั้งแต่งานพื้นฐานคดีอาชญากรรม งานกิจการพิเศษเหตุอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่ และงานด้านการเมืองที่ต้องสะสางคดีความขัดแย้งทางการเมือง ที่ตำรวจต้องเข้าไปสนองนโยบาย
ของรัฐบาล คสช.

พล.ต.อ.จักรทิพย์ทำหน้าที่ผู้นำหน่วย นำพาองค์กรตำรวจฝ่าฟันอุปสรรคได้เป็นอย่างดี แม้จะต้องอดทนอดกลั้น และอยู่ท่ามกลางคนจงใจปล่อยข่าว “ปลดพ้นเก้าอี้รายวัน” แต่ด้วยความสงบ นิ่ง ผลงาน และความสัมพันธ์ที่ดีสายขั้วอำนาจต่างๆ ข่าวปล่อยที่ออกมาเป็นขบวนการเลยยังเป็นแค่ข่าวลือ

ปีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังเน้น “นโยบาย 6 หลัก” ที่ใช้มาต่อเนื่อง ยึดมั่นในความจงรักภักดี เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และกอบกู้ภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจ โดยเน้นความสามัคคีของตำรวจทุกคน

“สำหรับนโยบาย 6 ด้านที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากข้าราชการตำรวจทุกนาย ประกอบด้วย 1.การพิทักษ์ ปกป้องและเทิดพระเกียรติ เพื่อความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.รักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในสังคม 3.การป้องกันปราบปรามและลดระดับอาชญากรรม 4.การแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ 5.การเร่งรัดขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูปองค์กรตำรวจ ในยุคประชาคมอาเซียน 6.การเสริมสร้างความสามัคคี และการบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ”

“จะดึงความสามารถของนายตำรวจแต่ละคนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร เร่งผลักดันแผนการป้องกันปราบปรามยาเสพติด หากใครบกพร่องต่อหน้าที่จะไม่สั่งให้บังคับการมาช่วยราชการแต่จะสั่งถึงผู้บัญชาการ หากการปฏิบัติงานหรือการทำงานใดเกิดปัญหาพร้อมจะรับไว้เอง”

เป็นนโยบายหลักของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ บริหารงาน ขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ผบ.ตร.มุ่งเน้นการกระจายอำนาจทั้งในระดับ ตร. และ บช. และหน่วยปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้ด้วยความรวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

งานที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล หรือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ คดีความมั่นคงที่สำคัญต่างๆ พล.ต.อ.จักรทิพย์และผู้บังคับบัญชาระดับ ตร.ที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ จะลงไปอำนวยการ ควบคุม กำกับดูแลด้วยตนเอง

“การดำเนินงานของทุกหน่วยในสังกัดมุ่งผลลัพธ์สุดท้ายคือ “ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และความยุติธรรม นอกจากนโยบาย 6 ด้านแล้ว ยังอยากให้ร่วมมือกันกู้ภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้กลับมาเป็นที่เชื่อถือของประชาชน แก้ปัญหาทุกอย่างที่ประชาชนสัมผัสในส่วนที่ไม่ดีของตำรวจ เรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ ชอบเปรียบเทียบปรับ สิ่งเหล่านี้เป็นภาพลบที่ไม่ดีจะต้องได้รับการแก้ไข ส่วนภาพที่ดีจะเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันปราบปรามการสืบสวนคดีสำคัญ ซึ่งเชื่อว่าในส่วนนี้ดีอยู่แล้ว เพียงแต่จะปรับภาพที่ไม่ดีต่อองค์กรให้ประชาชนได้รับรู้ว่าในปีนี้จะทำอะไรให้ประชาชนบ้าง เชื่อว่า ผบช. และ ผบก.ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าควรจะทำหรือไม่ทำอะไร”

สิ่งที่ ผบ.ตร.ให้ความสำคัญตลอดการทำงานช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การดูแลขวัญกำลังใจ สวัสดิการ ผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะระดับชั้นประทวน ซึ่งถือเป็นมดงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผู้นำหน่วย ที่เติบโตมาจากพื้นที่ รู้ปัญหาของตำรวจโรงพักดี ต้องสนับสนุนด้านไหน สร้างขวัญกำลังใจลูกน้องอย่างไร ได้เสนอของบประมาณจากรัฐบาล และได้รับความเห็นชอบจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ของบประมาณโครงการจัดซื้อเสื้อเกราะกันกระสุน 20,000 ตัว ให้กับตำรวจสายงานปฏิบัติการในสถานีตำรวจ โครงการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่รถสายตรวจ สนับสนุนภารกิจงานป้องกันปราบปราม งานจราจร ใช้ตรวจจับป้ายทะเบียนปลอม รวมถึงการฝ่าฝืนกฎหมายจราจร โดยนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการ และที่พักอาศัยของตำรวจ รวม 6,547 ห้อง

มีโครงการจัดหาอาวุธปืน เสื้อเกราะกันกระสุน วิทยุสื่อสารให้ตำรวจที่จบใหม่ทั้งจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โรงเรียนนายสิบตำรวจ รวมถึงตำรวจที่ปฏิบัติงานในสายงานป้องกันปราบปราม งานจราจร และงานสืบสวน ของสถานีตำรวจทุกแห่ง ไว้ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ต้องนำเงินส่วนตัวไปซื้อมาใช้กันเอง

เป็นสิ่งที่รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งดำเนินการเป็นสวัสดิการให้กับข้าราชการตำรวจ สร้างขวัญกำลังใจ ทำให้คุณภาพชีวิตตำรวจดีขึ้นพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็น “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” อย่างแท้จริง

ส่วนการ “ปฏิรูปตำรวจ” นั้น ตำรวจได้ปฏิรูปตนเองมาตลอด ทำคู่ขนานกับคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจตามรัฐธรรมนูญ ตำรวจพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ตามนโยบายรัฐของรัฐบาลในทุกเรื่อง เพื่อให้ประเทศเดินหน้า สังคมเกิดความสงบสุข

ตลอดการทำงานช่วง 3 ปีที่ผ่านมา นโยบายการขับเคลื่อนงาน ผบ.ตร. ในสายตาของประชาชน ถือว่าสอบผ่าน พล.ต.อ.จักรทิพย์นำตำรวจขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน สังคมได้เห็นตำรวจปฏิรูปตนเองหลายด้าน ปรับภาพลักษณ์องค์กร ทำงานเพื่อประชาชนทำงานเป็นมืออาชีพ จับกุมคดีสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง เป็นความร่วมมือของตำรวจทุกคน พร้อมสนับสนุน ทำงานตามสั่งการของ ผบ.ตร.ไม่มีแตกแถว

คาดหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ตำรวจ ผบ.ตร. ได้สั่งกำชับการปฏิบัติของตำรวจ เครื่องแบบต้องเป็นสีเดียวกัน การแต่งกายต้องเรียบร้อยดูดี การพูดจากับประชาชนให้สุภาพ ไม่นั่งไขว่ห้าง ยืนล้วงกระเป๋า การปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ให้เหมาะสมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ โดยให้จเรออกตรวจสอบ หากตรวจพบให้ดำเนินการทางวินัย ถือเป็นการขันนอตตำรวจทั่วประเทศ

ตำรวจในยุคของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ต้องยึดมั่นสถาบัน มีวินัย และอยู่ข้างประชาชน

เป็นนโยบาย ผบ.ตร.ปี 2561 ขับเคลื่อนตำรวจไปในทิศทางเดียวกัน “ไม่มีแตกแถว” ทำให้ตำรวจเป็นสีเดียวกัน......สีกากีสีของแผ่นดิน เป็นตำรวจของประชาชน.

ฑีฆาวุฒิ กุลลประภา

พล.ต.อ.จักรทิพย์ทำหน้าที่ผู้นำหน่วย นำพาองค์กรตำรวจฝ่าฟันอุปสรรคได้เป็นอย่างดี แม้จะต้องอดทนอดกลั้น และอยู่ท่ามกลางคนจงใจปล่อยข่าว “ปลดพ้นเก้าอี้รายวัน” 30 ธ.ค. 2560 14:53 30 ธ.ค. 2560 14:56 ไทยรัฐ