วันพุธที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปรากฏการณ์แห่งชาติ เลิกบูชาเงิน เชิดชูคนทำดีเป็นฮีโร่

ปี 2560 ถือเป็นปีแห่งการทำความดีด้วยหัวใจอย่างแท้จริง โดยจุดกระแสสร้างปรากฏการณ์จากความสำเร็จของโครงการจิตอาสาตามแนวพระราชดำริ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ซึ่ง “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” รัชกาลที่ 10 ทรงริเริ่มไว้เพื่อปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนชาวไทยได้ร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ และทำความดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ศรัทธาแห่งความดีได้รับการสานต่อให้กลายเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ จากหนึ่งเป็นสิบเป็นร้อยเป็นพัน เมื่อร็อกเกอร์หนุ่มขวัญใจชาวไทย “ตูน บอดี้สแลม” อาทิวราห์ คงมาลัย สร้างปรากฏการณ์แห่งชาติ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ออกวิ่งจากใต้สุดแดนสยาม อ.เบตง จ.ยะลา ไปจดเหนือสุด อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทาง 2,191 กม. เพื่อระดมเงินบริจาคนำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์มอบให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ 11 แห่ง แม้จะมีปัญหาบาดเจ็บอยู่บ้างจากการวิ่งระยะไกล และเกิดดราม่าจับผิดเป็นระยะๆ แต่ความอึดถึกแกร่งของนักร้องหนุ่มเลือดสุพรรณก็ชนะใจคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะวิ่งไปตรงไหนก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นล้นหลามตลอดสองข้างทาง ทั้งลูกเล็กเด็กแดง วัยรุ่น วัยกลางคน ไปจนถึงคุณตาคุณยาย ต่างออกมาส่งเสียงให้กำลังใจตูน ขณะที่เงินบริจาคหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศจนทะลุเป้า 700 ล้านบาทไปไกลแล้ว สร้างความชื่นอกชื่นใจเป็นอย่างยิ่ง จนมีการยกย่องให้ตูนเป็น “ฮีโร่ของประเทศ” ผู้จุดประกายให้คนไทยออกวิ่งๆๆเพื่อร่วมอุดมการณ์ยิ่งใหญ่ก้าวคนละก้าว ส่งเสริมการเชิดชูคนทำความดี

“พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ” ก็ทรงเป็นต้นแบบของเยาวชนจิตอาสา ทรงแสดงให้เห็นว่าการทำความดีนั้นทำได้ทุกคน ไม่จำกัดเพศและวัย โดย “พระองค์ที” ได้ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาที่วัดมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ประทับอยู่ในประเทศเยอรมนี กระทั่งเสด็จกลับเมืองไทย กิจกรรมหลักๆที่ทรงทำร่วมกับจิตอาสารุ่นเยาว์ ครอบคลุมตั้งแต่การกวาดลานวัด, ทำความสะอาดพระพุทธรูปในโบสถ์ และฐานชุกชี, การเก็บขยะในบ่อน้ำ, การให้อาหารปลา และทาสีอาคาร ขณะเดียวกัน ก็โปรดการสนทนาธรรมเป็นอย่างมาก โดยมักเสด็จไปยังวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ซึ่งมีบรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบ

เมล็ดพันธุ์แห่งการสร้างสังคมของคนดี ยังงอกงามเบ่งบานไปทั่วสังคมไทย ไม่ว่าจะในแวดวงนักธุรกิจ บุคคลผู้มีชื่อเสียง เศรษฐีไฮโซ หรือแม้แต่คนเดินดินกินข้าว แกงธรรมดาๆ ก็ล้วนแต่ตระหนักถึงพลังแห่งการทำความดีด้วยหัวใจ โดยไม่หวังผลตอบ แทนใดๆ คือการสะสม ความดีทีละเล็กละน้อย เพื่อหลอมรวมเป็นพลังอันยิ่งใหญ่

เมื่อรวยแล้วประสบความสำเร็จแล้วก็ต้องตอบแทนคืนสังคม แม้จะมีคนทำดีเพื่อสร้าง ภาพอยู่เยอะ แต่ถ้าเจาะลึก จริงๆแล้วก็ยังมีคนรวยคนเก่งที่ก้มหน้า ก้มตาทำความดีโดยไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศให้ใครรู้ เข้าตำราใจสวยและหล่อมาก

“ผมเป็นคนทำอะไรต้องเต็มที่ ต้องให้สุดถึงจะชื่อเอนก!!” นักธุรกิจพันล้านเจ้าของกลุ่ม M Wrap “เอนก จงเสถียร” ประกาศไว้ตอนโดดเข้าไปช่วยวงการแพทย์ไทย รวมพลังนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์ สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 5 (ปธพ.5) เป็นโต้โผจัดคอนเสิร์ตการกุศลวงคาราบาว “ศรัทธาเพื่อชีวิต” หารายได้ช่วยเหลือเพื่อนหมอ 42 โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ โดยงานนี้ไม่มีการหักค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว

“หลักสูตรของเรามีแพทย์อาสามาจากต่างจังหวัดเกินครึ่ง รู้เลยว่าขาดแคลนเกือบทุกโรงพยาบาล เพราะงบรัฐจำกัดมาก โรงพยาบาลเล็กๆมีหมอ 3 คน แค่รักษาคนไข้ก็จะตายแล้ว ไม่มีเวลามาคิดเรื่องหาเงินระดมทุนหรอก เราในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแล้วก็มีหน้าที่ต้องช่วยหมอเหล่านี้ให้อยู่รอดให้ได้ เพื่อจะได้มีแรงใจรักษาคนไข้ การที่พวกเรานักธุรกิจจะบริจาคเงินคนละล้านสองล้าน มันก็ไม่ยากอะไร แต่ถ้าให้มันยั่งยืนกว่านั้น น่าจะจัดกิจกรรมเป็นเรื่องเป็นราวให้สืบสานต่อไปได้ ผมจึงตั้งใจว่านับจากวันนี้ก็จะอุทิศตัวเพื่อช่วยเหลือวงการแพทย์ไทย โดยได้คุยกับ “คุณแอ๊ด คาราบาว” ไว้แล้วว่าจบจากคอนเสิร์ตศรัทธาเพื่อชีวิต วันที่ 20 ม.ค.2561 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เราจะลุยไปจัดคอนเสิร์ตการกุศลกันต่อตามจังหวัดต่างๆ เพื่อระดมเงินจากท้องถิ่นมาช่วยเหลือโรงพยาบาลในแต่ละชุมชน ผมอยากเป็นสะพานบุญให้คนอื่นได้ร่วมทำความดี อายุปูนนี้แล้วต้องรู้จักให้ตอบแทนคืนสังคม ถึงเวลาตายไม่มีใครเอาไปได้สักบาท อย่าสะสมไว้เพื่อตัวเอง ทำตัวเราให้เบาที่สุด แค่พอกินพอใช้ แล้วเราจะเป็นคนที่มีความสุขที่สุด ถึงจะเกษียณแล้วก็ต้องมีไฟ วันนี้ไม่ทำอะไรเลยผมก็มีกินจนตาย แต่ถ้าไม่ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ ผมว่าตายซะเลยดีกว่า!! ผมอยากทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับสังคม แต่ไม่เคยคาดหวังว่าจะได้อะไรจากผู้รับ แค่มีความสุขจากการให้ก็พอแล้ว อย่าไปคาดหวังจะทำให้เครียด ถ้าเราจะให้ก็ต้องมีความสุขจากการให้ อย่าหวังสิ่งตอบแทน”

ในแวดวงสังคมไฮโซคงไม่มีสาวเก่งคนไหนจะทุ่มเทให้กับการทำกิจกรรมเพื่อสังคมเท่ากับ “เอ็ม-มณีสุดา ศิลาอ่อน” บอสสาวคนเก่งแห่ง S&P ที่ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าทุกวินาที คุณเอ็มเล่าถึงแรงบันดาลใจว่า เอ็มโตมากับคุณยายค่ะ ได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เด็กให้ชอบสวดมนต์นั่งสมาธิและทำบุญ ถูกหล่อหลอมเรื่องกฎแห่งกรรม ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว ทำให้เกรงกลัวต่อการทำบาปมาก ไม่กล้าพูดปดไม่กล้าฆ่ามดด้วยซ้ำ สิ่งเหล่านี้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตมาตลอด เอ็มเชื่อในเรื่องพลังแห่งความดี เมื่อเราคิดดีทำดีพูดดี ก็จะดึงดูดแต่คนดีๆเข้ามา พอเอ็มมีครอบครัวมีลูก ก็ยิ่งรู้สึกว่าเราต้องทำความดีมากขึ้นเพื่อเป็นแบบอย่างให้ลูกๆ ด้วยหน้าที่การงานของเอ็มทำให้ได้ทำงานกับมูลนิธิการกุศลเยอะ มีโอกาสได้ช่วยเหลือสังคมในหลากหลายรูปแบบ เอ็มไปเยี่ยมมูลนิธิปีละ 20-30 แห่ง ไปตั้งแต่มูลนิธิคนตาบอด จนถึงบ้านพักคนชรา ไปจนคุณตาคุณยายจำเราได้ เหมือนเครือญาติไปแล้ว และทุกครั้งจะพาลูกๆไปด้วยเพื่อให้ได้ซึมซับสิ่งเหล่านี้ ลูกสาวคนโตเพิ่งไปทำจิตอาสาช่วยผลิตสื่อการสอนให้มูลนิธิคนตาบอด หรืออย่างล่าสุด ครอบครัวเราก็ชวนกันไปมอบเค้กวันเกิดให้ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เราน้ำตาไหลเลย เมื่อเห็นพวกเขามีความสุข เป็นคุณค่าทางใจที่ทำให้เอ็มมุ่งมั่นอยากทำความดีทุกวัน เอ็มยังไปทำโรงครัวตามชุมชนต่างๆ ไปปรุงอาหารให้ชาวบ้านดู สอนให้พวกเขารู้จักโภชนาการอาหารที่ถูกต้อง เอ็มมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ ถึงขนาดว่าวันไหนไม่ได้ทำจะรู้สึกไม่ดี

เล็กๆน้อยๆแต่ยิ่งใหญ่และมีคุณค่ามาก เพราะทำด้วยหัวใจ ต้องยกให้ “ปุ๊-ปิยวรรณ ลีละสมภพ” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ที่อาสาไปล้างห้องน้ำสวนลุมโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ...“เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เริ่มไปวิ่งที่สวนลุมเพราะอยากลดน้ำหนัก วิ่งจนติดและรักการวิ่ง ถึงขนาดไปวิ่งทุกเช้าก่อนไปทำงาน ยิ่งได้เจอกับ “พี่นง” (ทนงศักดิ์ ศุภการ) ยิ่งมีแรงบันดาลใจในการวิ่ง และอยากทำความดีเพื่อสังคม ตอนที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 สวรรคต พวกเรานักวิ่งอยากเปลี่ยนความเศร้าเป็นพลังทำความดีเพื่อพ่อหลวง “พี่นง” จึงชวนก๊วนวิ่งไปช่วยกันล้างห้องน้ำทั้ง 10 จุด ในสวนลุม ใช้เวลาหลายอาทิตย์ กว่าจะเสร็จ ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรม 2-3 วัน มีคนแก่ที่มาใช้บริการเห็นพวกเรากำลังล้างห้องน้ำ ก็ยื่นเงิน 20 บาทให้ ขอบอกขอบใจใหญ่ที่ช่วยทำความสะอาดห้องน้ำ โดยส่วนตัวรู้สึกว่าสิ่งที่ทำไปเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก ถ้าเทียบกับสิ่งที่คนไทยได้ทำเพื่อถวายพระองค์ท่าน แต่ความรู้สึกที่ได้รับมันอิ่มอกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก”

ใช้หัวใจล้วนๆเพราะฝันอยากให้กรุงเทพฯเป็นสีเขียว “กัปตันยุทธ์-ยุทธนาท ปลื้มปัญญา” นักบินที่หนึ่งแห่งสายการบินไทย บิดมอเตอร์ไซค์ฉายเดี่ยวตระเวนปลูกต้นไม้ตลอดสองข้างทางของถนนวิภาวดีมานานถึง 8 ปี ด้วยหัวใจมุ่งมั่นว่าจะคืนอากาศบริสุทธิ์ให้คนกรุง...“ตั้งแต่เด็กผมผูกพันกับต้นไม้ แต่พอโตขึ้นกลับรู้สึกว่าต้นไม้หายไปหมดไม่มีอะไรเขียวๆ กรุงเทพฯมีแต่ปูนแต่อิฐ บ้านเมืองก็ร้อนขึ้นทุกวัน ด้วยความที่บ้านผมอยู่แถวดอนเมือง ต้องขับรถผ่านถนนวิภาวดีตลอด ผมจึงสังเกตเห็นว่าสองข้างถนนของวิภาวดีมันแห้งแล้ง และมีที่ถูกทิ้งให้รกร้างเยอะ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ผมเริ่มปลูกต้นไม้ต้นแรกบนถนนวิภาวดี แถวๆสำนักงาน นสพ.บ้านเมือง โดยเลือกปลูกต้นลั่นทม ซึ่งชำกิ่งเพาะรากเองจากที่บ้าน ผมขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำคนเดียวตอนเช้าวันอาทิตย์ จากนั้นก็เล็งตามถนนวิภาวดีเลียบทางรถไฟ เห็นพื้นที่ตรงไหนรกร้าง ก็จะนำต้นลั่นทมไปปลูก จนเมื่อปีที่แล้ว เริ่มคิดว่าเราน่าจะปลูกไม้ดอกไม้ผลบ้าง ตลอดปีนี้ผมไล่ปลูกต้นขนุนไปแล้ว 20 ต้น และปีหน้าวางแผนปลูกพืชผักสวนครัวให้คนได้เก็บกินโดยไม่หวงห้าม ยอมรับว่าช่วงแรกๆที่ทำประสบปัญหา คือต้องตามไปรดน้ำต้นไม้ที่เราปลูกทุกต้น ถ้าไม่รดน้ำมันก็ตายทำให้กังวล พอมีประสบการณ์มากขึ้น ผมจึงเปลี่ยนแผนใหม่มาปลูกตอนช่วงฤดูฝนให้เทวดาช่วยรดน้ำ จะได้มีภาระน้อยที่สุด ตลอด 8 ปีมานี้ ผมปลูกต้นไม้บนถนนวิภาวดีไปแล้วเป็นพันต้น จำได้หมดต้นไหนเป็นของเรา บางต้นก็เติบใหญ่สวยงามมาก แต่หลายต้นถูกย้ายไปปลูกที่อื่น ปีที่แล้วเป็นปีที่ทำมากที่สุดลุยปลูกต้นไม้ทีเดียว 400 ต้น การลงต้นไม้บนถนนวิภาวดีไม่ใช่ง่ายๆ เพราะดินแข็งมากขุดแทบไม่ลง ข้างล่างดินมีแต่เศษหินเศษปูนทั้งนั้น ต้องใช้ค้อนทุบ สำหรับผมการปลูกต้นไม้ตามที่สาธารณะเป็นความสุขทางใจที่หาซื้อไม่ได้ด้วยเงินทอง ผมฝันว่าจะได้เห็นคนไทยปลูกต้นไม้ตามถนนหนทางอย่างน้อยคนละหนึ่งต้นต่อปี เท่านี้บ้านเมืองเราก็จะมีแต่สีเขียวแล้ว เวลาเห็นต้นไม้ของเราเติบโตงอกงาม ผมรู้สึกภูมิใจและมีความสุขมาก รู้สึกว่าเราประสบความสำเร็จ และอยากทำให้ดีขึ้นไป”

นี่คือความสุขแท้จริง ความสุขที่ไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยเงินทอง จุดประกายให้เราทำความดีด้วยหัวใจ.

ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ