วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“บิ๊กตู่” โต้รูปหมู่ ไร้ดีลการเมือง ถ่ายกับสะสมทรัพย์

“บิ๊กตู่” โต้รูปหมู่ ไร้ดีลการเมือง ถ่ายกับสะสมทรัพย์

  • Share:
‘ปู’ โผล่ช็อปอังกฤษ ป้อมแจง ปปช.แล้ว

“บิ๊กตู่” แจงรูปคู่ตระกูล “สะสมทรัพย์” ไร้นัยการเมือง แค่ถ่ายรูปกันธรรมดาทั่วไป ขออย่าตั้งแง่หวาดระแวง “บิ๊กฉัตร” ระบุไปตีกอล์ฟแล้วเจอโดยบังเอิญ ด้าน “เผดิมชัย” เผยไม่ได้ร่วมก๊วนหวดกอล์ฟ แค่เลี้ยงข้าวตามธรรมเนียมในฐานะเจ้าบ้าน ชี้ไม่มีอะไรผิดปกติอย่าคิดให้เครียด “วัชระ” ปูดเปิดดีลกวาด ส.ส.ยกจังหวัดแลกเก้าอี้ รมต. แชร์ว่อนภาพ “ปู” โผล่อังกฤษ คสช.แจ้นสอบข้อเท็จจริง “บิ๊กป้อม” ส่งหนังสือชี้แจงแหวน-นาฬิกาหรูแล้ว ป.ป.ช.ยังอุบไต๋ รอเรียกบุคคลที่ 3 แจงปีหน้า

กลายเป็นประเด็นการเมือง หลังจากนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ภาพถ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมกับตระกูลสะสมทรัพย์ นักการเมืองชื่อดัง จ.นครปฐม โดยนักการเมืองตั้งข้อสังเกตว่าเป็นดีลทางการเมืองในอนาคต หลังจากที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ไปพูดคุยกับนักการเมืองชื่อดังมาแล้วหลายกลุ่ม ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร)

นายกฯอวยพรสื่อ-ขอทำเพื่อชาติ

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. เวลา 08.45 น. ที่ทำเนียบ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวอวยพรเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ให้สื่อมวลชนทำเนียบรัฐบาลว่า ขอทุกคนประสบความสุขความเจริญ สำเร็จในอาชีพการงานตลอดไป ต้องตระหนักว่าสื่อมวลชนมีความสำคัญต่อประเทศชาติ ประชาชน ในการทำหน้าที่ถ่ายทอดสิ่งดีๆ ระหว่างประชาชนกับรัฐบาล ส่วนเรื่องใดที่ยังไม่เรียบร้อยหรือมีปัญหา รัฐบาลพร้อมรับฟังและพูดคุยกัน ยืนยันไม่ต้องการให้สื่อทำอะไรเพื่อตน แต่ขอให้ทำเพื่อประชาชน ขอให้ประสบความสำเร็จ วันนี้อาจต้องลำบากกว่าเดิม แต่ทุกอย่างจะดีขึ้นหากเราตั้งมั่นในความดี

สื่อมอบ ส.ค.ส.ยักษ์ยิ้มให้นายกฯ

จากนั้นสื่อมวลชนได้มอบ ส.ค.ส.เป็นรูปยักษ์ยิ้มให้กับนายกฯ พร้อมอธิบายว่า เป็นรูปของพญายักษ์ที่มีหลายหน้า เปรียบเสมือนการทำงานของนายกฯในหลายหน้าที่ และยังสื่อถึงความอดทน เพราะยักษ์เก็บดวงใจของตนเองไว้หลายที่ จึงไม่มีใครสามารถฆ่ายักษ์ได้ นายกฯจึงกล่าวว่า หัวใจตนอยู่กับประชาชนทุกคน และอยู่กับสื่อมวลชนด้วย ขอบคุณทุกคนที่เข้าอวยพร วันนี้ถือเป็นความสุขอีกหนึ่งวันที่ได้มาพูดคุยกัน ตนกับสื่อมวลชนไม่มีปัญหาอะไรกัน สิ่งใดไม่ถูกหรือไม่ชอบกัน วันหน้าต่างคนต่างก็ต้องก็ปรับตัว รู้ว่าสื่อมวลชนมีเจตนาดี ทุกคนต้องทำหน้าที่ ดังนั้น เราจึงต้องทำให้ไปด้วยกันได้ ไม่ใช่ให้หน้าที่ของแต่ละฝ่ายมาตีกัน แต่ต้องมาดูแลตักเตือนซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกัน นายกฯได้ส่งการ์ดอวยพรปีใหม่ ด้านหน้าเป็นภาพตึกไทยตู่ฟ้า ส่วนด้านในเป็นภาพตึกภักดีบดินทร์ พร้อมข้อความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ “ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ได้โปรดดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญ ในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2561” พร้อมทั้งมอบกระเป๋าอเนกประสงค์ให้สื่อเป็นที่ระลึก

“บิ๊กตู่” แจง “สะสมทรัพย์” แค่ขอถ่ายรูป

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ภาพถ่ายนายกฯร่วมกับคนในตระกูลสะสมทรัพย์ผ่านเฟซบุ๊กว่า ตนไปไหนมาไหนก็ได้ในทุกจังหวัดและทุกที่ หรือใครมาพบตนก็พร้อม แต่มาแล้วไม่ใช่มองว่าพบเพื่อการเมือง และจำไม่ได้แล้วว่าถ่ายเมื่อไหร่เพราะนานแล้ว ไปเล่นกอล์ฟเพราะมีคนบอกสนามกอล์ฟดีได้รับรางวัลมา พื้นที่ใครยังไม่รู้เลย ตอนจองก็คนอื่นจอง ความจริงคนกลุ่มนี้มาอยู่แล้ว ดูเหมือนเขาเป็นเจ้าของ สัปดาห์นั้นเขามานั่งสนามกอล์ฟตนก็ไม่รู้ ก็ถ่ายรูปได้กับทุกคนไม่เห็นหรือ ถ่ายไม่รู้กี่รูปแล้ว ทุกคนขอถ่ายตนก็ให้ถ่าย จะรังเกียจเขาได้หรือไม่ ถ้าเขาไม่ขอแล้วตนไปเสนอตัวไปให้เขาถ่ายก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตนไม่เคยไปเสนอตัว เขาขอตนให้ถ่าย และไม่ว่าใครจะมาขอถ่ายตนก็ให้ถ่ายร่วมได้ทั้งนั้น อย่างไป จ.สุโขทัย เขามารับจะให้ทำอย่างไร จะให้ไล่เหรอ

อย่าระแวงไม่มีดีลทางการเมือง

“อย่าไปมองว่าเป็นการตกลงหรือดีลกันถ้าเป็นเช่นนั้นผมคงไม่ต้องไปไหนกันแล้ว แหม่คนตั้งเยอะตั้งแยะจะไปดีลยังไง ยืนยันว่าไม่ได้ดีลอะไรกับใคร ทุกวันนี้ผมมีหน้าที่ทำให้ประเทศมั่นคงแข็งแรง วันข้างหน้าใครจะอยู่พรรคไหน จะอยู่กับใคร จะอยู่ฝ่ายรัฐบาลหรืออยู่กับฝ่ายค้าน เป็นเรื่องของท่าน เพราะผมยังไม่ได้เข้าไปอยู่ตรงนั้นเลย แล้วผมจะไปดีลอะไรกับใครได้ แต่สิ่งที่ผมพูดกับพวกเขาคือ วันข้างหน้าช่วยดูแลประเทศชาติหน่อย ไม่ว่าใครเข้ามาสู่การเมืองต้องทำให้ประชาชนมีความสุข เพราะวันนี้เป็นปัญหาของนักการเมือง ไม่ใช่ปัญหาของผม และยิ่งมาว่าผมมากๆเข้า ผมก็ว่าเขาไม่มีอะไรจะดีขึ้น และเขาต้องไปแก้ที่ตัวของเขาเอง ไม่ใช่มาโจมตีผม ถ้าวันข้างหน้ากลับเข้ามาสู่การเมือง ต้องเป็นการเมืองที่มีธรรมาภิบาล ผมพูดกับทุกคนที่เป็นนักการเมือง พูดแค่นี้ผิดตรงไหน” นายกฯกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่บังเอิญช่วงนี้มีข่าวตั้งพรรคใหม่หนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า อย่าระแวงสิ บอกแล้วตนเป็นรัฐบาลไปที่ไหนก็ได้ ยิ่งวันนี้ไม่มี ส.ส. ตนก็ต้องไปให้ถึงประชาชน

“บิ๊กฉัตร” แจงไปตีกอล์ฟบังเอิญเจอ

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ทำงานหนัก ก็อยากหาโอกาสได้ผ่อนคลายบ้าง จึงชวนไปตีกอล์ฟ เพราะเวลาอยู่ในสนามกอล์ฟมีโอกาสพูดคุยภาษาเพื่อน ทำให้ท่านได้หัวเราะสนุกสนาน ปีใหม่ยังไม่มีแผนจะไปตีกอล์ฟกันที่ไหน เพราะนายกฯมีงานให้ทำอยู่ ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ท่านนายกฯได้พักผ่อนอีก สำหรับภาพดังกล่าวถ่ายเมื่อประมาณเดือนที่ผ่านมา ระหว่างการพบไม่เห็นว่ามีการพูดคุยอะไร เป็นการพบโดยบังเอิญ เราไปตีกอล์ฟก็ไม่อยากให้ใครรู้ และได้ใช้ชื่อคนอื่นในการจองสนาม ส่วนที่ถูกหยิบโยงเป็นประเด็นการเมืองนั้น คนที่เห็นภาพคงคิดกันไป ผู้สื่อข่าวถาม ในการตีกอล์ฟวันดังกล่าว พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ไปด้วยหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า ตนไม่เห็น เพราะ พล.อ.อภิรัชต์ไม่เล่นกอล์ฟ และส่วนใหญ่คนในก๊วนก็เป็นเพื่อนรุ่นเดียวที่เล่นกันมานานแล้ว ส่วนการถ่ายรูปดังกล่าวไม่ทราบว่าเขามาขอถ่ายรูปหรืออย่างไร เพราะตนเดินมาทีหลังแล้วนายกฯชวนมาถ่ายรูปด้วยกัน

“เผดิมชัย” แจงไม่ได้ร่วมก๊วนกัน

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ อดีต รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์กรณีมีการเผยแพร่ภาพคู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจมีดีลการเมืองว่า ดีลการเมืองที่ว่าคืออะไรตนยังไม่รู้ ขณะนี้แม้แต่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญก็ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี แล้วจะไปดีลอะไรกัน เป็นสิทธิที่จะคิดกันได้แต่คงเป็นไปไม่ได้ และการมาสนามกอล์ฟของนายกฯมาแบบเปิดเผยไม่ได้ปกปิด ผู้ว่าฯและตำรวจย่อมรู้กำหนดการล่วงหน้า เป็นการมาเล่นกอล์ฟตามปกติเนื่องจากวันอาทิตย์เป็นวันหยุดไม่ได้มีอะไรพิเศษ ปกติแล้วครอบครัวตนจะทานข้าวเช้ากันตามประสาครอบครัวที่สนามกอล์ฟ เพียงแต่วันนั้นเห็นว่าผิดปกติเพราะมีรถเข้ามาในสนามเป็นขบวน 2-3 คัน เมื่อไปดูก็พบว่านายกฯมาเล่นกอล์ฟ ตนในฐานะเจ้าของสนามต้องเลี้ยงข้าวเป็นธรรมเนียม แต่คงไม่ได้มีเวลามานั่งพูดคุยดีลการเมืองอะไรกัน เล่นกอล์ฟใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงจะเอาเวลาที่ไหนมาคุยการเมือง เล่นกอล์ฟก็ยังไม่ได้เล่นด้วยกัน อย่างไรก็ตามที่นายกฯเดินทางมา อาจเป็นไปได้ว่าเดือน พ.ย. สนามตนได้รางวัลสนามยอดเยี่ยมที่ประเทศเวียดนาม เมื่อนายกฯเห็นคงอยากจะมาลองเล่นก็ได้

อย่าคิดมากจนเครียด-อาฆาต

“เรื่องรูปถ่ายนั้น เป็นธรรมดาเมื่อคนระดับนายกฯ มาที่สนามกอล์ฟของเราก็ต้องมีการถ่ายรูปเพื่อเป็นเกียรติกับสนาม เหมือนกับผู้นำหรือวีไอพีคนอื่นๆ ที่มา ตรงนี้ถือเป็นการให้เกียรติสนามแห่งนี้มากกว่า และรูปคู่กับนายกฯ ก็แค่เพียงรูปเดียวไม่ได้มีอะไรที่ผิดแปลกอะไรเลย นายกฯ ก็เป็นคนธรรมดา ออกกำลังกายก็เป็นเรื่องปกติ ท่านยังบอกว่าสนามของเราดี ไม่เห็นจะต้องไปเล่นที่ต่างประเทศเลย ยังบอกด้วยว่าควรจะโน้มน้าวให้ต่างประเทศหนีหนาวมาเล่นที่บ้านเราจะดีกว่าด้วยซ้ำ วันนี้บ้านเราเรื่องการเมืองเครียดกันจนเกินไป อย่าไปคิดอาฆาตกัน ตรงไหนไม่ดีก็บอกท่านไป ถ้ามาตั้งแง่กันว่าพวกคุณ พวกเขา มันก็คงไม่ดี วันนี้ผมอายุมากแล้ว ผมลงทุนสร้างสนามกอล์ฟแห่งนี้ก็เพื่อไม่ให้ต่างประเทศเขาดูถูกบ้านเรา เป็นการทำธุรกิจ ไม่ได้มีอะไรที่ผิดปกติเลย” นายเผดิมชัยกล่าว

“วัชระ” แฉเปิดดีลแลกเก้าอี้ รมต.

ด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงภาพถ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ยืนใส่รองเท้าแตะในชุดลำลองกับอดีตนักการเมืองอาวุโสจังหวัดนครปฐม พร้อมกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ ว่าทราบจากคนในพื้นที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์หัวหน้า คสช.เดินทางไปพบอดีตรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยแบบลับๆ โดยไม่มีรถนำขบวน ที่สนามกอล์ฟนิกันติของตระกูลสะสมทรัพย์ เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา เป็นการพบกันที่ไม่ธรรมดาและเป็นเรื่องที่ต้องมีการตกลงทางการเมืองเป็นพิเศษแน่ ทราบว่ามีเงื่อนไขให้เข้าพรรคแล้วทำให้ได้ ส.ส.ยกจังหวัดนครปฐม เอาไปเลยหนึ่งเก้าอี้รัฐมนตรี มีการส่งภาพนี้เพื่อสร้างความมั่นใจในหมู่ลูกน้อง ข้าราชการในพื้นที่ และมีการโยกย้ายข้าราชการบางคนในเวลาต่อมา

เย้ยถามตกเขียวได้กี่กลุ่มแล้ว

“ประชาชนอาจมีคำถามกับ พล.อ.ประยุทธ์ว่า แล้วนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพล นโยบายปราบปรามยาเสพติด การปฏิรูปการเมืองท่านจะดำเนินการตรงไปตรงมา เด็ดขาด มีมาตรฐานเดียวหรือไม่ ภาพอันยิ้มแย้มแจ่มใสของผู้มีอำนาจนี้หรือคือของขวัญปีใหม่ เป็นการส่งสัญญาณว่านี่คือการปฏิรูปประเทศของ คสช.ในอนาคตใช่หรือไม่ ที่ท่านบอกสื่อมวลชนให้กลับมาถามผมเรื่องที่ออกมาเปิดเผยเรื่องพรรคทหาร ท่านควรตอบตรงไปตรงมาว่าที่ผ่านมาดำเนินการไปถึงขั้นตอนใดแล้ว ได้กี่กลุ่ม กี่พรรคแล้ว ความจริงเป็นเช่นไรท่านก็รู้ดีแก่ใจ ท่านแอบจัดตั้งกองหนุนเพิ่มเติมทีละมุ้งๆ แบบนี้ ในขณะที่เป็นหัวหน้า คสช.และนายกฯ พร้อมทุ่มงบประมาณของทางราชการให้หาเสียงและโยกย้ายข้าราชการให้ไปรับใช้เต็มที่ ถือเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นหรือไม่” นายวัชระกล่าว

ทีมงาน “ปู” มึนภาพโผล่อังกฤษ

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานีโทรทัศน์นิวส์ทีวีเผยแพร่ภาพที่อ้างว่าเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ตกเป็นผู้หลบหนีคดีกรณีไม่มารับฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีจำนำข้าว โดยอ้างว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพขณะ น.ส.ยิ่งลักษณ์กำลังช็อปปิ้งอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังคนใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้รับคำตอบว่า ยังไม่ทราบที่มาที่ไปของภาพดังกล่าวเช่นกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าภาพดังกล่าวมาจากไหน และข้อเท็จ จริงเป็นอย่างไร

ทนายไม่ได้ติดต่อตั้งแต่จบคดี

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตั้งแต่มีการอ่านคำพิพากษาลับหลังยังไม่สามารถติดต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เลย รูปที่บอกว่าอยู่ที่ประเทศใดนั้นก็ทราบจากการรายงานข่าวของสื่อมวลชน ส่วนคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในขณะนี้ถือว่าสิ้นสุดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ลงโทษจำคุก 5 ปีไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากทางอัยการโจทก์ไม่ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาและไม่ได้ขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไป เมื่อครบกำหนด 30 วัน คดีจึงถือเป็นที่สิ้นสุด

คสช.รอตรวจสอบข้อเท็จจริง

พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผบ.มทบ.11 ในฐานะทีมงานโฆษก คสช.กล่าวว่า เรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาดำเนินการตามขอบเขต อำนาจหน้าที่อย่างเหมาะสม

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ทราบเพียงจากข่าวที่ปรากฏในสื่อเท่านั้น ในชั้นนี้กระทรวงการต่างประเทศยังไม่มีข้อมูลใดๆเพิ่มเติม

“บิ๊กป้อม” แจงปมนาฬิกาหรูแล้ว

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. รายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ส่งหนังสือชี้แจงกรณีที่มาของแหวนเพชรและนาฬิกาหรูมายัง ป.ป.ช.แล้ว ขณะนี้อยู่ในกระบวนการตรวจสอบของสำนักงาน ป.ป.ช.

เรียกบุคคลที่ 3 แจงต้นปีหน้า

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรส่งหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องการครอบครองนาฬิกาหรูและแหวนเพชรมาให้ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ขั้นตอนหลังจากนี้ ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบยืนยันข้อมูลและข้อเท็จจริงต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลที่สาม จึงต้องเรียกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในช่วงต้นปี 2561 อย่างไรก็ตาม ไม่ขอเปิดเผยคำชี้แจงของ พล.อ.ประวิตร เพราะเป็นเรื่องรายละเอียดที่เจ้าหน้าที่ต้องไปตรวจสอบ และไม่ขอตอบว่า พล.อ.ประวิตรชี้แจงเฉพาะนาฬิกายี่ห้อริชาร์ด มิลล์ เพียงเรือนเดียวหรือไม่ อย่างไรก็ตามในนาฬิกาหรูเรือนอื่นๆที่ปรากฏเป็นข่าวว่า พล.อ.ประวิตรไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ด้วยนั้น ถือเป็นประเด็นเกี่ยวข้องที่ ป.ป.ช.ต้องไปตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ ป.ป.ช.จะต้องดูทุกเรื่องที่ปรากฏและไม่ปรากฏในสื่อ คดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน เมื่อได้ผลอย่างไร จะแถลงข่าวให้ทราบ คาดว่าใช้เวลาตรวจสอบไม่นาน เพราะเรื่องไม่ซ้ำซ้อน

ป.ป.ช.อุบคำชี้แจงขออย่าเพิ่งเดา

ผู้สื่อข่าวถามว่า คำชี้แจงของ พล.อ.ประวิตรระบุหรือไม่ว่านาฬิกาเรือนดังกล่าวเป็นของเพื่อนที่เสียชีวิต นายวรวิทย์ตอบว่า อย่าเพิ่งไปคาดเดาอะไรทั้งสิ้น ขณะนี้ให้เป็นเรื่องการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ก่อน เมื่อถามว่า สังคมสงสัยเรื่องสายสัมพันธ์ระหว่างประธาน ป.ป.ช. กับ พล.อ.ประวิตร อาจมีการช่วยเหลือกัน นายวรวิทย์ตอบว่า ป.ป.ช.มีหน้าที่ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้ประชาชนมั่นใจการทำงานของ ป.ป.ช. เพราะมีคำขวัญการทำงานว่า ซื่อสัตย์ เป็นธรรม และมืออาชีพ

“วัชรพล” ไม่ติดใจท้วง ก.ม. ป.ป.ช.

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาให้ ป.ป.ช.เพื่อพิจารณาว่าจะตั้ง กมธ.ร่วมทบทวนร่างกฎหมายหรือไม่ว่า ขณะนี้ ป.ป.ช.ยังไม่ได้รับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจาก สนช. คาดว่าคงใช้เวลาไม่นานที่ สนช.จะส่งมาให้ เบื้องต้นหลังจากที่ได้พูดคุยกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.แล้ว ไม่มีประเด็นใดที่ ป.ป.ช.จะโต้แย้ง และไม่ติดใจเนื้อหาที่ สนช.ได้ปรับปรุงแก้ไข โดยตัดเนื้อหามาตรา 37/1 เรื่องการให้อำนาจ ป.ป.ช.ดักฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทิ้งไป เพราะ ป.ป.ช.พยายามชี้แจงเหตุผลความจำเป็นของมาตราดังกล่าวให้ สนช.เข้าใจถึงความจำเป็นและกลไกที่ใช้ตรวจสอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ไม่มีเจตนาล่วงเกินสิทธิเสรีภาพประชาชน แต่เมื่อ สนช.ยังไม่มีความมั่นใจ เราก็ไม่ขัดข้อง อย่างน้อยถือว่าได้ชี้แจงต่อสังคมด้วยความบริสุทธิ์ใจ

“บิ๊กบี้” ไขก๊อก รมต.รวยขึ้น 16 ล้าน

ขณะเดียวกัน ที่สำนักงาน ป.ป.ช. มีการเปิดบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ของอดีตผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย 1.พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นจากตำแหน่ง รมว.แรงงาน แจ้งว่ามีทรัพย์สิน 108,750,517 บาท เมื่อเทียบกับตอนเข้ารับตำแหน่ง รมว.แรงงานพบว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 16.6 ล้านบาท ในส่วนของบ้านย่านคันนายาว ที่เพิ่งสร้างเสร็จปี 2558 นอกจากนี้ ยังมีทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจอาทิ พระเครื่อง 150 รายการ มูลค่า 8.3 ล้านบาท นาฬิกา 12 เรือน มูลค่า 5.4 ล้านบาท โดยบางเรือนมีมูลค่า สูงถึง 1.8 ล้านบาท ส่วน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิก สนช. แจ้งว่า มีทรัพย์สิน 30,384,578 บาท เมื่อเทียบกับตอนเข้ารับตำแหน่ง สนช. พบว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 3.7 ล้านบาท โดยทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นมีการซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ e350 ราคา 3.2 ล้านบาท เมื่อช่วงเดือน ต.ค.2560 ขณะที่ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีหลังพ้นตำแหน่ง สนช. 1 ปี พบว่ามีทรัพย์สิน 77,663,350 บาท เมื่อเทียบกับกรณีพ้นจากตำแหน่ง สนช. พบว่ามีทรัพย์สินลดลง 10.6 ล้านบาท

คุมเข้มดูได้แต่ตาห้ามถ่ายภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเปิดเผยบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินครั้งนี้ ได้ห้ามสื่อมวลชนบันทึกภาพรายละเอียดของทรัพย์สินในเอกสารประกอบการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน ให้ตรวจสอบด้วยตาเปล่าเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ชี้แจงว่าการห้ามดังกล่าวเพื่อปกปิดทรัพย์สินส่วนบุคคลของผู้ยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สิน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และการขอปกปิดข้อมูลหรือรายละเอียดเอกสารในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ ป.ป.ช.ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

บี้ ป.ป.ช.เปิดข้อมูลนาฬิกาหรู

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ยื่นชี้แจงการครอบครองนาฬิกาหรูต่อ ป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดออกมาว่า เรื่องนี้คนทั้งประเทศต่างให้ความสนใจ และกำลังรอข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เมื่อ พล.อ.ประวิตรยื่นชี้แจงต่อ ป.ป.ช.แล้ว แต่ ป.ป.ช.ยังไม่ยอมบอกรายละเอียดต่อสังคม คนก็ยังสงสัยในเรื่องดังกล่าวต่อไป และจะสงสัยต่อไปถึงการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.ว่าเป็นกลางหรือไม่ อย่างไร เพราะการดำเนินคดีกับฝ่ายการเมือง ป.ป.ช.เดินหน้าเต็มที่ แต่กับผู้มีอำนาจ ป.ป.ช.จะทำหน้าที่เต็มที่เป็นมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ ดังนั้น อยากให้ ป.ป.ช.ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประชาชนคลายสงสัยและไม่ต้องระแวงการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.

ปชป.นัดถกยื่นศาล รธน. 4 ม.ค.61

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการเตรียมยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ที่อาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 26 เรื่องสิทธิของประชาชนว่า ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ประกอบด้วยตน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค นายถวิล ไพรสณฑ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรค และนายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ผู้ช่วยเลขาผู้ว่าฯ กทม. ได้รับมอบหมายจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคให้รับผิดชอบ จะนัดหารือถึงข้อกฎหมายที่จะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 4 ม.ค.2561 เมื่อได้ข้อยุติที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง จะนำเสนอนายอภิสิทธิ์ ถ้านายอภิสิทธิ์มีความเห็นแย้งหรือความเห็นชอบอย่างไรต้องว่ากันต่อไป ถ้าตกผลึกเรียบร้อยแล้วจะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญทันที

พท.อัด คสช.ไม่มีอำนาจทับซ้อน

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ระบุบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญคุ้มครองการออกคำสั่ง คสช.ว่า ประธาน สนช.เป็นหนึ่งในแม่น้ำ 5 สาย จึงไม่แปลกที่พูดปกป้อง คสช. แต่รัฐธรรมนูญให้ สนช.เป็นผู้ตรากฎหมาย การใช้คำสั่ง คสช.มายกเลิก ทำให้เห็นว่า สนช.ไม่มีความหมาย กฎหมายที่ตราขึ้นสามารถยกเลิกได้ด้วยคำสั่งของคนที่ทำรัฐประหาร จากคำสั่งล่าสุดของ คสช. มีรายละเอียดชัดเจนที่ขัดรัฐธรรมนูญ นอกจากเรื่องอำนาจตรากฎหมายแล้ว ยังมีเรื่องอำนาจ กกต. ที่กฎหมายเขียนให้ กกต.เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง แต่คำสั่งให้ คสช.เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องนี้ หลังกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศใช้ แสดงว่า คสช.จะมีส่วนชี้นำการเลือกตั้ง แม้บทเฉพาะการให้อำนาจ คสช.ไว้ แต่การใช้อำนาจนั้นต้องไม่ใช่อำนาจที่หน่วยงานอื่นมีอยู่ บทเฉพาะกาลไม่ได้ให้อำนาจทับซ้อนหน่วยงานอื่น เรามองว่าช่องทางยื่นศาลรัฐธรรมนูญเป็นช่องทางหนึ่งในการปกป้องรัฐธรรมนูญ คงต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนนักการเมืองหรือไม่

ยืดพิสูจน์ต่างด้าวถึง 30 มิ.ย.61

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 33/2560 เรื่อง มาตรการชั่วคราวเพื่อแก้ไขข้อขัดข้องการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ที่ผ่อนปรนให้แรงงานต่างด้าวอยู่ในประเทศและทำงานได้จนถึง 31 ธ.ค.60 โดยต้องพิสูจน์สัญชาติให้แล้วเสร็จในช่วงดังกล่าวนั้น รัฐบาลทราบความจำเป็นที่ต้องผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวราว 900,000 คน ที่กำลังพิสูจน์สัญชาติแต่ยังไม่แล้วเสร็จ และแรงงานที่ไม่มีเอกสารให้ขึ้นทะเบียนประวัติ และพิสูจน์สัญชาติให้เรียบร้อย จึงขยายเวลาดำเนินการอีก 6 เดือน ถึงวันที่ 30 มิ.ย.61 ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.60 อยู่ระหว่างที่ คสช.พิจารณาใช้มาตรา 44 ผ่อนผัน โดยต้องขึ้นทะเบียนที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จแต่ละจังหวัดใน 31 มี.ค.61 และพิสูจน์สัญชาติให้แล้วเสร็จวันที่ 30 มิ.ย.61

นายกฯวอนอย่าปัดแข้งปัดขากัน

เมื่อเวลา 20.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ถึงการลงพื้นที่และประชุม ครม.สัญจรที่ จ.สุโขทัยว่า ได้หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อรับทราบความต้องการของชุมชน จัดลำดับความเร่งด่วนโครงการ ก่อนสิ้นปีตนและ ครม.ได้ลงพื้นที่ครบทุกภาค ยังเหลือโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี ซึ่งต้องไปอีกสักครั้ง รัฐบาลพยายามทำโครงการที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและพื้นที่ให้ได้มากที่สุด บ้านเมืองเรายังมีปัญหาอีกมากมายที่รอแก้ไข อย่ามาทะเลาะกันเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เรื่องใหญ่กว่านั้นคือเรื่องคนไทยของเรา ความยากจนของเรา ที่ต้องแก้ไขงบประมาณในการพัฒนาประเทศ เราต้องเจอภาระมากกว่านี้ ต้องคิดกันวันนี้ อย่ามัวติดขัดในเรื่องเดิมๆ อีกเลย เพราะความเป็นอยู่ของประชาชนสำคัญกว่าอย่างอื่น วันนี้หลายคนมาเร่งรัดรัฐบาลให้แก้ แต่ที่ผ่านมาทำอะไรไปย้อนคิดก็แล้วกัน มาตรการสำคัญคือลดความยากจนทุกจังหวัด แต่มีหลายโครงการติดปัญหาเพราะไม่เข้าใจ อีกส่วนหนึ่งคือยังไม่เห็นประโยชน์

3 ปีสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า 3 ปีที่ผ่านมา เราคงสัมผัสความเปลี่ยนแปลงของประเทศ นอกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแล้ว อาจรับรู้ว่าบ้านเมืองสงบเป็นอย่างไร คนไทยไม่ตีกัน ทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่วุ่นวาย การหยุดทุจริต และสานพลังประชารัฐในแหล่งท่องเที่ยว ช่วยให้กรมอุทยานแห่งชาติจัดเก็บรายได้มากขึ้นจาก 600 ล้านบาทต่อปี เป็น 2,400 ล้านบาทต่อปี แล้วบอกรัฐบาลนี้ไม่ทำอะไร ตนว่าบางเรื่องมันก็ดีอยู่เยอะ ลองรับทราบและสื่อให้เห็นว่าอะไรมันดีๆ บ้าง อะไรที่ไม่ดีก็บอกมาจะได้แก้ไข และมีหลายเรื่องกำลังทำ อาทิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีที รวมทั้งปัญหาหนี้สินของเกษตรกรรายย่อย อีกไม่กี่วันจะก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ตนคาดหวังเหมือนทุกคน คือเห็นบ้านเมืองมีความสุขขึ้น รัฐบาลพยายามมองไปข้างหน้าโดยประเมินสถานการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าในหลายมิติ อยากให้ชาวไทยรวมกันมองเห็นภาพอนาคต ขอให้ทุกคนมีความสุขในช่วงวันหยุดเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้