วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตีมึน-ไม่เป่า ด่านตรวจเมา โฆษกตร.เจอเอง โดน 2 ข้อหา

“โฆษก ตร.” เจอเอง หนุ่ม 26 ขับเก๋งเข้าด่านตรวจแอลกอฮอล์ ปากซอยวิภาวดี 72 แต่ตีมึนไม่ยอมเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ ตำรวจไม่เล่นด้วยแจ้งข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงานให้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ และข้อหาเมาแล้วขับ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 10,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเสนอศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาต ญาติโร่ใช้เงินสด 2 หมื่นบาทประกันตัวออกไปกลางดึก เผยผลตั้งด่านเฉพาะของ บก.จร.คืนเดียวจับเมาขับ 13 คน

ตำรวจเข้มตรวจเมาแล้วขับช่วงเทศกาลปีใหม่ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 28 ธ.ค. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ของกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) บนถนนวิภาวดี บริเวณปากซอยวิภาวดีรังสิต 72 แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กทม. พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า คืนนี้ออกตรวจความพร้อมของด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ปีที่ผ่านมาช่วงเทศกาลปีใหม่มีอุบัติเหตุบนท้องถนนจำนวนมาก สาเหตุส่วนใหญ่มาจากเมาแล้วขับ

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ปีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีมาตรการเข้มงวดกวดขันวินัยจราจร โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ปรับเพิ่มบทลงโทษ ถ้าเมาแล้วขับมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาต 6 เดือน หากเมาแล้วขับจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุมีโทษจำคุก 1-5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาต 1 ปี สุดท้ายถ้าเมาแล้วขับแล้วมีผู้เสียชีวิต มีโทษจำคุก 3-10 ปี ปรับ 60,000-200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีวิต นอกจากนั้นในปีนี้ยังมีมาตรการตรวจสอบประวัติ หากผู้ใดเคยมีประวัติเมาแล้วขับจะถูกเพิ่มโทษ หรือผู้ใดที่ถูกรอลงอาญาข้อหาเมาแล้วขับ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบประวัติภายใน 24 ชั่วโมงเพื่อเพิ่มโทษ หรือให้ศาลพิจารณาโทษทันทีโดยไม่ต้องรอลงอาญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่คัดกรองผู้ขับขี่รถผ่านเข้ามาในด่าน และสุ่มเลือกผู้ที่มีแนวโน้มมีแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนด พบนายกรกฎ สิงหะพันธ์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71/32 หมู่ 3 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. ขับรถยนต์มิตซูบิชิ มิราจ สีเทา ทะเบียน 1 กฆ 5471 กรุงเทพมหานคร ลักษณะคล้ายคนเมา จึงขอให้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แต่นายกรกฎกลับใช้ปากอมเครื่องวัดไว้ไม่ยอมเป่า เจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมอยู่ประมาณ 30 นาทีแต่ไม่เป็นผล นอกจากนี้ตรวจสอบในรถพบสุรา 1 ขวดดื่มไปแล้วครึ่งขวด จึงแจ้งข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ข้อหาเมาแล้วขับ และข้อหาไม่พกพาสำเนาทะเบียนรถ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.วิภาวดี เพื่อดำเนินคดี

ต่อมาเวลา 09.00 น. พ.ต.ท.ธีรยุทธ เสรีนนท์ชัย รอง ผกก. (สอบสวน) สน.วิภาวดี เจ้าของคดี เผยว่า หลังจากนายกรกฎปฏิเสธการเป่าตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.วิภาวดี เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงนายกรกฎเริ่มได้สติ จึงให้การรับสารภาพว่า ดื่มสุรามาจริง ส่วนสาเหตุที่ไม่ยอมเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ให้เหตุผลว่า ไม่รู้วิธีเป่า ถ้าเป่าแล้วกลัวระดับแอลกอฮอล์เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด เบื้องต้นแจ้งข้อหาฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเจ้าพนักงานจราจรในการเรียกตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ และเมาแล้วขับ มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับขั้นต่ำ 10,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่มีกำหนดไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาต และการยึดรถที่ใช้ไม่เกิน 7 วัน ก่อนที่เวลา 03.00 น.ญาตินำหลักทรัพย์เงินสด 20,000 บาทมาประกันตัวออกไป คาดว่าจะส่งฟ้องศาลแขวงดอนเมืองได้วันที่ 30 ธ.ค.นี้

พ.ต.ท.ธีรยุทธกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ผลปฏิบัติงานตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์คืนที่ผ่านมา สน.วิภาวดี สามารถจับกุมผู้กระทำผิดเมาแล้วขับได้ทั้งหมด 11 คน และ กก.5 บก.จร.จับกุมได้ 2 คน รวมคืนเดียว 13 คน อยากฝากเตือนประชาชนหากขัดขืน หรือไม่ยินยอมให้เจ้าพนักงานจราจรตรวจวัดแอลกอฮอล์ ถือว่ามีความผิดเมาแล้วขับทันที และมีอัตราโทษที่หนักกว่าเมาปกติทั่วไปด้วย