วันพุธที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปะทุเดือด! 'หงส์แดง' ส่ง 3 พระกาฬลงฟัด 'จิ้งจอกสยาม'

“ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไม่ชนะใครมา 3 เกมติดต่อกันจากทุกรายการ หวังเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมา ในการเปิดรังโอลด์-แทรฟเฟิร์ด รับการมาเยือนของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน อาคันตุกะจากแดนใต้ ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดส่งท้ายปีเก่า 2017 คืนนี้ (เสาร์ 30 ธ.ค.) เกมนี้ โจเซ มูรินโญ กุนซือผีแดง เตรียมส่ง ปอล ป็อกบา, ฮวน มาตา และเจสซี ลินการ์ด ทำเกมรุก โดยมี โรเมลู ลูกากู ยืนหน้าเป้า ส่วน “นักบุญ” ไม่มี ชาร์ลี ออสติน กองหน้าตัวเก่ง ที่ติดโทษแบน แต่มี ดูซาน ทาดิช, เชน ลอง และนาธาน เรดมอนด์ เป็นสามประสานแนวรุก เริ่มเตะ เที่ยงคืนครึ่ง ถ่ายทอดสดให้ชมทางทรูบีอิน สปอร์ต1 ขณะที่แชมป์เก่า “สิงห์บลู” เชลซี จะส่ง เอเด็น อาซาร์ กับอัลบาโร โมราตา ลงล่าตาข่าย ในเกมเปิดบ้านดวล “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ก เริ่มเตะ 4 ทุ่มตรง สดทางทรูบีอิน สปอร์ต ส่วน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะส่ง 3 พระกาฬ “คูตินโญ-ซาลาห์-ฟีร์มิโน” ลงล่าประตู ในเกมเปิดรังแอนฟิลด์ รับ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ เริ่มเตะ 4 ทุ่ม ยิงสดทางทรูบีอิน สปอร์ต...

วันที่ 29 ธ.ค.60 ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017-18 คืนนี้ (เสาร์ 30 ธ.ค.) เป็นโปรแกรมส่งท้ายปีเก่า ซึ่งมีเกมดวลแข้งรวมทั้งสิ้น 7 คู่ โดยคู่เอกจะเป็นเกมระหว่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 4 จะเปิดรังแอนฟิลด์ดวลกับ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ เริ่มแข่งเวลา 22.00 น. ถ่ายทอดสดให้ชมทางทรูบีอิน สปอร์ต 1

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เพิ่งออกมาประกาศข่าวดีว่า พวกเขาคว้าตัวเวอร์จิล ฟาน ไดก์ ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์จาก “นักบุญ” เซาแธมป์ตันมาร่วมทัพเรียบร้อยแล้ว ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ (3,375 ล้านบาท) ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกทันที โดยฟาน ไดก์ จะย้ายมาร่วมทีมหงส์แดงอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคมนี้

นัดที่แล้วลิเวอร์พูลเพิ่งระเบิดฟอร์มโหดหลังเปิดบ้านไล่ถลุง “หงส์ขาว” สวอนซี ทีมบ๊วย ขาดลอย 5-0 โดยโรแบร์โต ฟีร์มิโน กองหน้าทีมชาติบราซิล เหมากระทุ้งคนเดียว 2 ประตู สำหรับเกมนี้ คาดว่า เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือลิเวอร์พูล จะไม่มีการปรับทัพ โดยยังคงส่งผู้เล่นชุดเดิมที่ถล่มสวอนซี 5-0 ลงบู๊ครบ แดนกลางมี จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, เอ็มเร ชาน และอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน เป็นตัวปั้นเกม แนวรุกจะส่ง 4 พระกาฬอย่าง ฟิลิปเป คูตินโญ, โม ซาลาห์, โรแบร์โต ฟีร์มิโน และซาดิโอ มาเน ลงล่าตาข่าย

ส่วนทางฝั่ง “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ของโคลด ปูแอล กุนซือชาวฝรั่งเศส จะวาง เจมี วาร์ดี, ริยาด มาห์เรซ และเดอมาไร เกรย์ เป็นสามประสานแดนหน้า แนวรับมี แคสเปอร์ ชไมเคิล นายทวารทีมชาติเดนมาร์ก เป็นปราการด่านสุดท้าย ทั้งนี้ เทียบฟอร์มกันแล้ว “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ฟอร์มกำลังร้อนแรง น่าจะเปิดบ้านพิชิตเลสเตอร์ไปได้ แม้จะต้องออกแรงเหนื่อยก็ตาม

ขณะที่แชมป์เก่า “สิงห์บลู” เชลซี จะได้เล่นในรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ของตัวเอง รับการมาเยือนของ “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ก ซิตี้ (เริ่มเตะ 22.00 น. ถ่ายทอดสดทางทรูบีอิน สปอร์ต 3) เกมนี้ อันโตนิโอ คอนเต กุนซือเชลซี จะจัดทัพใหญ่ลงบู๊ โดยมีเอเด็น อาซาร์ กับอัลบาโร โมราตา ลงล่าตาข่าย ส่วนทีมเยือนสโต๊ก ซิตี้ จะส่งเซอร์ดาน ชากิรี และเอริก ชูโป-โมติง เป็นตัวทีเด็ดในแดนหน้า

ทางด้าน “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง ที่ไม่ชนะใครมา 3 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ จะเปิดรังโอลด์แทรฟเฟิร์ดรับการมาเยือนของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ซึ่งจะลงสนามเป็นคู่สุดท้าย เริ่มเตะ 00.30 น. ถ่ายทอดสดทางทรูบีอิน สปอร์ต 1

เกมนี้ โจเซ มูรินโญ กุนซือ”ปิศาจแดง” แมนฯยู หวังกระตุ้นลูกทีมให้เรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมาให้ได้ โดยจะส่งปอล ป็อกบา, ฮวน มาตา, เจสซี ลินการ์ด และมาร์คัส แรชฟอร์ด ช่วยกันทำเกมรุก คอยสนับสนุนโรเมลู ลูกากู ที่ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ขณะที่ทีมเยือนเซาแธมป์ตันจะปราศจากชาร์ลี ออสติน กองหน้าตัวเก่งที่ติดโทษแบน แถมยังบาดเจ็บอีกด้วย แต่ยังมีดูซาน ทาดิช, นาธาน เรดมอนด์ และเชน ลอง เป็นสามประสานแนวรุก

สำหรับโปรแกรมคู่อื่นๆที่เหลือ มีดังนี้ บอร์น–มัธ-เอฟเวอร์ตัน, ฮัดเดอร์สฟิลด์-เบิร์นลีย์, นิวคาสเซิล-ไบรท์ตัน, วัตฟอร์ด-สวอนซี เริ่มเตะ 22.00 น.พร้อมกันทุกคู่