วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปรากฏการณ์ต่อต้านเอ็นจีโอ

นโยบายการ บริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะการรื้อฟื้นสร้างเขื่อนขึ้นมาเพื่อกักเก็บน้ำยังไม่ทันจะลงมือ ก็ถูกต่อต้านจาก เอ็นจีโอ เสียแล้ว รัฐบาลประกาศจะ ปัดฝุ่นโครงการแก่งเสือเต้น เท่านั้น เอ็นจีโอ ลุกฮือทันที ไม่พ้นที่ต้องจับชาวบ้านเป็นตัวประกันตามเคย

มีปรากฏการณ์ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กลุ่มเครือข่ายประชาชนในพื้นที่ จ.กระบี่ และเกาะลันตา เกือบ 2,000 คน นำโดย กิจจา ทองทิพย์ และ สมศักดิ์ ภูมิสุทธาผล ได้ยื่นหนังสือเพื่อทวงถามความคืบหน้า โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และกระทรวงพลังงาน เพื่อขอให้มีการเร่งรัดก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่โดยเร็ว

นอกจากนี้ ยังมี ชมรมนักวิชาการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบไปด้วยคณาจารย์และนักวิชาการจากหลายสาขา ยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลตัดสินใจเรื่อง การก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ภาคใต้ ในเงื่อนไขที่ต้องตัดสินใจบนความเป็นอิสระปราศจากการกดดัน จากกลุ่มเอ็นจีโอ เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3-5 ต่อปี แต่โรงไฟฟ้าที่มีอยู่ในภาคใต้ขณะนี้ผลิตไฟฟ้าได้เพียง 2,700 เมกะวัตต์ เท่ากับความต้องการไฟฟ้าสูงสุดที่ 2,600 เมกะวัตต์ รวมทั้งโรงไฟฟ้าท่ีมีอยู่ต้องใช้ต้นทุนในการผลิตสูงเพราะต้องใช้เชื้อเพลิงจาก น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซล จึงต้องลดระดับเป็นโรงไฟฟ้าสำรอง มีโรงไฟฟ้าที่ใช้งานหลักเพียง 3 โรง ดำเนินการผลิตไฟฟ้าโดย ใช้ก๊าซและชีวมวล เป็นเชื้อเพลิง ที่ขนอมและจะนะ มีกำลังการผลิตที่ 2,400 เมกะวัตต์ เท่านั้น

ดังนั้น จึง ต้องส่งไฟฟ้าจากภาคกลางลงไปภาคใต้ ทุกวัน จำนวน 200-600 เมกะวัตต์ คิดเป็นพลังงานไฟฟ้าสุทธิจากปี 2559 ที่ 2 ล้านหน่วย ปีนี้คาดว่าจะสูงถึง 3 ล้านหน่วย ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลได้ตระหนักถึงความจำเป็นของโรงไฟฟ้าในภาคใต้ ถือเป็นวาระเร่งด่วนก่อนที่จะกระทบกับเศรษฐกิจและผู้บริโภค

มีแถลงการณ์จาก เครือข่ายคนเทพา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่สมาชิกกว่า 5 หมื่นคนเป็นตัวแทนชาวบ้านใน อ.เทพา จ.สงขลา แสดงจุดยืนสนับสนุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทพา เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้และประชาชนทั้งประเทศ

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ กฟผ.ได้เข้ามาพูดคุยกับชาวเทพาและติดตามรับฟังข้อดีข้อเสียรวมทั้งแนวทางแก้ไขผลกระทบต่างๆแล้วมีความชัดเจนว่า มีข้อดีมากว่าข้อเสีย แม้จะมีการคัดค้านจาก เอ็นจีโอ กลุ่มต่างๆ แต่เมื่อเสียงส่วนใหญ่มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า สนับสนุนให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทพา รัฐบาลก็ควรจะตัดสินใจตามเสียงส่วนใหญ่ ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ซึ่งชาวบ้านจะรอฟังการตัดสินใจของรัฐบาลภายใน 45 วัน

โดยเครือข่ายคนเทพาพร้อมที่จะเดินทางไปชี้แจงและรอคำตอบจากรัฐบาล การแสดงออกของชาวเทพาก็เพื่อจะให้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้และปกป้องผลประโยชน์ของคนเทพาเอง หลังจากที่ถูกเอ็นจีโอและคนจากนอกพื้นที่มาแสดงบทบาทชี้นำจนทำให้เกิดความสับสนขึ้น โดยจะไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยอีกต่อไป

เป็นปรากฏการณ์ที่รัฐบาลและเอ็นจีโอต้องช่วยกันแก้โจทย์ก่อนที่จะบานปลาย.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th

นโยบายการ บริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะการรื้อฟื้นสร้าง เขื่อนขึ้นมาเพื่อกักเก็บน้ำยังไม่ทันจะลงมือ ก็ถูกต่อต้านจาก เอ็นจีโอ เสียแล้ว รัฐบาลประกาศจะ ปัดฝุ่นโครงการแก่งเสือเต้น เท่านั้น เอ็นจีโอ ลุกฮือทันที ไม่พ้นที่ต้องจับชาวบ้าน 29 ธ.ค. 2560 12:14 29 ธ.ค. 2560 12:58 ไทยรัฐ