วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การบินไทยลุคใหม่ ใส่ใจพระและวีลแชร์

“พนักงานบริการวีลแชร์ทุกคนต้องผ่านการอบรมมาอย่างดี และต้องสอบผ่านถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ถึงจะเข้าทำงานได้” นายนิตินัยบอก

นายนิตินัย โชติชารี พนักงานให้บริการผู้โดยสารนั่งวีลแชร์ สายการบินไทย ประจำสนามบินสุวรรณภูมิ บอกคุณสมบัติของพนักงานและเสริมว่า คนที่เข้ามาบริการได้นั้น จะต้องมีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต้องผ่านการอบรมมาแล้วเป็นเวลาถึง 4 เดือน

“เป็นการปรับปรุงเพื่อดูแลลูกค้ามากขึ้นของการบินไทย” นายดนุชเสริม

นายดนุช บุนนาค ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) บอกว่า ปกติวีลแชร์การบินไทยมีบริการวีลแชร์อยู่แล้ว เป็นไปตามมาตรฐานการให้บริการ “แต่ปัจจุบัน ลักษณะของการเดินทางของคนเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะคนนั่งวีลแชร์ ไม่ใช่เฉพาะคนพิการเท่านั้น ยังมีคนสูงอายุที่ต้องเดินทาง และแม้แต่พระภิกษุสงฆ์ก็มีการเดินทางมากขึ้นด้วยเช่นกัน”

เมื่อ “เราพบว่า คนพิการเดินทางโดยเครื่องบินมากขึ้น เราได้ศึกษาข้อมูล ข้อคิดเห็นต่างๆจากลูกค้าต่อการบริการของเรา พบว่าในจุดต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดที่มีการเชื่อมต่อระหว่างกัน จุดที่ต้องมีการโยกย้ายไปสู่จุดหมายปลายทาง เราก็นำเอาข้อคิดเห็นเหล่านั้นมาพัฒนาให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น”

ขั้นตอนการให้บริการ “ไม่ได้ยุ่งยากอะไรครับ เพียงแต่ลูกค้าบอกเจ้าหน้าที่เราตั้งแต่ต้นทาง นั่นคือตั้งแต่การจองตั๋วเลย หรือไม่ก็แจ้งก่อนการเดินทาง 48 ชั่วโมง เราจะได้จัดเตรียมวีลแชร์และคนให้บริการไว้รับรอง แต่กรณีที่ไม่เป็นอะไรมาก จะมาแจ้งเมื่อถึงสนามบินแล้วก็ได้ เราก็พร้อมให้บริการเช่นกัน”

แท้จริงแล้ว การบริการนี้ “เราเริ่มทำมาอย่างจริงจังตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี พ.ศ.2560 แล้ว และตอนนี้กำลังเก็บข้อมูลระลอกใหม่ ว่ามีปัญหาอะไรบ้าง เราจะได้นำเอาปัญหาเหล่านั้นมาแก้ไขปรับปรุงต่อไป”

สำหรับการให้บริการพระภิกษุสงฆ์ “เราจะดูแลตั้งแต่ที่นั่ง ไม่ให้นั่งติดกับสุภาพสตรี และถ้ามีที่นั่งว่างพอ เราก็จะให้นั่งเดี่ยว ไม่ต้องมีใครรบกวน เพื่อความสะดวกสบายของท่าน พร้อมกันนั้นก็จะมีคนที่คล้ายมอบตัวเป็นศิษย์ คอยรอให้บริการด้วย”

ตัวอย่างเช่น “เมื่อท่านถึงเวลาฉัน ลูกศิษย์ก็จะช่วยดูแลเรื่องอาหาร หรือบริการเรื่องอื่นๆเพื่อความสะดวก”

ความวาดหวังในการปรับปรุงการให้บริการครั้งนี้ นายดนุชบอกว่า ปัจจุบันกลุ่มคนที่ต้องใช้วีลแชร์มีมากขึ้น ส่วนพระภิกษุสงฆ์ก็เป็นอีกกลุ่มลูกค้าหนึ่งที่เติบโตขึ้นกว่าเดิม “เราอยากสร้างความพอใจในการให้บริการระหว่างการเดินทาง” และทั้งหมดคือ “เราต้องการยกระดับคุณภาพ เราต้องการแสดงให้เห็นว่า นี่คือการบริการระดับพรีเมียม”

พร้อมกับการปรับปรุงการให้บริการ “การบินไทย” ยังนำสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์การให้บริการ เริ่มตั้งแต่เช็กอิน รับสัมภาระ ผ่านช่องตรวจสอบ ขึ้นเครื่อง บริการบนเครื่อง ลงเครื่อง และนำพาไปให้เห็นการบริการกลุ่ม “วีลแชร์” ของญี่ปุ่น ในสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย

คณะตัวแทนวีลแชร์ที่ร่วมเดินทาง อาทิ นายพัทยา เทศทอง กัปตันบอคเซียทีมชาติไทย

นางสาวสายสุนีย์ จ๊ะนะ นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบ นางสาวณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ หรือน้องธันย์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น

หลังการเดินทาง นายกฤษณะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล บอกว่า การที่การบินไทยให้ความสำคัญกับ “มนุษย์ล้อ” เป็นการยกระดับคุณภาพการบริการผู้โดยสารที่ดี เริ่มตั้งแต่ขึ้นเครื่องจนกระทั่งถึงสนามบินปลายทาง การดูแลนั้นไม่ว่าจะเป็นที่สนามบิน ที่จอดรถ ทางลาดขึ้นเครื่อง ห้องน้ำบนเครื่อง และบนเครื่องก็ยังมีพนักงานบริการอย่างใกล้ชิด แถมยังดูแลพระภิกษุสงฆ์อีกด้วย

การบริการทุกขั้นตอนดีแล้ว “แต่ผมว่า ถ้าจะให้ดี 100 เปอร์เซ็นต์ บริเวณงวงช้างของญี่ปุ่นเขาจะมีแผ่นพับสำหรับพาดให้เชื่อมเข้าไปได้สะดวก ส่วนของเรายังไม่มี ถ้าปรับปรุงตรงนี้อีกนิด ผมให้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มเลยครับ”

ส่วนเรื่องอื่น “อย่างห้องน้ำ ถ้าเป็นเครื่องเล็กจะลำบากหน่อย แต่ถ้าเป็นเครื่องใหญ่ก็สะดวกสบาย อันนี้ถือเป็นข้อจำกัดของเครื่องเอง”

ส่วนความสะดวกสบายในการเดินทางท่องเที่ยว “ญี่ปุ่น” ของ “มนุษย์ล้อ” นั้น นายกฤษณะบอกว่า การท่องเที่ยวของเขาดูแลทุกกลุ่มน่าจะเป็นแบบอย่างของไทยด้านการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่พัก การบริการเขาเชื่อมโยงกันทั้งหมด ทั้งโรงแรม ห้องอาหาร ห้องน้ำ ลิฟต์ ถือเป็นตัวอย่างการยกระดับที่ดี คนพิการสามารถเข้าถึงประโยชน์ของการบริการได้

มนุษย์ล้อทุกคน “ไม่ต้องการให้เป็นภาระของใคร ถ้าต้องเป็นภาระใคร เราจะรู้สึกไม่สบายใจ ญี่ปุ่นเป็นอารยประเทศที่มีอารยสถาปัตย์อย่างแท้จริง เพราะการสร้างอะไรไม่ได้นึกถึงแต่ตัวเอง แต่นึกถึงคนอื่นด้วย” นายกฤษณะสรุป

ขณะที่ นางสาวณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ หรือน้องธันย์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในคณะ บอกว่า เป็นการปรับปรุงที่ชอบมาก เรียกว่าอาจจะไม่ใช่ความสะดวกอย่างเดียว “แต่เราได้ใช้ชีวิตวีลแชร์อย่างสมบูรณ์ คือเราไม่สามารถเดินไกลได้ แต่ที่นี่มีวีลแชร์ และมีคนช่วยที่เข้าใจ การเข้าห้องน้ำก็ไม่เป็นอุปสรรค นับว่าเป็นการเข้าถึง เข้าใจ และเปิดใจมากขึ้น”

การเดินทางในญี่ปุ่น “ยอมรับว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอารยสถาปัตย์มาก แม้จะเป็นสถานที่โบราณก็มีลิฟต์ ทำเนียนกลมกลืนเหมือนสร้างมาด้วยกัน ที่ประทับใจมากๆคือ แม้รถเราล้อยางจะรั่ว ร้านอาหารก็ยังมีวีลแชร์ไว้รองรับ”

บนเครื่องการบินไทยไปลงสนามบินนาริตะ ใช้เวลาประมาณ 5.30 ชั่วโมง ระหว่างอยู่บนเครื่อง เจ้าหน้าที่แวะเวียนมาดูแลคณะวีลแชร์เป็นระยะ หากคนใดต้องการเข้าห้องน้ำ เจ้าหน้าที่ก็จะนำเอาวีลแชร์ขนาดพอเหมาะกับช่องระหว่างเก้าอี้นั่งออกมาเข็นไปเข้าห้องน้ำ

ห้องน้ำบนเครื่อง เอื้ออำนวยให้กับคนนั่งวีลแชร์เป็นอย่างดี

เมื่อเครื่องลง เจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่สนามบินก็นำวีลแชร์มารอรับ ทุกขั้นตอนปฏิบัติอย่างรัดกุม นุ่มนวล เสมือน “มนุษย์ล้อ” คือญาติหรือคนรักคนหนึ่ง

การให้บริการผู้โดยสารนั่งรถเข็น หรือวีลแชร์ ของการบินไทย นับเป็นความใส่ใจต่อผู้โดยสารในมิติหนึ่ง แม้จะอยู่ในขั้นปรับปรุงและฟังเสียงสะท้อนของผู้ใช้บริการ แต่ก็เอื้อประโยชน์ให้กับผู้เข้ารับบริการได้เป็นอย่างดี

ส่วนอนาคตจะพัฒนาให้รุ่งเรืองแค่ไหน หรืออย่างไร ขึ้นอยู่กับความจริงใจในการให้บริการโดยแท้.

“พนักงานบริการวีลแชร์ทุกคนต้องผ่านการอบรมมาอย่างดี และต้องสอบผ่านถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ถึงจะเข้าทำงานได้” นายนิตินัยบอก 29 ธ.ค. 2560 11:20 30 ธ.ค. 2560 08:38 ไทยรัฐ