วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โอกาสการศึกษาของเด็กไทย

วันเวลาไม่เคยรอคอยใคร อีกสี่สิบกว่าชั่วโมง ปี 2560 ก็จะผ่านไปอีกปี วันนี้เป็นวันเสาร์สุดท้ายของปีแล้ว ปีใหม่ 2561 ที่กำลังจะมาถึง แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกจะดีขึ้น แต่ก็มากับความเสี่ยงที่คาดไม่ถึงมากมาย ท่ามกลาง “ฟองสบู่หลายลูก” ที่กำลังขยายใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้จะแตกโพละลงวันไหน ในวัฏจักรแห่งความไม่แน่นอน

วันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา เป็น “วันกำพล วัชรพล บุคคลสำคัญของโลก” ท่านรัฐมนตรีศึกษา นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ได้กรุณามาเป็นประธาน และแสดงปาฐกถาไว้อย่างน่าสนใจ วันเสาร์ส่งท้ายปีวันนี้ ผมจึงขอเขียนเรื่องการศึกษาส่งท้ายปีก็แล้วกันนะครับ เพราะ การศึกษาในอนาคต Future Education กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ท่านรัฐมนตรีธีระเกียรติ เล่าให้พวกเราชาวไทยรัฐและครูโรงเรียนไทยรัฐวิทยาฟังถึงการประกาศผล “บุคคลสำคัญของโลก” ของ ยูเนสโก ในปีนี้ ซึ่ง นายกำพล วัชรพล ผู้ก่อตั้ง นสพ.ไทยรัฐ และ มูลนิธิไทยรัฐ ได้รับการตัดสินยกย่องให้เป็น “บุคคลสำคัญของโลก” เพียงคนเดียวในเอเชียว่า ท่านในฐานะประธานยูเนสโกของประเทศไทย รู้สึกตื่นเต้นมากตอนที่ลุ้นผลการตัดสินที่กรุงปารีส เพราะยูเนสโกจะประกาศยกย่องใครไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มีการพิจารณาละเอียดมาก

ท่านรัฐมนตรีเล่าว่า สิ่งที่ท่านกำพลได้ให้โอกาสกับเด็กมากมาย เป็นผลงานให้ประเทศไทยและกระทรวงศึกษาธิการได้เรียนรู้ มีอยู่ 2 เรื่องใหญ่ ซึ่งตรงกับที่ตนเองและ ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษาคิดก็คือ เรื่องของความเหลื่อมล้ำและคุณภาพ แต่ตนเห็นว่า ปัญหาจริงๆของการศึกษาไทย ก็คือ เรื่องของคุณภาพ โดยมี ความเหลื่อมล้ำ เป็นสาเหตุ

ประเด็นที่น่าสนใจมากก็คือ ท่านรัฐมนตรีธีระเกียรติ กล่าวว่า ประเทศไทยมีคนเก่งเยอะ แต่เมื่อมีการประเมินคุณภาพกลับต่ำ เพราะเรามีความเหลื่อมล้ำ ท่านกำพลทำในสิ่งที่ถูกต้อง คือการให้โอกาสกับเด็ก ไม่ว่าเด็กจะอยู่ที่ไหน ก็มีโอกาสเท่ากับเด็กในเมือง เขาเรียนที่ไหนก็มีคุณภาพเหมือนกันหมด ท่านกำพลได้วางรากฐานและทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ประเทศไทยจะทำแบบนี้ได้หรือไม่ต้องรอดู

ผมอยากกราบเรียน ท่านรัฐมนตรีธีระเกียรติ ว่า เท่าที่ผมติดตาม นายกำพล มาหลายสิบปี สิ่งที่ท่านให้โอกาสกับเด็กยากจนทั่วประเทศได้รับการศึกษา ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไร ท่านพูดอยู่เสมอว่า การศึกษาทำให้เด็กมีโอกาส ท่านอยากเห็นนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยามีโอกาสเข้าไปบริหารบ้านเมือง เป็นอธิบดี เป็นรัฐมนตรีในอนาคต เพราะท่านก็มาจากเด็กบ้านนอกเหมือนกัน ขาดโอกาสในการเรียนหนังสือเหมือนกัน

ดังนั้น โรงเรียนไทยรัฐวิทยาทุกแห่ง ท่านจึงไปเลือก โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่ยากจน และ เด็กไม่มีโอกาสเรียนหนังสือ ขนาดไปสร้างโรงเรียนให้แล้ว พ่อแม่ยังไม่ให้มาเรียน ต้องการใช้เป็นแรงงานในครอบครัว ท่าน ผอ.กำพล ต้องหาทางหลอกล่อทั้งเด็กและพ่อแม่ เช่น จัดให้มีอาหารกลางวัน จัดจักรยานให้ยืม ให้นักเรียนหัดทำการเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ไข่ เพื่อเป็นอาหารกลางวัน ถ้าเหลือก็ให้นักเรียนนำกลับบ้านไปให้ครอบครัว ให้พ่อแม่สบายใจ ท่านตั้ง มูลนิธิประจำโรงเรียน ขึ้นในทุกโรงเรียน เพื่อดูแลสวัสดิการครูและนักเรียน มีการจัดสัมมนาให้ความรู้ใหม่ๆแก่ครูทุกคนปีละหลายครั้ง เพื่อพัฒนาครูไปพัฒนานักเรียนอีกทอด เป็นต้น

โรงเรียนไทยรัฐวิทยาทุกแห่ง สร้างด้วย เงินจาก นสพ.ไทยรัฐ และ ท่าน ผอ.กำพล จัดตั้ง มูลนิธิไทยรัฐ ขึ้นมารับช่วงดูแลต่อในทุกเรื่อง ตั้งแต่ ครู นักเรียน ไปถึง อาคารโรงเรียน

ผมอยากกราบเรียน ท่านรัฐมนตรีศึกษา เพิ่มเติมในฐานะที่ผมกับ มูลนิธิซีไอเอ็มบี ได้ร่วมกัน สร้างห้องสมุดให้โรงเรียนยากจนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งถูก กระทรวงศึกษาฯ ขึ้นบัญชีเป็น โรงเรียนไอซียู ที่จะถูกยุบทิ้ง โดยสร้างให้ปีละ 4 โรงเรียนใน 4 ภูมิภาคมาหลายปีแล้ว เอาตำราใหม่ๆในรูปของการ์ตูนวิชาการและอินเตอร์เน็ต ทำให้เด็กหันมาสนใจอ่านตำราการ์ตูนกันอย่างตั้งอกตั้งใจ ผมเห็นแล้วก็ชื่นใจ ถ้ารัฐบาลจะให้โอกาสเด็กไทย ต้องให้โอกาสเด็กที่ไม่มีโอกาสเหล่านี้ครับ ถ้ายุบโรงเรียนไอซียูทิ้งทั้งหมดเมื่อไหร่ จะมีเด็กหลายหมื่นคนหมดโอกาสและหมดอนาคตทันที.

“ลม เปลี่ยนทิศ”