วันจันทร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บุคคลการเมืองแห่งปี 2560 : พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำทหารผงาดโลก

โลกหมุนรอบตัวเองครบ 365 รอบ นับเป็นเวลา 1 ปี

เป็นธรรมเนียมปฏิบัติอย่างต่อเนื่องของ “ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ” ที่ต้องใช้เวลาในห้วงรอยต่อก่อนสิ้นปีมานั่งปรึกษาหารือกัน

โหวตตำแหน่ง “บุคคลการเมืองแห่งปี”

และก็ต้องออกตัวไว้ก่อนว่าทุกๆปี โดยกติกาที่ปฏิบัติกันมา ผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นบุคคลการเมืองแห่งปี โดยการตัดสินจากทีมของเรา ไม่ได้หมายความว่า เขาหรือเธอผู้นั้นต้องเป็นนักการเมืองที่วิเศษวิโส มีผลงานยอดเยี่ยมเพียบพร้อมด้วยคุณธรรม หรือมีความสามารถเชี่ยวชาญการเมืองขั้นเทพ

แต่ “บุคคลการเมืองแห่งปี” ในนิยามความหมายของเรา หมายถึงบุคคลที่มีบทบาท มีศักยภาพในการสร้างความเปลี่ยนแปลง สร้างสีสันฉูดฉาด สร้างความสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นให้เกิดขึ้นกับการเมืองในประเทศไทยได้อย่างชัดเจนเป็นที่ประจักษ์

ปรากฏปีนี้มีการทักท้วง ถกเถียง ชั่งน้ำหนักกันพักใหญ่

ก่อนจะเคาะโต๊ะฟันธง ยกตำแหน่งบุคคลการเมืองแห่งปี 2560 ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. เจ้าของฉายา “นายกฯลุงตู่”

เจ้าเก่า หน้าเดิม ขาประจำ ผู้ครองตำแหน่งนี้เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน

เกินแฮตริกไปแล้ว

ตามแนวโน้มสถานการณ์แบบที่มีคนเด่นขึ้นมาประกบเทียบเคียงเหมือนกัน แต่เมื่อวัดกันด้วยความต่อเนื่องของบทบาทตลอดทั้งปี กับสถานะผู้นำรัฏฐาธิปัตย์ ไม่มีใครที่จะเหมาะสมไปกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้กุมอำนาจสูงสุด

อยู่ในจุดนี้มาตั้งแต่การยึดอำนาจบริหารราชการแผ่นดินเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557

แม้เสียงเชียร์จะซาลงไป โพลคะแนนนิยมลดต้นทุนหน้าตักหดหาย ตามฟอร์มของผู้นำรัฐบาลอำนาจพิเศษที่บริหารประเทศผ่านมา 3 ปีขึ้นสู่ปีที่ 4

ห้วงท้ายเทอมรัฐบาล ปลายทางโรดแม็ป

และก็หนีไม่พ้นอารมณ์แบบคนไทยขี้เบื่อ อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ตามเงื่อนไขเวลาที่เร้าบรรยากาศเข้าโหมดเลือกตั้ง

นั่นคือเหตุที่ “นายกฯลุงตู่” ไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนแรกๆ

อย่างไรก็ตาม เมื่อโฟกัสจากบทบาทของผู้นำอำนาจพิเศษที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้นำการบริหารราชการแผ่นดินตลอดช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา

“นายกฯลุงตู่” ก็คือคนที่ต้องแบกรับภาระหนักกว่าใคร

ในการประคองสถานการณ์ประเทศไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ โดยเฉพาะการจัดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ ท่ามกลางความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ

และความตื่นตาตื่นใจของชาวต่างชาติที่ได้เห็นความดีงามอย่างไทยๆ

พล.อ.ประยุทธ์ทำหน้าที่ผู้นำในช่วงเปลี่ยนผ่านรัชกาลได้เป็นอย่างดี

ขณะที่การบริหารทั่วไปก็พอถูไถ เอาตัวรอดไปได้

หนักหน่อยก็คือปัญหาด้านเศรษฐกิจ ท่ามกลางสารพัดปัญหารุมเร้าปากท้องชาวบ้านฐานราก โดยเฉพาะสถานการณ์ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ข้าว ยาง

พารา ไหนจะพืชผักผลไม้ล้นตลาดตามฤดูกาล

โจทย์ยากๆ ปัญหาปราบเซียนมาทุกรัฐบาล

ประกอบกับสไตล์ผู้นำรัฐบาลทหาร ปากไว ขี้หงุดหงิด ต่อมเดือดต่ำ

นั่นก็เลยทำให้เกิดเหตุพลาดพลั้ง แบบที่มีการตะคอกเสียงเขียวใส่ตัวแทนผู้ประกอบการชาวประมงที่ตะโกนเรียกร้องให้แก้ปัญหาระหว่างลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจรในภาคใต้

กลายเป็นปมวิจารณ์พฤติกรรมไม่เหมาะสมของผู้นำ

แต่ก็เป็นอะไรที่พิเศษกว่า “ผู้นำรัฏฐาธิปัตย์” ทั่วไป เมื่อ “นายกฯลุงตู่” ยังมี “เกียร์ถอย” เมื่อพลาดแล้วยอมแสดงการขอโทษ ไม่กลัวเสียหน้าที่จะแสดงคำว่าเสียใจ

จากหนักก็กลายเป็นเบา ด้วยสไตล์ “นายกฯลุงตู่” ยืดได้ หดได้

ในอาการเดียวกัน ยังหมายรวมถึงสถานการณ์การใช้อำนาจพิเศษ ผ่านกระบองยักษ์มาตรา 44 ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมายห้ามนั่งท้ายรถกระบะ ที่ขัดวิถีชีวิตประจำวันของชาวบ้านร้านตลาด ทำให้รัฐบาลโดนด่าเสียงขรม จนต้องสั่งไอ้เสือถอย

หรือการยกเครื่องแรงงานต่างด้าว ด้วยการออกพระราชกำหนดไล่แรงงานชาวพม่า กัมพูชา ลาว กลับประเทศไปทำเอกสารให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันการค้ามนุษย์ แต่นั่นก็ทำให้ภาคอุตสาหกรรมสะดุด ทั้งการก่อสร้าง การประมง การท่องเที่ยว ฯลฯ แรงสั่นสะเทือนส่อกระทบเศรษฐกิจในภาพรวม สุดท้ายต้องออกมาตรา 44 มาระงับการใช้กฎหมาย

ผู้นำรัฐบาลทหารต้องยอมเสียฟอร์ม เสียอาการทรงตัว

“นายกฯลุงตู่” ไม่ฝืนไปเจอทางตัน ซึ่งนั่นก็เป็นกลยุทธ์เดียวกันกับการบริหารยุทศาสตร์ทางการเมือง ในสถานการณ์ที่เดินมาถึงปลาย ทางโรดแม็ป ถึงจังหวะที่นัก การเมืองอาชีพขยับเรียกร้องให้ปลดล็อก เพื่อทำกิจกรรมเตรียมตัวไปสู่การเลือกตั้ง

ทั้งยี่ห้อเพื่อไทย ค่ายประชาธิปัตย์ สามัคคีปรองดองอัตโนมัติ

แต่ผู้นำรัฐบาล คสช. ก็ยื้อเวลา เช็กอุณหภูมิทางการเมือง ประกอบการ ตัดสินใจ ใช้วิธีแบ่งรับ แบ่งสู้ อ้างดู ความเหมาะ สมตามสถานการณ์

ถ้าไม่ถึงที่สุดจริงๆ “ลุงตู่” ก็ดึงจังหวะติ๊ดชึ่งไปเรื่อยๆ

แต่ถ้าเหนื่อยลากต่อไปไม่ไหว ถึงจังหวะต้องเล่นแต้มตามสถานการณ์ พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่รีรอที่จะทำการปรับคณะรัฐมนตรีตามกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลปรับเชิงบริหาร ลดโควตาทหาร เพื่อดึงมืออาชีพเข้ามาช่วยปั่นเนื้องาน

ในอาการเข้มๆแบบที่ผู้นำรัฐบาล คสช.พูดกลางวง ครม.ขออำนาจตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวในการปรับเปลี่ยนเพื่ออนาคต

กระตุกภาพความเด็ดขาด ให้ลุ้นลูกฮึด “ลุงตู่” ท่ามกลางกระแสกดดัน เสียงเรียกร้องให้ปรับ “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม “พี่รอง” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และ “เพื่อนรัก” พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์

โละทิ้งตัวถ่วงรอบเอว พล.อ.ประยุทธ์

แต่สุดท้ายปรับ ครม.ออกมาทั้งพี่ใหญ่ พี่รองก็ยังนิ่งอยู่ที่เดิม ส่วนเพื่อนรักอย่าง พล.อ.ฉัตรชัย สลับฉากขึ้นชั้นไปนั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรี

เอาเข้าจริง “บิ๊กตู่” ก็ไม่หักดิบพี่ๆที่ล่มหัวจมท้ายกันมา

เลือกทนกับเสียงด่า ดีกว่าเสี่ยงอยู่อย่างโดดเดี่ยวโดยไม่มีพี่ใหญ่ พี่รอง ประคองหลังให้

ตามรูปการณ์ สถานการณ์ในประเทศ “นายกฯลุงตู่” ยังถูๆไถๆไปได้ แต่จุดเด่นจริงๆและเป็นสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจให้ พล.อ.ประยุทธ์เบิ้ลตำแหน่งบุคคลการเมืองแห่งปี 2560 เป็นรอบปีที่ 4

มันอยู่ที่บทบาทในเวทีโลกเป็นสำคัญ

จากปรากฏการณ์ที่ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” แห่งสหรัฐอเมริกา ผู้นำหมาย

เลข 1 ของโลกเสรีประชาธิปไตย ต่อโทรศัพท์สายตรงมาเชิญผู้นำรัฐบาลไทยไปเยือนสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ พร้อมกับเปิดห้องรูปไข่ ทำเนียบขาว กรุง วอชิงตัน ดี.ซี. นั่งหารือ

บ่งบอกถึงระดับการให้เกียรติเป็นพิเศษทางการทูต

นั่นไม่สำคัญ เท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำรัฐบาลจากการรัฐประหารที่ได้รับเชิญให้เยือนทำเนียบขาว

ภาพข่าวออกมาเป็นสัญญาณตีความไปทั่วโลก ผู้นำสหรัฐฯไม่ได้มีข้อจำกัดหรือการ

ตั้งแง่กับผู้นำรัฐบาลทหารของไทยอีกต่อไป

ประกอบกับ พล.อ.ประยุทธ์ได้ใช้โอกาสสำคัญนี้ ประกาศที่สหรัฐฯเลยว่า ประเทศไทยจะเลือกตั้งตามโรดแม็ป ลงวันเวลาเลยว่า จะประกาศวันเลือกตั้งในเดือนมิถุนายน 2561 และเข้าคูหาเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนปลายปี

นั่นก็เป็นอะไรที่นำร่องให้สหภาพยุโรป (อียู) ต้องมีมติฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลไทยในทุกระดับ ไม่นับการผ่อนเงื่อนไขที่ไทยโดนตั้งแง่ ทั้งปมประมงผิดกฎหมาย สถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

ปรับโทน ลดระดับการแซงก์ชั่นลงอย่างเห็นได้ชัด

ตามเงื่อนไขสถานการณ์ที่ชาติมหา อำนาจจำเป็นต้องพึ่งประเทศไทย เป็นจุด ยุทธศาสตร์ในการเดินหมากประคองดุลอำนาจทางการเมืองโลก

นั่นก็ถือเป็นโชคช่วย “นายกฯลุงตู่” เก่งไม่พอแถมยังบวกเฮง

ปัจจัยเสริมสถานะบุคคลการเมืองแห่งปี 2560

โดดเด่น กับภาพผู้นำทหารผงาดเวทีโลก.

"ทีมการเมือง"