วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ป๋า’ แนะ ‘บิ๊กตู่’ สร้างสุขคนไทย ระบุกองหนุนแทบไม่เหลือ

ส.นักข่าวฯโวยสื่อถูกคุกคาม

“บิ๊กป้อม” เปิดมูลนิธิป่ารอยต่อให้พรปีใหม่น้องๆ คึกคัก ยิ้มกริ่ม นิ้วล็อกหายแล้ว “บิ๊กตู่” ให้กำลังใจพี่ใหญ่ต่อสู้เสียงโจมตี ลั่นกระแสคือกระแส กฎหมายคือกฎหมายให้สัญญาร่วมหัวจมท้ายกันต่อไป “ประยุทธ์” นำ รมต.-ผบ.เหล่าทัพตบเท้าขอพร “ป๋าเปรม” ชื่นมื่น “ป๋า” ออกปากห่วง “ตู่” ใช้กองหนุนไปเกือบหมดแทบไม่เหลือ แนะเร่งส่งความปรารถนาดีคืนคนไทย แซว “ประวิตร” ไปต่อยใครมา “พรเพชร” งัดบท เฉพาะกาล รธน.ป้องคำสั่ง คสช. ขวาง พท.-ปชป. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความคำสั่ง ม.44 คลายล็อกขัด รธน. “สมชัย” ชี้การเมืองกระเพื่อมแน่ ยุพรรคใหญ่ได้ทีระดมคนเคลื่อนไหว “ภูมิธรรม” ถาม 4 ปี คสช.พอหรือยัง ท้าพูดให้ชัดคายอำนาจเมื่อไหร่ “วิรัช” อัดแกล้งโง่หรืออวดฉลาดจ้องล้มรากฐานพรรคการเมือง ระทึกสาวเครียดเจ้าหนี้นอกระบบคุกคาม ราดน้ำมันเผาตัวหน้าทำเนียบฯ

เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อม ผบ.เหล่าทัพเข้าขอพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดย พล.อ.เปรมแสดงความเป็นห่วงนายกฯที่ใช้กองหนุนไปเกือบหมด แนะให้เร่งสร้างผลงานส่งคืนความสุขสู่ประชาชน เชื่อว่าจะได้กองหนุนกลับคืนมา ขณะที่นายกฯได้อวยพรให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะที่นับถือเหมือนพี่ชายพร้อมให้กำลังใจหลังเป็นเป้าถูกวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างต่อเนื่อง

น้องๆคารวะ “บิ๊กป้อม” คึกคัก

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 28 ธ.ค. ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดมูลนิธิฯให้คณะรัฐมนตรี ทหาร ตำรวจ นักธุรกิจเข้าร่วมอวยพรและรับพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ โดย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม กล่าวนำอวยพรว่า ตลอดระยะเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้พัฒนากระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) รวมถึงหน่วยงานในกำกับ ดูแลความเป็นอยู่ กำลังพลให้ดีขึ้น การปรับปรุงโครงสร้างบริหารราชการ รวมถึงงานสวัสดิการ พวกเราตอบสนองภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งภารกิจความมั่นคงและสนับสนุนภารกิจของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้เป็นรูปธรรม พวกตนภาคภูมิใจและตระหนักในอุดมการณ์ของท่านมาตลอด พร้อมจะปฏิบัติตามนโยบายร่วมสร้างสรรค์ความเจริญให้ประเทศชาติสืบต่อไป

ขอทุกคนรักสามัคคีทำงานเพื่อชาติ

พล.อ.ประวิตรกล่าวตอบว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาเราได้ทำงานร่วมกันหลายอย่าง ทั้งงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัยของประชาชน การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศ ทุกท่านได้ทำงานอย่างดียิ่ง ตลอดจนทางมูลนิธิฯทุกคนได้ช่วยทำงานมาตลอดขอขอบคุณในน้ำใจ ไมตรีที่ทุกคนมาอวยพรปีใหม่ในวันนี้ ที่สำคัญภายใต้การ นำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พบว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ได้เห็นแล้วว่าเราทำงานทุกเรื่อง เพื่อช่วยเหลือประชาชน ให้อยู่ดีกินดี อยู่อย่างมีความสุขและสงบ แต่มีบางเรื่องเราไม่สามารถทำได้เนื่องจาก สตช.มีกำลังตำรวจน้อยขาดอัตราอยู่ 70,000คนแต่ตำรวจก็ทำงานทุกอย่างได้ เพื่อสร้างความสงบให้ประเทศของเรา ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่า สตช.เป็นหน่วยงานที่มีความรักความสามัคคี ทุกหน่วยงานที่มาอยู่ในที่นี้ ตนต้องขอขอบคุณที่มาอวยพรปีใหม่ และขอว่าในปีต่อไปอยากให้ทุกคนร่วมกัน มีความรักความสามัคคีทำงาน ให้ประเทศชาติ เพื่อประชาชนของเรา ให้มีความสุข ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และกินดีอยู่ดี ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของประชาชนและประเทศชาติให้ได้

ยิ้มร่าถอดอุปกรณ์พยุงนิ้วล็อก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตรมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยที่ข้อมือขวาที่ก่อนหน้านี้ใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือ บรรเทาอาการนิ้วล็อก ได้ถอดออกไปแล้วและกลับมาสวมนาฬิกาข้อมือได้ตามปกติ

“น้องตู่” ให้กำลังใจสู้กระแสโจมตี

จากนั้นเวลา 08.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าอวยพร พล.อ.ประวิตร ด้วยเช่นกัน พร้อมร่วมรับประทานอาหารที่ห้องรับรองในมูลนิธิฯ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังเข้าอวยพรว่า มาร่วมอวยพรท่าน ในฐานะที่เป็นพี่และท่านมาร่วมทำงานกับรัฐบาลด้วย ซึ่งได้อวยพรให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรงมีกำลังกายกำลังใจให้เข้มแข็งในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และเราได้สัญญากันไว้ว่าจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ทั้งที่ผ่านมาและปีหน้าพร้อมจะวางรากฐานประเทศให้ยืนยาวต่อไป ครั้งนี้เป็นการอวยพร 3 อย่าง 1.ในฐานะตนเป็นน้องมีความผูกพันมายาวนาน 2.อวยพรในฐานะนายกฯ และ 3.ในนาม ครม.เราสัญญาไว้ว่าจะร่วมไม้ร่วมมือกันทำงานให้ประเทศสืบไป ได้ขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรงต่อไปและยาวนาน เมื่อถามว่า ปีหน้าเป็นช่วงสุดท้ายของโรดแม็ป คสช.ที่จะเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คุณก็รู้อยู่ว่ามันคืออะไร พูดหลายครั้งแล้ว เมื่อถามอีกว่าปีที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตรถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นพิเศษ ได้ให้กำลังใจท่านหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ผมก็ได้ให้กำลังใจท่านไปหมดแล้ว กระแสคือกระแส กฎหมายคือกฎหมาย”

นายกฯ นำ ครม.-เหล่าทัพขอพร “ป๋า”

เมื่อเวลา 09.05 น.ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำรองนายกฯ และ ครม.บางส่วน และ ผบ.เหล่าทัพ เข้าอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ โอกาสนี้ พล.อ.เปรม ได้มอบหนังสือนวมินทรานุสรณียเทศนา ที่รวบรวมพระธรรมเทศนา 3 กัณฑ์ ของพระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จัดพิมพ์ถวายโดยเสด็จพระราชกุศล ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระ บรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวงวันที่ 26 ต.ค. 60 ให้ทุกคนที่มา ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นตัวแทนกล่าวอวยพรว่า ทุกคนที่มาในวันนี้มาด้วยความรู้สึกอบอุ่น ภาคภูมิใจได้มีโอกาสมากราบอวยพรเช่นที่ผ่านมา ท่านองคมนตรีและรัฐบุรุษถือเป็นแบบอย่าง เป็นบุคคลที่เราเคารพนับถือ ยกย่องอย่างจริงใจในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต ความจงรักภักดี

ยันมุ่งมั่นทำชาติสงบสุขสันติปี 61

นายกฯ กล่าวว่า พวกเรามีความมุ่งมั่นทำเพื่อชาติบ้านเมือง ให้เป็นไปตามที่ท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเคยกล่าวไว้คือ เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดินไม่ว่าอยู่สถานะไหน ต้องทำหน้าที่เพื่อแผ่นดิน รักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และดูแลทุกข์สุขประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ทั้งภายในและนอกประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานเพื่อประเทศชาติรุ่งเรืองสถาพรต่อไป ต้องปรับปรุงรูปแบบการทำงานโดยเฉพาะการดูแลให้ประชาชนมีรายได้สูงขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ และเราถือเป็นความหวังของประชาชนทั้งประเทศ และหวังปี 61 เป็นปีแห่งความสำเร็จในการนำชาติบ้านเมืองสู่ความสงบสุขอย่างสันติ อย่างยั่งยืน พัฒนาในทุกๆ ด้าน นำพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ลงไปถึงประชาชน และทำหน้าที่ถวายต่อสถาบันและพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นสิ่งที่ยึดมั่นเสมอ

ขอ “ป๋าเปรม” มีจิตใจ-กายเข้มแข็ง

นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่พวกเราทำในวันนี้ได้รับความกรุณาจากประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษตลอดมา ให้กำลังใจกับพวกเราทุกคนให้ยึดมั่นคุณงามความดีในสิ่งที่เป็นมงคล ในปีใหม่อันใกล้นี้ขอตั้งจิตอธิษฐานร่วมใจกันกราบอวยพรปีใหม่และตลอดไป ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษนับถือตลอดจนเดชะบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 สมเด็จพระ นางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ได้ดลบันดาลประธานพรให้ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษมีสุขภาพร่างกาย จิตใจที่เข้มแข็งและแข็งแรงตลอดไป มีอายุมั่นยืนยาว เป็นขวัญกำลังใจให้พวกเราตลอดไป และในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ กราบขอพรเพื่อให้พวกเราได้ยึดถือยึดมั่น เป็นกำลังใจในการทำงานจากนี้ตลอดไป

“ป๋า” ห่วง “ตู่” แนะมอบสุขเติมกองหนุน

จากนั้น พล.อ.เปรมกล่าวว่า ขอขอบคุณทุกคน คนไทยทุกคนทราบว่ารัฐบาลของตู่ กองทัพต่างๆ ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน กำลังทำอะไรกันอยู่เพื่อชาติบ้านเมืองของเรา ตู่ได้ให้สัญญาว่าจะนำความสุขมาให้คนไทยเท่าที่สามารถจะทำได้ ดังนั้น ตู่ต้องดำรงความมุ่งหมายนี้ไว้ให้ได้ว่าเราจะทำทุกอย่าง ขอให้คนไทยมีความสุขมากขึ้น โดยเฉพาะคนยากคนจน และตู่ใช้กองหนุนไปเกือบหมดแล้ว แทบจะไม่มีกองหนุนเหลืออยู่แล้ว แต่ถ้าเราสามารถแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาดีที่มีต่อประชาชนชาวไทย กองหนุนจะมาเอง จึงขอให้ดำรงความมุ่งหมายเพื่อเติมกองหนุนมากขึ้นให้ได้ และตนเชื่อว่าตู่ทำได้ พวกเราทุกคนก็ทำได้ และกำลังทำกันอยู่ ข้อสำคัญที่สุดขอให้ประพฤติตนเป็นตัวอย่างที่ดีกับชาวไทย และขอชมเชยภูมิใจการกระทำของคณะรัฐบาลตู่ ขอย้ำอีกทีว่าที่ตู่พูดว่าจะนำความสุขมาให้คนไทย ต้องดำรงความมุ่งหมายนี้ให้ได้แม้จะเหนื่อยยากก็ตาม โอกาสปีใหม่นี้ ขอให้ประสบความสำเร็จ ทุกคนมีความสุข ครอบครัวมีความสุข ประเทศชาติจะได้มีความสุขไปด้วย และขอให้ตู่มีความสำเร็จนำพาชาติบ้านเมืองมอบความสุขให้คนไทยให้จงได้นะตู่นะ ขอบคุณมาก

แซว “บิ๊กป้อม” ไปต่อยใครมา

จากนั้น พล.อ.เปรม ได้เดินทักทายกับบรรดา ครม. ผบ.เหล่าทัพ พร้อมทั้งทักทาย พล.อ.ประวิตรว่า “ป้อมสบายดีนะ แข็งแรงดีอยู่นะ ขอบคุณมาก” พล.อ.ประวิตรกล่าวตอบว่า “ครับยังแข็งแรงดีอยู่” พล.อ.เปรมถามอีกว่า ยังเล่นกอล์ฟอยู่หรือเปล่า พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่ได้เล่นแล้ว ขาเจ็บ” ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวเสริมว่า พล.อ.ประวิตรนิ้วล็อก พล.อ.เปรมจึงกระเซ้าขึ้นว่า ไปต่อยใครมา พล.อ.ประวิตรยิ้มพร้อมกล่าวว่า ต่อยตัวเอง เรียกเสียงหัวเราะกันครื้นเครง จากนั้น พล.อ.เปรมจึงหันไปทักทายถามนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโดยภาพรวม ซึ่งนายสมคิดตอบว่า ขณะนี้ทุกอย่างกำลังเดินหน้าเข้าสู่ระบบ และทิศทางที่ดี และเข้าไปทักทายพร้อม ผบ.เหล่าทัพ โดยสอบถาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ว่า เป็นอย่างไรบ้าง ตำรวจงานเยอะใช่ไหม เป็นตำรวจไม่มีวันหยุดต้องทำงานตลอด ทั้งนี้นายกฯได้อธิบายว่า ตำรวจทำงานมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น มีผลงานหลายอย่างทั้งการปราบปรามยาเสพติด และช่วยงานความมั่นคง การทำงานภาพรวมถือว่าดี ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ปีนี้ค่อนข้างหนักหน่อย โดยเฉพาะปัญหา ยาเสพติดที่มีจำนวนมากขึ้น แต่ทุกคนพยายามแก้ไขให้ได้

นายกฯแจงหลัง 3 ปีเริ่มเห็นผลงาน

ต่อมา พล.อ.เปรมได้พูดคุยและทักทายกับ พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ และ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าคณะ ครม.ส่วนหน้า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสรุปการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ว่าเราเน้นในเรื่องการพัฒนา เพื่อทำให้รู้ว่าภาครัฐเอาใจใส่ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ และ พล.อ.เปรมยังได้ทักทาย พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯ โดยกระเซ้าว่า “เราเป็นนายกฯได้สบาย เพราะทำงานใกล้ชิดอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์” อย่างไรก็ตามช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับ พล.อ.เปรมว่า งานต่างๆทำมาแล้วกว่า 3 ปี ทุกอย่างเริ่มออกผลมาให้เห็น และดีขึ้นเรื่อยๆ เรื่องเหล่านี้เราใจร้อนไม่ได้ ทำวันนี้จะเห็นผลในวันพรุ่งนี้ก็ไม่ได้เช่นกัน ทุกอย่างต้องเดินตามขั้นตอนที่วางไว้ ภายหลังส่ง พล.อ.เปรมกลับเข้าบ้านแล้ว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ว่า ขอบคุณ สัญญากันแล้วนะในเรื่องการทำงาน ให้ทำตามสัญญาด้วย พัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น อย่าสร้างความขัดแย้ง

ป่วนหน้าบ้านป๋าให้นาฬิกา “ประวิตร”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่นายกฯนำครม. ผบ.เหล่าทัพเข้าอวยพรปีใหม่ พล.อ.เปรม ปรากฏว่าที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ เมื่อเวลา 08.10น. นายเอกชัย หงส์กังวาน อดีตผู้ต้องหาคดีตามความผิดมาตรา112 ได้เดินทางมาที่หน้าสี่เสาเทเวศร์จริงตามที่โพสต์แจ้งไว้หน้าเฟซบุ๊กก่อนหน้านี้ว่าจะเดินทางมามอบนาฬิกาของตัวเองเป็นของขวัญให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้เดินเข้าไปที่ป้อมรักษาการณ์ หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าจะมอบนาฬิกาของตนราคาไม่กี่พันบาทที่ใส่อยู่ให้ พล.อ.ประวิตร ที่กำลังมีข่าวเรื่องนาฬิกาหรูราคาแพง โดย พ.ต.ท.ธนพรหม ธนอาภากร สว.สส.บก.น.8 กองบัญชาการตำรวจนครบาล เข้าพูดคุยกับนายเอกชัย และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สามเสนนำนายเอกชัยซ้อนจักรยานยนต์ออกจากพื้นที่ ไปขึ้นรถที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

“พรเพชร” ชูบทเฉพาะกาลอุ้มคำสั่ง คสช.

อีกเรื่อง กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.คลายล็อกเงื่อนไขให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมต่างๆ เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 เกี่ยวกับการคลายล็อกเงื่อนไขให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมต่างๆเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่าเป็นสิทธิของพรรคการเมืองที่จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ตามสิทธิ แต่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนตัวเห็นว่าอาจมีปัญหาเรื่องบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่คุ้มครองคำสั่ง คสช.ให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ ส่วนประเด็นที่มองว่าคำสั่งคสช.ดังกล่าวขัดต่อการละเมิดสิทธิเสรีภาพนั้น เห็นว่าไม่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน

สนช.แอ่นอกรับผิดปรับปรุง ก.ม.ลูก

เมื่อถามว่าการใช้คำสั่ง คสช.ตามมาตรา 44 เป็นการใช้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือไม่ นายพรเพชรตอบว่า กฎหมายจำเป็นต้องแก้ไข หากเกิดความผิดพลาดหรือไม่สอดคล้องกับกฎหมายฉบับอื่น ทำให้เกิดปัญหาก็ต้องแก้ไข หากปล่อยกฎหมายเดินไปทั้งที่มีปัญหาโดยไม่ได้แก้ไข คงทำไม่ได้ ทั้งนี้ การแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญต้องใช้เวลาพอสมควร แต่การแก้ไขของ สนช.ถูกจำกัดด้วยระยะเวลาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ซึ่งหากกฎหมายได้ออกไปแล้ว สนช.ก็ยอมรับความผิดพลาด เราถือว่า เมื่อทำผิดต้องยอมรับผิด และปรับปรุงแก้ไขให้เดินต่อไปได้ เมื่อถามว่า ดูเหมือนว่าขณะนี้ไม่ได้ปกครองตามระบบนิติรัฐ นิติธรรม แต่ขึ้นอยู่กับคำสั่งของคนคนเดียวหรือไม่ นายพรเพชรตอบว่า ไม่ใช่ เพราะอำนาจการทำงานกระจายไปทุกส่วน ฝ่ายนิติบัญญัติก็ทำหน้าที่ไป ยืนยันว่า สนช. ไม่มีใครรับใบสั่งอะไรมา

“สมชัย” ชี้การเมืองกระเพื่อมแน่

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ว่า ไม่ทราบว่าจะร้องได้หรือไม่ แต่เชื่อว่าคำสั่งดังกล่าวจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมือง ถึงแม้การยืนยันและชำระค่าสมาชิกใน 1 เดือน เป็นเรื่องยากลำบากสำหรับพรรคการเมือง แต่หากสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ระดมคนของพรรคการเมืองทั่วประเทศเคลื่อนไหวเข้าหาประชาชน เชิญชวนเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรค อาจมีรูปแบบเหมือนหัวคะแนนเข้าหาประชาชนอย่างถูกกฎหมาย จึงเป็นโอกาสที่พรรคการเมืองทำให้ได้เปรียบในอนาคตได้ ต้องวัดกันว่าใครจะทำได้ดีกว่ากัน ปรากฏการณ์นี้อาจเหมือนกรณี “ตูน บอดี้สแลม” ตอนแรกไม่มีคนคิดว่ากระแสตอบรับและร่วมบริจาคจะมากขนาดนี้ พรรคการเมืองถูกตีกรอบมากๆ พอมีโอกาสอาจเกิดการสู้กลับ ผ่านช่องทางดังกล่าวได้ ทั้งนี้ กกต.จะออกแบบฟอร์มให้สมาชิกพรรคการเมืองกรอกรายละเอียดให้ครบ 20 รายการ และต้องกำหนดรูปแบบการชำระเงิน ส่วนการจองชื่อพรรคที่จะจัดตั้งใหม่จะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.61 พรรคที่พร้อมและมาก่อนจะได้ชื่อนั้นก่อน หากมัวแต่พูดผ่านสื่อแล้วไม่ทำตามกติกาคงไม่ได้ชื่อนั้นไป คาดว่า กกต.ชุดใหม่จะเข้ามาทำหน้าที่ได้ช่วงวันที่ 15 มี.ค.-15 เม.ย.61

“ภูมิธรรม” โวย 4 ปี คสช.พอหรือยัง

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามถึงผู้มีอำนาจในสังคม เนื้อหาสรุปว่า ที่กล่าวว่าไม่อยากยึดถือประชาธิปไตยตามหลักสากล แต่ขอเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ หมายความว่าต้องการประชาธิปไตยที่ไม่ต้องยึดหลักนิติธรรม ให้ยึดดุลพินิจผู้มีอำนาจเป็นสำคัญ และดุลพินิจแปลว่าอำเภอใจของผู้มีอำนาจใช่หรือไม่ ถ้าบุคคลใดยึดหลักตน เหนือหลักการในกฎหมายถูกต้องหรือไม่ ตอนเข้าสู่อำนาจ บอกขอเวลาอีกไม่นาน จะเร่งแก้ไขความขัดแย้งในสังคมและรีบคืนประชาธิปไตย เกือบ 4 ปีแล้วนานพอหรือยัง ที่วางกฎกติกาทั้งยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี กลไก ส.ว. 250 คน หรือการวางคนในองค์กรอิสระต่างๆ ต่ออายุหลายองค์กร แต่กลับพบว่าคุณสมบัติขัดหลักกฎหมาย เป็นการจัดวางพวกพ้อง เพื่อคอยเอื้อต่อเป้าหมายที่ต้องการหรือไม่

พูดให้ชัดคายอำนาจคืน ปชช.เมื่อใด

นายภูมิธรรมระบุด้วยว่า การผลักดันให้เกิดสิ่งต่างๆโดยขัดหรือละเมิดหลักการสำคัญในระบอบประชาธิปไตย จนหลายคนรู้สึกได้ว่ามีการทำลายหลักนิติธรรมและสิทธิเสรีภาพประชาชน ถือเป็นการกระทำที่มุ่งทำเพื่อตัวเองและพวกพ้องของตน เพื่อสร้างอุปสรรคและวางกับดักในการขจัดคู่แข่งขันทางการเมือง ในอนาคต ใช่หรือไม่ ผลเสียหายที่เกิดขึ้นในระยะยาวใครจะรับผิดชอบ หากคาดหวังหรือมีความประสงค์ที่อยากจะกลับมามีอำนาจบริหารบ้านเมืองอีกครั้ง ควรแสดงความชัดเจนให้ทุกฝ่ายได้เห็นว่า พร้อมจะพิสูจน์ตัวเองให้ประชาชนพิจารณา พวกเราพร้อม ต้อนรับสู่เวทีทางการเมืองที่เสมอภาค ชัยชนะที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นของฝ่ายใดจะมีความสง่างาม ท่านพร้อมจะพิสูจน์ตัวเองหรือไม่ ถ้าทุกฝ่ายอยากเห็นสังคมมีอนาคตมีความหวัง ต้องช่วยกันสร้างความชัดเจนและความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต้องสร้างกติกาที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และพร้อมจะคืนอำนาจการตัดสินใจให้กับประชาชนอย่างจริงใจและจริงจัง ท่านพร้อมจะคืนอำนาจให้ประชาชนเมื่อใด

“วิรัช” ฉะล้มรากฐานพรรคการเมือง

นายวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 เพื่อรีเซ็ตสมาชิกพรรคการเมืองเก่าว่า คสช.ไม่เข้าใจระบบพรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นสถาบันการเมืองที่เป็นสมบัติสาธารณะ มีสมาชิกพรรคที่ยาวนานมากกว่า 40-50 ปี ปัจจุบันมีสาขาพรรคถึง 175 สาขามีสมาชิกทั้งประเทศ 2.8 ล้านคน เป็นรากฐานของพรรคที่มีส่วนร่วมภาคประชาชน การที่ คสช.ใช้มาตรา 44 เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้เท่าเทียมกับพรรคการเมืองใหม่ โดยล้มล้างรากฐานสมาชิกพรรคเก่า ไม่รู้ว่า คสช.แกล้งโง่ หรืออวดฉลาดใช้อำนาจละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน เพราะสมาชิกพรรคส่วนใหญ่บริจาคเงินบำรุงพรรคตรงตามหัวใจการทำพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็ง ไม่ใช่บั่นทอนให้อ่อนแอลง

“ราเมศ” ซัด “ไพบูลย์” ดิสเครดิต ปชป.

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์แถลงถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป พาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ว่าออกมาโวยวายเพราะกลัวถูกตรวจสอบฐานสมาชิกพรรคว่า นี่คือการกล่าวหาใส่ร้ายด้วยข้อมูลเท็จทั้งสิ้น นายไพบูลย์จะตั้งพรรคใหม่ จะสนับสนุนใครหรือทหารเป็นเรื่องของคุณ แต่ที่ออกมาท้วงติงเพราะการออกกฎหมายที่ไม่อยู่บนพื้นฐานความถูกต้องชอบธรรม ไร้ธรรมาภิบาล และส่อขัดต่อรัฐธรรมนูญ จำกัดสิทธิเร่งรัดเวลาเพื่อนำไปสู่การตัดสิทธิประชาชนจากการเป็นสมาชิกพรรค ถือว่าไม่เป็นธรรมกับพรรคการเมืองและสมาชิกพรรค อ้างว่าเพื่อความเท่าเทียม ถามว่า ถ้าพรุ่งนี้ตนเปิดบริษัทและไปยื่นคำร้องต่อหัวหน้า คสช.ให้รีเซ็ตบริษัท ยักษ์ใหญ่ต่างๆให้มาเริ่มต้นเปิดบริษัทใหม่ หาฐานลูกค้าใหม่ให้เท่าเทียมกัน เรียกว่าความเป็นธรรมหรือไม่ การกำหนดให้ยืนยันตัวตนโดยทำหนังสือ หาหลักฐาน เสียค่าบำรุง ทางปฏิบัติในเวลา 30 วัน กับสมาชิกพรรคเกือบ 3 ล้านคน แต่ยังมีคำสั่งห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง จึงถามให้ยืนยันตัวตนทางออนไลน์ได้หรือไม่

ตอกพวกกาฝากแค่เริ่มก็ใส่ร้าย

นายราเมศกล่าวต่อว่า นายไพบูลย์ปากบอกว่าจะตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปเป็นทางเลือกให้ประชาชน แต่อ่านกฎหมายยังไม่เข้าใจ เรื่องตัดสิทธิประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคด้วยคำสั่ง 53/2560 ยังไม่คิดเป็นปากเป็นเสียงปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน นี่หรือคนที่อาสามาทำงานการเมือง พรรคประชาธิปัตย์อยู่มา 71 ปี เข้าใจนายไพบูลย์อาจเกิดไม่ทัน ถ้าอยากเป็นนักปราชญ์ต้องขยันศึกษาหาความรู้ ที่กล่าวหาว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ส่วนใหญ่เป็นโดยไม่ได้รู้เห็นเป็นใจ พรรคกลัวการตรวจสอบ แค่เริ่มต้นบอกตั้งพรรคใหม่ที่ปฏิรูปสร้างสรรค์ก็ใส่ร้ายแล้ว ยืนยันว่าสมาชิกพรรคเราต้องกรอกใบสมัคร ลงลายมือชื่อ พิมพ์ลายนิ้วมือตัวเอง แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียน บ้าน มีสมาชิกพรรครับรอง 2 คน มีหลักเกณฑ์รัดกุม นายไพบูลย์ไม่เข้าใจ ไม่เคยอยู่พรรคการเมือง ไม่เคยเป็นตัวแทนประชาชน แต่เป็นแค่กาฝากแปลงร่าง

ป.ป.ช.จ่อเปิดกรุอดีต รมว.แรงงาน

นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รักษาราชการเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ในวันที่ 29 ธ.ค. สำนักงาน ป.ป.ช.จะเปิดเผยบัญชีรายการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล กรณีพ้นจากตำแหน่ง รมว.แรงงาน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิก สนช.ครบ 1 ปี เพื่อให้สาธารณะทราบ ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.2560 ถึงวันที่ 12 ม.ค.2561 เวลา 08.30-16.30 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี

ลงนามก่อสร้างรถไฟทางคู่ 5 สาย

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมรอยัลปริ้นเซส นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามจ้างก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน 5 เส้นทางระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และเอกชนผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยนายสมคิด กล่าวว่า การลงนามวันนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญหลังก่อตั้ง รฟท.และมีการพัฒนาระบบรางซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดเส้นทางรถไฟทางคู่สายใหม่ๆจะมีส่วนให้ระบบรางเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและการปฏิรูประบบรางไปสู่ยุคใหม่

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า การลงนามวันนี้ประกอบด้วยโครงการรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 136 กม. ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 168 กม. นครปฐม-หัวหิน 169 กม. ลพบุรี-ปากน้ำโพ 145 กม. และหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ มีมูลค่าการก่อสร้างทั้งสิ้น 69,531 ล้านบาท

ปี 60 สื่อไทยอ่วมถูกคุกคาม-คลุกคลาน

วันเดียวกัน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกรายงานสถานการณ์สื่อมวลชนในประเทศไทย ประจำปี 2560 ว่า สถานการณ์ด้านสื่อในปี 2560 ภายใต้รัฐบาล คสช.ตกอยู่ในสถานการณ์ “ควบคุม คุกคาม คลุกคลาน” สื่อยังคงปฏิบัติงานภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวดของอำนาจรัฐ อีกทั้งเผชิญกับท่าทีของผู้นำที่มีอคติในการทำงานของสื่อ และถูกกดดันจากการปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐด้วยข้ออ้างเหตุผลความมั่นคงของรัฐ ถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดัน แทรกแซงการทำงานของสื่ออยู่เสมอ ทั้งที่เป็นปีที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ผ่านการทำประชามติ เพื่อเตรียมเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง คืนเสรีภาพให้ประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ขณะที่เนื้อหาในรัฐธรรมนูญได้รองรับสิทธิในการแสดงความคิดเห็น การพูด การพิมพ์ไว้ ในมาตรา 34 และมาตรา 35 บัญญัติให้บุคคล ซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร หรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ นับเป็นอุปสรรคสำคัญในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และยังเป็นปีที่สื่อยังต้องเผชิญกับวิกฤติจากการเปลี่ยนของเทคโนโลยีสู่โลกดิจิทัล และผลจากปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้ต้องปรับโครงสร้างขนานใหญ่ นำมาสู่การเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก

สาวเครียดเผาตัวหน้าทำเนียบฯ

เมื่อเวลา 16.20 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางพยอม เพชรโก อายุ 32 ปี ชาวบางขุนเทียน กทม. เดินทาง มาขอความช่วยเหลือหนี้นอกระบบ โดยนางพยอม ร้องเรียนว่าถูกเจ้าหนี้นอกระบบติดตามข่มขู่ทวงถามกดขี่และรังควาน หลังเปิดร้านคาราโอเกะ ย่านบาง-ขุนเทียน แต่ไม่มีเงินหมุนเวียน พบลูกน้องของผู้ปล่อยเงินกู้แจกใบปลิวจึงกู้เงินมา แต่หมุนไม่ทันตามกำหนดแต่ละวัน ที่ผ่านมาได้ร้องเรียนและเจ้าหน้าที่ได้ส่งเรื่องให้กระทรวงยุติธรรมกับกระทรวงการคลังพิจารณาช่วยเหลือ แต่เมื่อวันที่ 2 ต.ค. เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมแจ้งว่า ไม่สามารถช่วยเหลือได้ เนื่องจากไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง และที่อยู่ของเจ้าหนี้ ไม่สามารถเรียกเจ้าหนี้มาไกล่เกลี่ยได้ จึงไม่กล้าเข้าไปยังที่อยู่อาศัย เจ้าหนี้ข่มขู่ไว้ว่าอย่าให้เจอ หากเจอที่ใดจะเอาให้ตาย จึงเครียดและกลัวเป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางพยอมเคยเดินทางมาทวงถามจากที่เคยยื่นหนังสือไปแล้วถึง 2 ครั้ง แต่วันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า จึงเดินกลับออกมาหน้าศูนย์บริการประชาชน แล้วนำน้ำมันมาราดรดลงบนตัว พร้อมจุดไฟแช็กเผาตัวเอง สร้างความตกตะลึงให้แก่เจ้าหน้าที่และผู้พบเห็น รีบพยายามเข้าไปช่วยดับไฟและปฐมพยาบาลแล้ว เจ้าหน้าที่ได้นำนางพยอมซึ่งมีแผลไฟไหม้บริเวณท้องประมาณ 10% นำส่ง โรงพยาบาลวชิรพยาบาล จากนั้นเวลา 17.15 น. ได้ส่งต่อนางพยอมไปที่โรงพยาบาลพระราม 2 ที่มีสิทธิการรักษาอยู่

“บิ๊กป้อม” เปิดมูลนิธิป่ารอยต่อให้พรปีใหม่น้องๆ คึกคัก ยิ้มกริ่ม นิ้วล็อกหายแล้ว “บิ๊กตู่” ให้กำลังใจพี่ใหญ่ต่อสู้เสียงโจมตี ลั่นกระแสคือกระแส กฎหมายคือกฎหมายให้สัญญาร่วมหัวจมท้ายกันต่อไป... 29 ธ.ค. 2560 01:51 29 ธ.ค. 2560 03:06 ไทยรัฐ