วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยูเอ็นดิ้นช่วย8ชาวซิมบับเวติดคาสุวรรณภูมิ ซึ้งน้ำใจไทยหยิบยื่นข้าวปลา

ยูเอ็นดิ้นช่วย8ชาวซิมบับเวติดคาสุวรรณภูมิ ซึ้งน้ำใจไทยหยิบยื่นข้าวปลา

  • Share:

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ หรือ UNHCR ยืนยันกำลังพิจารณาหาทางออกและดำเนินการให้ความช่วยเหลือชาวซิมบับเว 8 คนที่หนีตายจากภัยสงครามในประเทศ มาตกค้างอย่างไร้อนาคตอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของประเทศผู้รับการลี้ภัย ขณะที่ชาวซิมบับเวทั้ง 8 คนที่ยังกินอยู่หลับนอนอยู่สนามบินสุวรรณภูมิ ซาบซึ้งน้ำใจคนไทยที่ดูแลช่วยเหลือระหว่างตกทุกข์ได้ยาก หลังมีเจ้าหน้าที่สนามบินและผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศพากันซื้อข้าวปลาอาหารและของใช้มอบให้เป็นเสบียง

ความคืบหน้ากรณีครอบครัวชาวซิมบับเวรวม 8 คน มีทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่หนีตายจากสงครามกลางเมืองในประเทศและหวังจะเดินทางไปประเทศที่ 3 เพื่อลี้ภัย แต่ไม่สามารถกระทำได้และมาประสบปัญหาตกค้างในเมืองไทยต้องอาศัยสนามบินสุวรรณภูมิเป็นที่หลับนอนพักอาศัยอยู่หลายเดือนจนตกเป็นข่าว โดยชาวซิมบับเวได้ยื่นเรื่องขอให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ United Nations High Commissioner for Refugees (UNHCR) ประจำประเทศไทย ให้การช่วยเหลือเรื่องการลี้ภัย ซึ่ง UNHCR อยู่ระหว่างดำเนินการช่วยเหลือนั้น

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. นายภาณุพัฒน์ ด่านพานิช เจ้าหน้าที่ประสานงานยูเอ็นเอชซีอาร์ UNHCR ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า UNHCR รับทราบกรณีของชาวซิมบับเวทั้ง 8 คนที่ติดค้างอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิกว่า 2 เดือนแล้ว แต่ไม่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกได้ เพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัยและการรักษาความลับของผู้ลี้ภัย เรากำลังพิจารณาหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับครอบครัวนี้ แต่การช่วยเหลือตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่ 3 ที่ UNHCR ใช้เป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ UNHCR หากขึ้นอยู่กับการพิจารณาของประเทศผู้รับ ที่แต่ละประเทศจะใช้เวลาไม่เท่ากัน จึงไม่สามารถคาดการณ์เวลาได้ อีกทั้งโควตาการตั้งถิ่นฐานใหม่ในปัจจุบัน มีโควตา 1% จากจำนวนผู้ลี้ภัยที่มีทั่วโลก ดังนั้น การตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่ 3 จึงถูกจำกัดให้กับคนที่ต้องการจริงเท่านั้น

นายภาณุพัฒน์กล่าวอีกว่า แม้ว่าขณะนี้ไทยยังไม่มีกระบวนการขอลี้ภัยเป็นของตัวเอง แต่เมื่อ วันที่ 10 ม.ค. 2560 รัฐบาลไทยโดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้เริ่มกระบวนการคัดกรองผู้อพยพและผู้ลี้ภัยที่ไม่ได้ลงทะเบียน นับเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ไทยและ UNHCR จะสามารถทำงานร่วมกันต่อไป เพราะปัจจุบันไทยยังรองรับผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยในเขตเมืองจำนวนทั้งสิ้น 6,000 คน ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาในค่ายผู้ลี้ภัยทั้งหมดจำนวน 9 ค่าย ตามชายแดนไทย-เมียนมา อีกจำนวน 100,000 คน

ขณะที่นางวิเวียน ตัน โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ UNHCR ภูมิภาคเอเชีย เปิดเผยว่า รับทราบกรณีของชาวซิมบับเวทั้ง 8 คนที่ติดค้างอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ไม่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกได้ ด้วยเหตุผลการรักษาความลับของผู้ลี้ภัย และอยู่ระหว่างพิจารณาหาทางออกที่ดีที่สุด กระนั้น อยากชี้ให้เห็นว่ามีอยู่หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยที่ไม่มีกระบวนการขอลี้ภัยเป็นของตัวเอง UNHCR จะดำเนินการมอบสถานะผู้ลี้ภัยภายใต้กระบวนการของชาตินั้นๆ เป็นการคัดกรองอย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่ในอนาคตเล็งเห็นว่า ไทยจะมีขบวนการพิจารณาคัดกรองผู้ลี้ภัยเป็นของตัวเองตามมติคณะรัฐมนตรี 10 ม.ค.2560 ซึ่ง UNHCR พร้อมที่จะสนับสนุน ส่วนเรื่องการตั้งถิ่นฐานใหม่ นับเป็นหนึ่งในทางออกที่ UNHCR ใช้ในการแก้ปัญหาผู้ลี้ภัย แต่ความเป็นจริงแล้ว การตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่ 3 จะถูกจำกัดเฉพาะคนที่ต้องการจริงๆเท่านั้น

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแนวทางการช่วยเหลือครอบครัวซิมบับเว โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ทางการไทยเข้ามาดูแลก่อนส่งเรื่องให้ UNHCR ว่า ครอบครัวชาวซิมบับเวมีสถานะเป็นบุคคลอยู่ในความห่วงใย (Person of Concern) ต้องการลี้ภัยไปประเทศที่สาม ซึ่ง UNHCR รับทราบความต้องการของครอบครัวนี้ และขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการหาประเทศที่สามรับไปตั้งถิ่นฐาน ฝ่ายไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ประสานงานให้ UNHCR เข้าพูดคุยสัมภาษณ์ครอบครัว ตามขั้นตอนของ UNHCR

วันเดียวกันผู้สื่อข่าวไปสังเกตการณ์ที่อาคารผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณจุดพักผู้โดย สารขาออกระหว่างประเทศเพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง พบว่าครอบครัวผู้ลี้ภัยชาวซิมบับเวทั้ง 2 ครอบครัว ยังคงใช้ชีวิตภายในอาคารผู้โดยสารอย่างปกติ โดยมีพนักงานที่ทำงานในสนามบิน รวมทั้งคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศและทราบข่าวต่างนำอาหารมามอบให้เป็นจำนวนมาก ทำให้ชาวซิมบับเวทั้ง 8 คน รู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณคนไทยที่ได้ดูแลช่วยเหลือระหว่างตกทุกข์ได้ยากในอาคารสนามบินเป็นอย่างดี โดย พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประชุมเพื่อสรุปหาแนวทางการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยด้านมนุษยธรรม ตามมติ ครม.วันที่ 10 ม.ค.2560 รวมถึงขั้นตอนการนำครอบครัวชาวซิมบับเวทั้ง 8 คนไปพักคอยที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สวนพลู ระหว่างการรอกระบวนการลี้ภัยไปยังประเทศที่ 3 ต่อไป

สำหรับสถานการณ์สงครามในซิมบับเว สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์ขณะนี้อยู่ในห้วงเวลาเปลี่ยนถ่ายอำนาจ จากการลาออกของนายโรเบิร์ต มูกาเบ อดีตประธานาธิบดีวัย 93 ปี ภายหลังถูกกองทัพเข้ายึดอำนาจเมื่อเดือน พ.ย. และต่อมาพรรครัฐบาลซานูพีเอฟของซิมบับเว แต่งตั้งนายเอ็มมานูเอล เอ็มนันกักวา อดีตมือขวาของนายมูกาเบ ที่ถูกขจัดออกจากอำนาจด้วยการเนรเทศไปต่างแดนตั้งแต่ก่อนการยึดอำนาจ กลับมาสืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีแทน และเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. มีการแต่งตั้ง พล.อ.คอนสแตนติโน ชิเวงกา ผู้บัญชาการกองทัพแกนนำการยึดอำนาจครั้งนี้ เข้ารับตำแหน่งรองประธานาธิบดีด้วย อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่การยึดอำนาจเดือน พ.ย.เป็นต้นมา ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์การเมืองแต่อย่างใด ทั้งนี้ การชุมนุมตลอดเดือน พ.ย. ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประชาชนที่สนับสนุนให้นายมูกาเบก้าวลงจากตำแหน่ง ที่ถือครองมานานถึง 37 ปี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้