วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รู้จักซิมบับเว! ทำไมคนในชาติไม่อยากอยู่ 8 ชีวิตค้างสุวรรณภูมิ 3 เดือน

คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ครอบครัวสักครอบครัวหนึ่งจะตัดสินใจเด็ดขาด ไม่ขอกลับบ้านเกิด และเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่สาธารณะ ทั้งที่รู้ว่าไม่มีความสะดวกสบาย เหมือนอยู่บ้าน อีกทั้งเป็นสถานที่สาธารณะที่มีผู้คนจ้อกแจ้กจอแเจ เดินกันไปมาพลุกพล่าน อย่างสนามบินนานาชาติ

ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึง 8 ชีวิตชาวซิมบับเว ประกอบด้วย ผู้ใหญ่ 4 คน เป็นชาย 2 หญิง 2 และเด็กๆ อีก 4 คน ที่พำนักพักพิงอยู่ในส่วนอาคารผู้โดยสารชั้นในของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มานานนับ 3 เดือนแล้ว

และขณะนี้ ชาวซิมบับเวทั้ง 8 คน รวมทั้ง นายมูวาดี โรดริก (Muvadi Rodrick) กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) อย่างมีความหวัง ในการเป็นธุระประสานงานพาพวกเขาลี้ภัยอยู่ในประเทศที่ 3

เรียกว่า จะให้ไปอยู่ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ ซิมบับเว บอกว่าสถานการณ์ที่บ้านเกิดไม่ปลอดภัย!! ได้ยินอย่างนี้ จึงอยากพาคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ ไปรู้จักซิมบับเว ประเทศที่อดีตประธานาธิบดีโรเบิร์ต มูกาเบ วัย 93 ปี เพิ่งโดนกองทัพกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งผู้นำประเทศ ที่ยึดครองมานานถึง 37 ปี จนเป็นข่าวใหญ่สะท้านโลก เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา

*ซิมบับเว อยู่ส่วนไหนของโลกใบนี้

ซิมบับเว มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐซิมบับเว เดิมชื่อ ‘เซาธ์ โรดีเซีย’ หรือ ‘โรดีเซียใต้’ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล โดยทิศเหนือติดกับประเทศแซมเบีย ทิศตะวันออกติดกับโมซัมบิก ทิศตะวันตกติดกับบอตสวานา และทิศใต้ติดกับแอฟริกาใต้

พื้นที่ของประเทศซิมบับเว เล็กกว่าประเทศไทย เพราะมีพื้นที่ประมาณ 390,757 ตารางกิโลเมตร มีเมืองหลวงชื่อ กรุงฮาราเร ประชากรมีจำนวนประมาณ 16 ล้าน ซึ่งประมาณร้อยละ 98 เป็นชาวพื้นเมืองผิวดำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวโซนา (ราว 80-84%) รองลงมาคือ ชาวเดเบเล ประมาณ 10-15% ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากซูลู ที่อพยพมาตั้งรกรากอยู่ในซิมบับเว ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษท่ี 19 นอกจากนั้นยังมีคนผิวขาว ซึ่งส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากชาวอังกฤษ ซึ่งเคยเป็นประเทศเจ้าอาณานิคม ก่อนซิมบับเวจะได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 2537


*วิกฤติเงินเฟ้อในซิมบับเว ระดับอภิมหาตำนานของโลก

วิกฤติเศรษฐกิจในซิมบับเว ภายใต้การปกครองของ โรเบิร์ต มูกาเบ ที่อุบัติขึ้นตั้งแต่ปี 2543 จากการบริหารจัดการที่ผิดพลาด และการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาลมูกาเบ โดยเฉพาะการที่รัฐบาลออกกฎหมายใหม่ปฏิวัติการจัดการที่ดินทำกิน ยึดคืนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ไร่นาของคนผิวขาว เอามาแจกคนผิวดำให้มีที่ดินทำกิน โดยที่ไม่ได้ตระเตรียมแผนการรองรับ และไม่ได้ให้องค์ความรู้ทักษะต่างๆ แก่คนผิวดำไว้ก่อน ได้นำไปสู่การเกิดวิกฤติเงินเฟ้อระดับอภิมหาอำนาจวิกฤติเงินเฟ้อที่เคยเกิดขึ้นในโลกใบนี้ รุนแรงเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์โลก เป็นรองก็แค่วิกฤติเงินเฟ้อในฮังการี เมื่อปี 2489 เท่านั้น

อัตราเงินเฟ้อในซิมบับเว ‘พุ่งแบบติดจรวด’ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 32 ต่อปี เมื่อปี 2531 มาถึงร้อยละ 231,000,000 เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2551 จนถึงขนาดแบงก์ชาติซิมบับเวต้องออกธนบัตรใบละ 1 แสนล้านดอลลาร์มาใช้ในเดือนพฤศจิกายน 2551 แน่นอนว่าสินค้าของกินของใช้ที่ราคาพุ่งพรวดเป็น 200 ล้านเท่า ทำให้ชาวซิมบับเวลำบากอย่างแสนสาหัส อัตราคนว่างงานสูงกว่า 80% จนต้องหนีตายไปอาศัยชาติเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะแอฟริกาใต้ หลายล้านคน ซึ่งทุกวันนี้ชาวซิมบับเวก็ยังประสบความทุกข์ยากอยู่

ทุกวันนี้ ชาวซิมบับเว มีรายได้ต่อหัวเมื่อปี 2560 เฉลี่ยอยู่ที่ 1,027 ดอลลาร์ หรือราว 33,891 บาทต่อปีเท่านั้น

*ชาวซิมบับเวเผชิญปัญหาอื่นๆ ตามมาอื้อ
จากปัญหาเรื่องเศรษฐกิจที่ทำให้ประชาชนในซิมบับเว เผชิญกับปัญหาอื่นๆ ตามมามากมาย โดยเฉพาะปัญหาเรื่องสุขภาพ มีรายงานว่าอัตราการติดเชื้อเอดส์ในซิมบับเว สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก หรือประชากรในวัยผู้ใหญ่ 1 ใน 10 คนจะติดเชื้อเอดส์ และมีชาวซิมบับเวเสียชีวิตจากเอดส์ ถึงปีละประมาณ 300,000 คนเลยทีเดียว

*ประธานาธิบดีใหม่ขอนานาชาติช่วยเหลือ

จากความบอบช้ำในประเทศซิมบับเว จากที่เคยเกิดสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานาน และวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ทำให้ นายเอ็มเมอร์สัน มนังกากวา ประธานาธิบดีคนใหม่ ที่ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำซิมบับเว สืบต่อจากอดีตประธานาธิบดีมูกาเบ กล่าวเรียกร้องขอให้นานาชาติช่วยเหลือซิมบับเว เพื่อพื้นฟูเศรษฐกิจที่ล่มสลาย

สำหรับ นายมนังกากวา ผู้นำใหม่ซิมบับเวนั้น เคยดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสมัยรัฐบาลมูกาเบ แต่เขาถูกสั่งปลดฟ้าผ่า เมื่อวันที่ 6 พ.ย. เพื่อปูทางให้ นางเกรซ มูกาเบ ภริยาสืบทอดอำนาจ จนนำไปสู่การออกมาเคลื่อนไหวของกองทัพกดดันบังคับให้ นายมูกาเบ ผู้นำชราลาออกไปได้สำเร็จ

ด้วยเหตุนี้ ความหวังของชาวซิมบับเว จึงเรืองรองขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากหมดยุคของมูกาเบไปได้เสียที พร้อมกับขอฝากความหวังไว้กับนายมนังกากวา ผู้นำใหม่

เพียงแต่สำหรับชาวซิมบับเวบางคน ที่ลำบากยากแค้นแสนสาหัสมานาน พวกเขาเหล่านั้น ก็ไม่อาจจะอดทนรออนาคตที่ดีขึ้นของประเทศชาติได้ไหว และชาวซิมบับเว 8 ชีวิตที่ยอมค้างคืน กินอยู่หลับนอนอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิมานานนับ 3 เดือน คือบางส่วนของชาวซิมบับเว ที่ขอเลือกไม่อยู่ในประเทศซิมบับเวอีกต่อไป ...

คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ครอบครัวสักครอบครัวหนึ่งจะตัดสินใจเด็ดขาด ไม่ขอกลับบ้านเกิด และเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่สาธารณะ ทั้งที่รู้ว่าไม่มีความสะดวกสบาย เหมือนอยู่บ้าน 28 ธ.ค. 2560 17:52 29 ธ.ค. 2560 08:54 ไทยรัฐ