วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อ.ยักษ์ เร่งวิจัยช่วยแก้ปัญหาดินเค็ม บ้านนาดี จ.อุดรธานี แบบบูรณาการ

"อ.ยักษ์" ลงพื้นที่อีสาน เยี่ยมชมโครงการพัฒนาพื้นที่ดินเค็มแบบบูรณาการ ในพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย บ้านนาดี จ.อุดรธานี เตรียมศึกษาวิจัยพื้นที่โครงการ โดยนำอินทรียวัตถุ แกลบ ขี้อ้อย มาช่วยแก้ปัญหา...

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 60 ที่ จ.อุดรธานี นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามรับทราบปัญหาดินเค็ม ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ดินเค็ม บ้านนาดี ต.พังงู อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ว่า จ.อุดรธานี มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 7.33 ล้านไร่ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ดอน มีเนื้อที่ 4.2 ล้านไร่ หรือร้อยละ 61.77 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด ปลูกพืชไร่ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง และไม้ยืนต้น อาทิ ยางพารา ยูคาลิปตัส ส่วนพื้นลุ่มส่วนใหญ่ มีเนื้อที่ 1.5 ล้านไร่ หรือร้อยละ 22.26 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด ใช้ทำนาปลูกข้าวเป็นหลัก และพื้นที่ที่มีความลาดชันมาก ยากต่อการทำการเกษตร มีเนื้อที่ 6.7 แสนไร่ หรือร้อยละ 9.84 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด อีกทั้งยังขาดแคลนแหล่งน้ำจืดในการทำการเกษตรเป็นอย่างมาก

สำหรับดินเค็มใน จ.อุดรธานี มี 1.7 ล้านไร่ แบ่งเป็นบริเวณที่พบคราบเกลือบนดินมากกว่า 50% มีพื้นที่ 4,623 ไร่ บริเวณที่พบคราบเกลือบนผิวดิน 10-50% มีพื้นที่ 10,463 ไร่ และบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากเกลือน้อยกว่า 1% มีพื้นที่ 281,441 ไร่ จากปัญหาดังกล่าว สถานีพัฒนาที่ดินอุดรธานี จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ดินเค็มแบบบูรณาการในพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย ต.พังงู อ.หนองหาน จ.อุดรธานี มาตั้งแต่ปี 2557-2560 รวมพื้นที่ 4,000 ไร่ แบ่งเป็น 2 กิจกรรม คือ

1. การควบคุมระดับน้ำใต้ดินเค็ม และใต้ผิวดิน และ 2. จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ และปลูกไม้ยืนต้นเศรษฐกิจบนคันนา เพื่อเป็นต้นแบบการจัดการฟื้นฟูแก้ไขปัญหาดินเค็มใน จ.อุดรธานี เพื่อแก้ไขปัญหาดินเค็ม และป้องกันการแพร่กระจายดินเค็ม รวมทั้งเพื่อพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ดินเค็มให้มีศักยภาพ สามารถปลูกพืชเพื่อรักษาสภาพแวดล้อม เพิ่มผลผลิตพืชเพื่อการบริโภค และผลิตเป็นพืชเศรษฐกิจ

นายวิวัฒน์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ได้มีการศึกษา และดำเนินงานวิจัยในพื้นที่โครงการ โดยนำอินทรียวัตถุ เช่น แกลบ และขี้อ้อย มาช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวก่อนการปลูกข้าว และสุ่มเก็บดินเพื่อนำมาวิเคราะห์หาธาตุอาหาร พบว่าหลังจากมีการปรับปรุงบำรุงดินโดยการใช้อินทรียวัตถุ และการปรับปรุงรูปแบบแปลงนา ทำให้เกษตรกรสามารถปลูกข้าวได้ และผลผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิม 30% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากมีการปรับปรุงดินอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมี และลดต้นทุนการผลิต เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้.

"อ.ยักษ์" ลงพื้นที่อีสาน เยี่ยมชมโครงการพัฒนาพื้นที่ดินเค็มแบบบูรณาการ ในพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย บ้านนาดี จ.อุดรธานี เตรียมศึกษาวิจัยพื้นที่โครงการ โดยนำอินทรียวัตถุ แกลบ ขี้อ้อย มาช่วยแก้ปัญหา... 28 ธ.ค. 2560 17:16 28 ธ.ค. 2560 17:38 ไทยรัฐ