วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

THAIRATH ONLINE CAR OF THE YEAR 2017

เป็นประจำทุกๆ ปีในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ กับการรวบรวมเหล่าบรรดาตัวแสบ 4 ล้อที่ผ่านการทดสอบมากับมือ Car of The Year ประจำปีนี้เป็นยานพาหนะที่มีการขับขี่ดีโดยใช้การเปรียบเทียบกับรถคู่แข่งที่ทดสอบและไม่มีเรื่องของราคาค่าตัว หรือค่าโฆษณาเข้ามาเกี่ยวข้อง ยานยนต์ที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 10 คันเกิด จากความสามารถล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นรถเล็ก 5 ประตู เครื่อง 1.2 ลิตร 86 แรงม้า อย่าง Yaris 5x ประตู ราคา 6 แสนนิดๆ หรือรถที่วางเครื่องยนต์ 3 ลิตร เทอร์โบ 370 แรงม้า อย่าง BMW M2 ราคา 5.9 ล้านบาท ต่างก็เป็นรถที่เข้าวินด้วยสมรรถนะของการขับขี่ทั้งสิ้น

1.THAIRATH ONLINE CAR OF THE YEAR 2017
BEST COUPE
BMW M2
ราคา 5.9 ล้านบาท ของ BMW M2 คือเงินจำนวนมากเพื่อแลกกับรถ 2 ประตูที่มีการขับขี่ดีสุดในปี 2017 นี่คือรถ M ที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ BMW M-Power มีกำลังล้นเหลือตามแบบฉบับของรถ M และมีการขับที่ยอดเยี่ยม แนวทางในการสร้างรถอย่าง M2 สื่อให้เห็นถึงรถคลาสสิกในอดีตอย่าง BMW รุ่น 2002 Tii และ M3 e30 ในยุคที่เคยรุ่งโรจน์ซึ่งถือเป็นสายเลือดของก่อกำเนิดรถ M-Car หากคุณจองรถ M2 ตอนนี้ กว่าจะได้รถมาขับคงต้องรอไปถึงกลางปีหน้า!

BMW M-Power ขึ้นชื่อในเรื่องแรงบิดที่ยอดเยี่ยมของขุมกำลัง เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง M TwinPower Turbo วางตามยาวขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลังมีแรงม้าสูงลิบและให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยม ความจุเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร 2,979 ซีซี ระบบวาล์วแบบแปรผัน Valvetronic ซึ่งมีระบบ Double-VANOS ระบบฉีดเชื้อเพลิงความแม่นยำสูง และเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ TwinScroll ให้กำลังสูงสุด 272 กิโลวัตต์ (370 แรงม้า)

แรงบิดจากเครื่องยนต์สูงสุด 465 นิวตันเมตร สามารถเพิ่มได้อีก 35 นิวตันเมตร ด้วยกลไกโอเวอร์บูสท์ของเทอร์โบ ระหว่าง 1,350 ถึง 4,500 รอบต่อนาที กลายเป็นแรงบิด 500 นิวตัน-เมตร ที่เป็นรอง M4 แค่ 50 นิวตันเมตร! เจ้าเด็กแสบคันนี้ส่งกำลังด้วยเกียร์คลัตช์คู่ M-DCT 7 Speed เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบสายโหดบล็อกเดียวกับ M3/M4 เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ภายในเวลา 4.3 วินาที และเร่งถึงความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 12.0 กิโลเมตรต่อลิตร ระดับการปล่อย CO2 199 กรัม ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร หลังการทดสอบที่มิวนิค อินชอนและปราณบุรี ด้วยประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมของ M2 คงต้องยอมยกนิ้วให้มันเป็นเบอร์หนึ่งของรถสปอร์ต 2 ประตูประจำปีนี้แบบไร้คู่ต่อสู้ ใครที่เคยขับหรือเป็นเจ้าของรถรุ่นนี้คงรู้ซึ้งถึงความบันเทิงหลังพวงมาลัยได้ดีกว่าคนที่ยังไม่เคยได้ลอง 

2.THAIRATH ONLINE CAR OF THE YEAR 2017
BEST PREMIUM SUV
AUDI Q7 45TDi QUATTRO S-LINE
BMW X5 xDRIVE 30d M-Sport นับเป็นรถอเนกประสงค์พรีเมียมเอสยูวีที่มีการขับขี่ดีมากแล้ว แต่เมื่อมาเจอเข้ากับสายลุยติดหรูอย่างเจ้า Q7 45TDi Quattro S-line เจ้า X5 ที่ว่าแน่ๆ ยังต้องยอมหลีกทางให้ 

Q7 รุ่นเครื่องดีเซล V6 Biturbo มีกำลัง 249 แรงม้า กัแรงบิดที่มากถึง 600 นิวตัน-เมตร น้ำหนักแค่ 1.9 ตันทั้งๆ ที่ตัวโตบิ๊กบึ้มกว้าง 2 เมตร ยาว 5 เมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 ได้ในเวลาเพียงแค่ 6.9 วินาทีเท่านั้น! ราคา 4,799,000 บาท แม้จะโดนตัดออปชั่นบางอย่างออกไปเพื่อทำราคาสู้กับ BMW และ Mercedes Benz แต่ Q7 ก็ยังคงเหนือชั้นกว่าในด้านการขับขี่ควบคุมและความสบายหลังพวงมาลัย 

เครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่างและพวงมาลัยไฟฟ้าคือจุดสลบที่มันสามารถเอาชนะคู่แข่งร่วมสัญชาติเยอรมันได้อย่างไม่ยากเย็นนัก พวงมาลัยไฟฟ้า Electro-Mechanical Steering เซตน้ำหนักมาดีมาก ขับในเมืองก็เบาสบายข้อมือ ขับทางไกลทั้งแม่นทั้งคม ครบๆ กับการถ่ายเทน้ำหนักในโค้ง ถึงตัวจะใหญ่โตน้องๆ ช้างแต่ขับแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังขับรถแรงคันเล็ก ระบบส่งกำลังแบบ 8 สปีด พร้อม Paddle Shift ทำงานเนียนโคตร โดยเฉพาะตอนเปลี่ยนอัตราทดขึ้นๆ ลงๆ นั้นไหลลื่นจนไม่มีรอยต่อของเกียร์โผล่มาให้รู้สึก ระบบขับเคลื่อนทุกล้อตลอดเวลา Quattro กับล้อขอบ 20 นิ้วทำให้มันเกาะถนนราวกับตีนตุ๊กแก 

จุดเด่นที่อยากให้ลองสัมผัสก็คือ ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro เกียร์ 8 สปีด ช่วงล่างที่มาดมั่น รวมถึงชุดบังคับเลี้ยวที่รถเจ๋งๆ อย่าง X5 และ GLE ไม่มีวันที่จะเอาชนะได้ เชื้อเพลิงดีเซล 1 ถัง ความจุ 75 ลิตร ไปได้ไกลเกือบ 800 กิโลเมตร เป็นการจ่ายเงิน 4.7 ล้านบาทของเศรษฐีเพื่อแลกกับเอสยูวีคันโตที่ต้องบอกว่าคุ้มค่าคุ้มราคามากครับ!

3.THAIRATH ONLINE CAR OF THE YEAR 2017
BEST CROSSOVER
MAZDA CX-5 2.2 XDL
ครอสโอเวอร์ไซล์กลาง Mazda CX-5 2.2 XDL AWD รุ่นสูงสุดของ New CX-5 ราคา 1,770,000 บาท คือความดีงามของรถอเนกประสงค์รุ่นล่าสุดจากแบรนด์ Zoom Zoom เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบแบบ two stage turbocharger ใช้เทอร์โบสองตัวประกบติดกันเพื่ออัดอากาศเข้าท่อร่วมไอดี ปริมาตรความจุ 2,191 ซีซี. กำลัง 175 แรงม้า กับแรงบิด 420 นิวตันเมตร โผล่ออกมาทันทีในรอบเครื่องยนต์แค่ 1,350-2,000 รอบต่อนาที

Mazda New CX-5 เจนเนอเรชั่นที่ 2 ติดตั้ง G-Vectoring Control หรือ GVC เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยทำให้อาการโคลงตัวขณะบังคับพวงมาลัยลัดเลาะไปตามโค้งลดลง มันทำงานในย่านความเร็วต่ำและช่วยทำให้อาการวิงเวียนศีรษะมึนงงจากแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางหรือแรง G ที่เกิดขึ้นขณะขับเข้าโค้งน้อยลง ช่วยทำให้ขับหรือนั่งได้สบายเนื้อสบายตัวมากกว่าเดิม

ภายในที่ตกแต่งอย่างหรูเหมาะสมกับผู้บริหารที่ชอบการขับรถเดินทาง ถือเป็นการอัพเกรด CX-5 เจน 2 ที่คุ้มค่าแม้จะมีราคาค่าตัวแพงกว่าเดิม เครื่องยนต์มีแรงบิดดี เกียร์ดีใช้ได้และให้อารมณ์สปอร์ตแบบจัดเต็ม พวงมาลัยจูนมาให้เบาลงกว่ารุ่นแรก ช่วงล่างนิ่มนวลขึ้น เป็นรถที่ปรับแต่งมาค่อนข้างครอบคลุม เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ชอบการขับรถแต่ผู้ชายนักเดินทางไกลก็ได้อารมณ์เดิมๆ ครบถ้วน

หากรถไม่ดีจริง Mazda Sales Thailand คงไม่พาสื่อไปขับทดสอบบนเส้นทางหฤโหดโคตรโค้งไกลถึง เชียงราย น่าน เชียงคานและอุดรธานี ซึ่งเป็นถนนที่อุดมไปด้วยเทือกเขาที่สูงชัน การไต่ระดับความเร็วขึ้นภูเขาบนทางที่สูงชันในวันทดสอบระยะทาง 400 กิโลเมตร ไม่ถึงกับต้องดันกันจนสุดฤทธิ์ แรงบิดที่ดีทำให้การขับขึ้นทางลาดชันมีความง่ายผสมกับความสนุก ชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้ากับแชสซีที่โดดเด่น รวมถึงช่วงล่างหนึบๆ ที่กลายเป็นสไตล์ของรถ Mazda ทำให้ครอสโอเวอร์รุ่นนี้ได้รับตำแหน่ง BEST CROSSOVER OF THE YEAR จากไทยรัฐออนไลน์ ยานยนต์ไปแบบไร้ข้อกังขา

4.THAIRATH ONLINE CAR OF THE YEAR 2017
BEST ROADSTER
MERCEDES - AMG SLC43
Mercedes-AMG SLC43 สปอร์ตโรสเตอร์บ้าพลังจากสำนัก AMG ราคา 4,999,000 บาท ด้วยประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ พร้อมชุดส่งกำลังแบบใหม่ เป็นระบบเกียร์ 9 สปีดที่มีลักษณะการตอบสนองว่องไวร่วมกับระบบขับเคลื่อนแบบสปอร์ตจาก AMG ชุดบังคับเลี้ยวมอบความมั่นใจในย่านความเร็วสูง เน้นย้ำความแม่นยำแบบไดนามิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเข้าและออกจากโค้ง

ด้วยมาตรฐานของการผลิตที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีจากสนามแข่งสู่ท้องถนนที่มอบความสนุกหลังพวงมาลัยด้วยตัวเลือกที่มีความหลากหลายของโหมดขับเคลื่อนหรือ Mercedes-AMG DYNAMIC SELECT driving modes ผ่านกลไกของระบบขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลัง ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวเพื่อเพิ่มความสามารถในการยึดเกาะกับถนน นี่คือรถเปิดหลังคาสองที่นั่งที่ดีที่สุดในปี 2017 กับราคาค่าตัวเฉียด 5 ล้านบาท!

Mercedes-AMG SLC43 ใช้เครื่องยนต์แบบ V6 3.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่ ให้กำลัง 270 กิโลวัตต์ หรือ 362 แรงม้า เป็นเครื่อง V6 biturbo ที่มีแรงบิดมหาศาลมากถึง 520 นิวตัน-เมตร นอกจากนี้ระบบส่งกำลังแบบใหม่ล่าสุด ด้วยชุดเกียร์ 9G-TRONIC ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการถ่ายเทแรงบิดและความประหยัดควบคู่กันไป ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมของชุดระบายไอเสียและเสียงการทำงานของเครื่องยนต์กับท่อระบายท้ายที่เร้าใจในสไตล์ Mercedes -AMG ท่อไอเสียของ AMG sport ให้เสียงที่โหดร้าย ECU ควบคุมเครื่องยนต์และเกียร์สามารถปรับตั้งโหมดขับเคลื่อนผ่านโปรแกรมการขับขี่ 4 รูปแบบ มีทั้งขับไปจ่ายกับข้าว ส่งลูกไปโรงเรียน วิ่งไปทำงานและซิ่งเต็มกำลังในสนามแข่ง!

ช่วงล่าง AMG sport suspension ใน SLC43 AMG มีคุณลักษณะที่เหมาะสมกับการทำความเร็วเมื่อขับเข้าโค้ง รวมไปถึงการจัดการของแชสซีที่เน้นความคล่องตัวสไตล์โรสเตอร์ 2 ที่นั่ง ส่วนประกอบทั้งหมดของช่วงล่างถูกปรับแต่งมาเพื่อการขับที่มีความแตกต่างจากรถยนต์ทั่วไป เป็นระบบกันสะเทือนที่เหมาะสมสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ต ทำงานร่วมกับความแข็งแกร่งของโช้คอัพและสปริงที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติเมื่อเปรียบเทียบกับระบบกันสะเทือนมาตรฐานของ SLC300! ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวเมื่อใช้ความเร็วสูง เพิ่มความแม่นยำในการบังคับเลี้ยว

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นรถที่มีบั้นท้ายค่อนข้างไวเนื่องจากมีแรงบิดมหาศาลเกินขนาดและน้ำหนักไปไกลลิบ ทำให้การสาดโค้งแรงๆต้องใช้ความระมัดระวัง แต่ก็ควบคุมได้ง่าย ความมันหลังพวงมาลัยใน SLC43 AMG กลายเป็นจิตวิญญาณอันเข้มข้นของ Sport-Roadster ที่ถูกบรรจุอยู่ในรถตราดาวรุ่นนี้ หมายถึงการสั่งสมประสบการณ์ในการผลิตรถสปอร์ตเปิดหลังคามานานกว่า 100 ปี กลายเป็นคำตอบของนักขับที่นิยมรถเปิดประทุนทุกคน

5.THAIRATH ON LINE CAR OF THE YEAR 2017
BEST ECO CAR
TOYOTA YARIS 5 DOOR
กระแสอีโคคาร์ที่เคยทำให้ Toyota ครองยอดขายอันดับต้นๆ เริ่มลดน้อยถอยลงไป ค่ายสามห่วงจึงใช้กลยุทธ์เก่านั่นก็คือ การนำเอารถรุ่นที่เคยขายดีมาปรับโฉมปรุงแต่งเพิ่มความสดใหม่พร้อมกับการอัดอุปกรณ์ในระบบความปลอดภัยให้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น Toyota Yaris รุ่นปรับปรุงประจำปี 2017 ถูกส่งออกมาขายด้วยรูปลักษณ์และการขับที่ดีขึ้น เป็นการปรับปรุงที่แสดงออกถึงความตั้งใจที่จะก้าวขึ้นไปยืนแป้นเบอร์หนึ่งยอดขายรถยนต์นั่งของประเทศไทยอีกครั้ง คู่ต่อสู้ที่ขับได้ดีและเคยครองตำแหน่งนี้เมื่อสองปีก่อนก็คือ Mazda 2 1.5 Diesel เป็นรถที่เหนือชั้นกว่า Yaris 5 ประตูทั้งสมรรถนะและราคา มาในปีนี้เมื่อ Suzuki เข็น New Swift ออกมาไม่ทัน ตำแหน่ง Best Eco Car จึงตกเป็นของ Yaris ไปโดยปริยาย!

Toyota Yaris อีโคคาร์รุ่นสูงสุด 1.2 G CVT ราคา 619,000 บาท วางเครื่องยนต์เบนซินรหัส 3NR-FE 1.2 ลิตร แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว DUAL VVT-i กำลังสูงสุด 86 แรงม้า (63 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบต่อนาที ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,197 ซีซี. แรงบิดสูงสุดไม่ได้มากมายอะไรแค่ 108 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ระบบจ่ายน้ำมัน หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ แบบ EFI ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i พร้อม Shift Lock ระบบบังคับเลี้ยวใช้พวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering)ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง E20 มาตรฐานไอเสีย EURO-4 อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเคลมมาประมาณ 20 กิโลเมตรต่อลิตร หากรู้จักใช้คันเร่งก็จะประหยัดเอาเรื่อง!

จุดเด่นของรถเล็กราคาถูกรุ่นนี้อยู่ที่ระบบรองรับ Yaris 5 Door ใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบคานแข็งทอร์ชั่นบีม สปริงและเหล็กกันโคลง พวงมาลัยไฟฟ้ากับช่วงล่างที่เซตมาให้หน่วงมือหนึบหนับขึ้นอีกนิด การแปรผันน้ำหนักเมื่อขับเร็วขึ้นอยู่ในเกณฑ์ดี โดยภาพรวมน้ำหนักพวงมาลัยที่ค่อนข้างคงที่ทำให้ขับง่ายขับสบาย

ในย่านความเร็วสูงบนไฮเวย์ พวงมาลัยก็ยังหน่วงมือใช้ได้ไม่เบาหวิวจนน่ากลัวเหมือนรถคู่แข่งบางยี่ห้อ เป็นพวงมาลัยและช่วงล่างที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนเครื่องยนต์และเกียร์ก็งั้นๆ แค่พอได้อาศัยไปแบบเรื่อยๆ Yaris 5 ประตูเป็นรถที่ขับสนุกในย่านความเร็วเดินทางและให้ความมั่นใจได้มากกว่าเดิม มันเป็นรถเล็กขับได้ดี มีพื้นที่ใช้สอยเยอะพอสมควร แถมราคายังไม่แรงเกินเอื้อม เล็งๆ ไว้ก็ลองไปขับดูเอาเองนะครับ

6.THAIRATH ONLINE CAR OF THE YEAR 2017
BEST HATCHBACK
HONDA CIVIC HATCHBACK 1.5 TURBO
Honda New Civic Hatchback 1.5 Turbo มีราคา 1,169,000 บาท เป็นรถ Civic แบบ 5 ประตูแฮตช์แบ็ค เจเนอเรชั่นที่ 10 ที่คลอดออกมาในช่วงต้นปี 2017 พร้อมรูปทรงที่คล้ายกับ Civic Type R เอาไปแต่งก็หล่อสุดๆ แถมยังขับสนุกลุกนั่งสบาย ทำให้มันกลายเป็นรถแฮตช์แบ็คยอดเยี่ยมประจำปี 2017 แบบไร้คู่แข่งเนื่องจาก Mazda 3 แฮตช์แบ็คเคยได้ตำแหน่งนี้ไปเมื่อ 3 ปีก่อน

Civic Hatchback 1.5 Turbo วางเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ บล็อกล่าสุดของ Honda ตัวเดียวกันกับที่วางอยู่ใน New Civic Turbo RS รุ่น 4 ประตู ใช้ชุดเพลาราวลิ้นพร้อมระบบ Dual-VTC เพียงแค่ระบบเดียว โดยระบบจะแปรผันวาล์วทั้งสองฝั่ง (ฝั่งไอดีและฝั่งไอเสีย) โดยไม่ต้องใช้ระบบ VTEC เนื่องจากใช้ระบบอัดอากาศเทอร์โบเดี่ยวแบบ Mono Scroll พร้อมเวสเกตแบบไฟฟ้า Electrical Waste-gate ชุดเทอร์โบและเวสเกตเป็นแบบไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อทำให้เครื่องยนต์ตอบสนองการระบายแรงดันส่วนเกินที่รวดเร็วสอดรับกับการทำงานของระบบวาล์วแปรผัน Dual VTC ในทุกจังหวะและทุกช่วงเวลาของการปิด-เปิดวาล์วไอดีและไอเสีย

เทอร์โบตัวเล็กสร้างแรงบูสต์ได้สูงสุดที่ 16.5 psi เครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร มีกำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร หรือ 22.4 กิโลกรัม/เมตร ที่ 1,800-5,500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์สายพานพูเลย์ CVT เพื่อทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงดีขึ้น ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ Honda เคลมมาให้อยู่ที่ 13-14 กิโลเมตรต่อลิตร (นอกเมือง) มาตรฐานมลพิษของเครื่อง 1.5 ลิตร เทอร์โบอยู่ในระดับ EURO-6 มีทั้งความสะอาดและประหยัดควบคู่กันไป

แรงบิด 220 นิวตันเมตร มากพอที่จะดึงร่างหนัก 1.3 ตันให้พุ่งลิ่วๆ จนรู้สึกได้ถึงความเร็ว เกียร์ CVT ในเมืองไหลทำงานลื่นและไม่มีอาการย้วยแตก เป็นเกียร์สายพานโลหะที่ปรับอัตราทดมาได้อย่างลงตัว ลบภาพลักษณ์อันน่าเบื่อของ CVT รุ่นเก่าจาก Honda จนไม่เหลือซากเดิม

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ใช้เทอร์โบแบบ MONO Scroll ที่มีประสิทธิภาพใช้ได้ อาการรอรอบมีน้อย เมื่อเทอร์โบบูสติดมันจะจัดแรงบิดให้ตามที่ใจคุณอยากได้ พวงมาลัยไฟฟ้ามีระยะฟรีที่ลดลง ทำให้เกิดความตึงไม้ตึงมือไม่หนักแต่ก็ไม่ได้เบาจนเสียความรู้สึก Honda เซตพวงมาลัยของ Hacthback ได้อย่างลงตัว ซึ่งส่งผลไปถึงการควบคุมที่มีความชัดเจน ทำให้คิดถึงพวงมาลัยลัยดีๆ ใน Mazda 3 ที่มีทั้งความแม่นและน้ำหนักที่เหมาะสม 

7.THAIRATH ONLINE CAR OF THE YEAR 2017
BEST HYBRID
LEXUS CT200h HYBRID
Lexus CT200h Premium รุ่นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ราคา ​2,630,000 บาท 
สิ่งที่ได้รับกลับมาในการจ่ายเงินกว่า 2.6 ล้านบาท คือ ประสิทธิภาพของการควบคุมกับความประหยัดที่มาพร้อมความหรู มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ถูกจับมาวางไว้ในระบบส่งกำลังและใช้แรงดันไฟฟ้า 650 โวลต์ ผลิตกำลังได้ 60 กิโลวัตต์พร้อมด้วยแรงบิดแบบท้วมๆ พอประมาณที่ 207 นิวตันเมตร บนเรือนร่างแบบรถสปอร์ตแฮตช์แบ็ค 5 ประตูที่ร้อนแรงและดุดัน แต่มีความประหยัดจากเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ที่มีการทำงานร่วมกันกับชุดมอเตอร์ไฟฟ้าและ Inverter ตัวแปลงกระแสไฟ คอยจ่ายไฟให้กับมอเตอร์เสริมแรง ทำให้ประหยัดและขับสนุกพอตัว

CT200h ใช้เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบปริมาตรความจุ 1.8 ลิตร DOHC ใช้อะลูมิเนียมทั้งบล็อก วางตามขวางด้านหน้า-ขับเคลื่อนล้อหน้า เครื่องยนต์ตัวนี้ใช้ระบบ Atkinson Cycle ที่มีการพัฒนาให้ระยะชักขึ้นของลูกสูบสั้นลงด้วยการเพิ่มกลไกระหว่างชุดก้านสูบกับเพลาข้อเหวี่ยง สิ่งที่ตามมาคืออัตราส่วนกำลังอัดที่สูงขึ้นทำให้ได้กำลังจากเครื่องยนต์มากขึ้น พร้อมด้วยระบบวาล์วแปรผัน VVT-i กับชุด Exhaust Heat Recovery ช่วยอุ่นเครื่องยนต์ให้อยู่ในอุณหภูมิของการทำงานเร็วขึ้น 

ส่วนชุดมอเตอร์ไฟฟ้าของระบบ Hybrid ประกอบด้วยตัวมอเตอร์ที่อยู่ในชุดส่งกำลัง E-CVT เครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอุปกรณ์แยกกำลังหรือ Power Split Device โดยพลังงานของทั้งสองแหล่ง (เครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า) ในระบบ Full Hybrid จะถูกผสมผสานรวมกันด้วยชุดอัตราทดเกียร์แบบแปรผัน E-CVT มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 82 แรงม้า จะมีการทำงานร่วมกันกับเครื่องยนต์เพื่อช่วยในเรื่องของอัตราเร่งแล้ว ยังเป็นแหล่งพลังงานในโหมด EV ซึ่งจะใช้ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวขับเคลื่อนตัวรถ ให้แรงบิด 207 นิวตันเมตร ตั้งแต่ชุดมอเตอร์เริ่มหมุนไปจนถึง 13,000 รอบต่อนาที มอเตอร์มีขนาดเล็กลงและใช้แม่เหล็กไฟฟ้าถาวร Synchronous

เครื่องยนต์ให้กำลัง 99 แรงม้าที่ 5,200 รอบต่อนาที กับแรงบิด 142 นิวตันเมตรที่ 2,800-4,400 รอบต่อนาที ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงของ Lexus CT200h ถูกพัฒนาหน่วยควบคุมกำลังไฟฟ้าขึ้นใหม่ทั้งหมด เพื่อประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานไฟฟ้า ชุด Hybrid ยังประกอบไปด้วยมอเตอร์กำลังสูงที่ทำหน้าที่ทั้งส่งถ่ายแรงบิดกับแปลงกระแสไฟฟ้ากำลังสูงจากหน่วยควบคุมกำลังไฟฟ้าให้เป็นพลังงานสำหรับการขับเคลื่อน

มอเตอร์ไฟฟ้าของ CT200h มีแรงเคลื่อนไฟฟ้าสูงสุดที่ 650 โวลต์ ให้กำลังสูงสุด 60 กิโลวัตต์ กับมีแรงบิดในระดับ 207 นิวตันเมตร เมื่อควบรวมการทำงานของทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์เข้าด้วยกัน CT200h จะมีเรี่ยวแรง 134 แรงม้า โดยมีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 10.3 วินาที CT200h รุ่นปรับโฉมนอกจากจะมีเรือนร่างที่สวยงามแล้ว มันยังมีระบบ Hybrid ที่เป็นเลิศด้านเทคโนโลยีของการประหยัดเชื้อเพลิงก่อนที่จะก้าวย่างไปสู่รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้

8.THAIRATH ONLINE CAR OF THE YEAR 2017
BEST LUXURY SEDAN
BMW 520D SPORTLINE CKD
BMW Series-5 G30 คันทดสอบ รุ่น 520d Sportline CKD รุ่นประกอบในประเทศ ราคา 3,439,000 บาท (รวมแพ็กเกจ BSI Standard) มีน้ำหนักตัวถังเบาลง 100 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับ Series-5 F10 รุ่นที่แล้ว รูปทรงที่ลู่ลมถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์พร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ จาก BMW Group ที่นำมาสู่มวลชนคนชอบ BMW หมายถึงคุณจะต้องเป็นคนที่มีเงินเหลือเยอะพอสมควร

BMW 520d G30 เวอร์ชั่นประกอบในประเทศควบรวมความสะดวกสบายด้วยระบบอัตโนมัติและระบบสื่อสารแบบใหม่กับภายในที่เน้นความหรูหรามีระดับสไตล์ Series-5 หน้าปัดแบบเก่าถูกถอดออกแล้วแทนที่ด้วยมาตรวัดแบบจอภาพ TFT ที่ยกมาจาก New Series-7 ปรับเปลี่ยนหน้าจอมาตรวัดไปตามโหมดการขับเคลื่อน 3 รูปแบบ เป็นซาลูนไซส์กลางคู่แข่งของ New E-Class W213 ที่พกพาอุปกรณ์ไฮเทคมากมายแล้วยัดใส่ในเรือนร่างสไตล์อนุรักษนิยม นอกจากความหล่อเหลาแล้ว สมรรถนะของการขับขี่ยังถูกปรับมาใหม่หมดเพื่อการเอาชนะรถยนต์คู่แข่งอย่าง Merecedes Benz E220d อีกด้วย

เครื่องยนต์ดีเซล 4 กระบอกสูบ ขนาด 2.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบ พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบคอมมอลเรล ไดเรคอินเจคชั่น การเสริมแรงบิดด้วยระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์กับชุดลดอุณหภูมิไอดีอินเตอร์คูลเลอร์ ทำให้มีแรงบิดเหลือเฟือต่อการขับใช้งานแบบปกติรวมถึงการขับเร็วๆ ในโหมด Sport ที่มีการตอบสนองดีมากๆ เครื่องยนต์ดีเซล 2 ลิตร รุ่นใหม่ มีค่าการปล่อย Co2 ต่ำ ระดับ EURO-6 เป็นเครื่องดีเซลเทอร์โบเดี่ยวขนาด 2 ลิตรที่มีสมรรถนะสูสีกับเครื่องยนต์ของ Mercedes Benz E220d

เครื่องยนต์ดีเซลตัวเล็กให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ หรือ 190 แรงม้า แรงบิดจัดหนักถึง 400 นิวตันเมตร เจ้า 520d รหัส G30 คันนี้ มีตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 132 กรัมต่อกิโลเมตร สมรรถนะเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียงแค่ 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เกินพอต่อการใช้งานไปไกลลิบ! เชื้อเพลิงดีเซลเต็มถังความจุ 70 ลิตรทำระยะทางได้เกือบๆ 1,000 กิโลเมตร ไม่ประหยัดก็ให้มันรู้ไป!

ราคา 3,439,000 บาท (รวมแพ็กเกจ BSI Standard) ของ 520d Sportline CKD ถือว่าแพงแต่ก็คุ้ม เหมาะสำหรับนักเลง BMW ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงที่ชอบขับรถเองสุดๆ มากกว่าจะมานั่งแอ็กท่าอยู่ที่เบาะหลัง เป็นซาลูนสมรรถนะสูงอีกคันที่ขับไกลๆ แล้วรู้สึกประทับใจไม่แตกต่างจากคู่แข่ง Mercedes Benz E220d W213 ซึ่งเคยได้ตำแหน่งนี้ไปเมื่อปีที่ผ่านมา

9.THAIRATH ONLINE CAR OF THE YEAR 2017
BEST PPV-SUV
TOYOTA FORTUNER 2.8 4WD AT REAR DISCBRAKES
Toyota Fortuner 2.8V 4WD ราคา 1,579,000 บาท เป็นรถอเนกประสงค์พีพีวี-เอสยูวีที่ใช้พื้นฐานจากรถปิกอัพ รถประเภทนี้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากประสิทธิภาพในการลุยและพื้นที่ภายในห้องโดยสารแบบ 7 ที่นั่งที่กว้างขวางขนไปกันทีเดียวทั้งครอบครัว PPV-SUV ประกอบในประเทศที่ใช้พื้นฐานของรถกระบะนั้นมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็น Toyota Fortuner / Isuzu MU-X / Ford Everest / Chevrolet Trailblazer / Mitsubishi Pajero Sport

รถยนต์ PPV-SUV เหล่านี้ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานทั้งขับในเมือง ลุยน้ำท่วมได้ดีมากรวมถึงการขับออกทางไกลไปเที่ยวกับครอบครัว อยู่ที่ความชอบของแต่ละท่านว่าจะเลือกคบหากับค่ายไหน ตำแหน่ง Best PPV-SUV นั้น Ford Everest เคยได้ไปเมื่อ 2 ปีก่อนจากการขับที่โดดเด่นของมัน มาในปีนี้ตำแหน่งดังกล่าวจึงขอมอบให้กับ Toyota Fortuner 2.8V 4WD ด้วยแรงบิดจากเครื่องยนต์และการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมความหรูของห้องโดยสารที่ไม่เป็นรองคู่แข่ง

Toyota New Fortuner รุ่น 2.8V 4WD AT วางเครื่องยนต์ดีเซลแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ รหัส 1GD FTV ปริมาตรความจุ 2.8 ลิตร หรือ 2,755 ซีซี กำลัง 130 กิโลวัตต์ หรือ 177 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิด 450 นิวตันเมตร มาในย่าน 1,600-2,400 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังใน New Fortuner รุ่นท็อปสุดวางเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีดพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift หลังวางพวงมาลัย

ส่วนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่วิศวกรของ Toyota เรียกว่า Sigma 4 ประกอบด้วยระบบช่วยขับเคลื่อนยามต้องลุยฝ่าสภาพเส้นทางแบบออฟโรด Sigma 4 ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในขณะขับเคลื่อนทั้งบนทางเรียบและทางที่มีความทุรกันดาร องค์ประกอบของ Sigma 4 มีรูปแบบของการขับเคลื่อน 3 รูปแบบคือ H2 H4 L4 ผสมผสานการทดกำลังของเกียร์และเฟืองขับสี่ผ่านการควบคุมด้วย ECU ของชุดขับเคลื่อน

Toyota New Fortuner 2.8V AT 4WD โลดแล่นอย่างเต็มพลังผ่านตัวทดกำลังซึ่งเป็นเกียร์ชุดใหม่ที่มีอัตราทดแค่ 6 สปีด เกียร์ใหม่ถูกปรับจูนอัตราทดและกล่องควบคุม ECU ให้ตอบสนองได้เร็วขึ้นพร้อมระบบป้องกันเกียร์เสียหายหายเมื่อมีการเปลี่ยนเกียร์ที่ไม่สัมพันธ์กับความเร็วรอบ แชสซีที่ดีรองรับความสมบูรณ์แบบของตัวถังรวมถึงขนาด น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นโดยยังคงเน้นไปที่ความแข็งแกร่ง เฟรมเหล็กหล่อขึ้นรูปทนทานต่อแรงบิดตัวได้ดีขึ้น ส่งผลให้การเข้าโค้งมีอาการโคลงตัวลดลง แต่ไม่ควรขับรถที่มีสัดส่วนความสูงแนว SUV เข้าโค้งด้วยความเร็วที่สูงมากจนเกินไป

โช้คและสปริงหน้าเซตมาค่อนข้างดี ลดอาการสะเทือนหรือหน้าทิ่มท้ายห้อยที่เคยเกิดขึ้นในโมเดลเก่า ยางแท่นเครื่องแท่นเกียร์แบบใหม่ยังเข้ามาจัดการกับอาการสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ รวมถึงจุดยึดบริเวณซับเฟรมส่วนท้ายที่ถูกปรับให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น มีการปรับปรุงซอฟต์แวร์ของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อใหม่โดยเพิ่มเติมตัวช่วยที่จะทำให้คุณลุยได้อย่างมั่นใจมากขึ้น โครงสร้างใหม่ของ Toyota New Fortuner ตอบสนองต่อการขับใช้งานในลักษณะที่มีความหลากหลาย อาการโคลงตัว หน้าเชิดท้ายห้อยที่ลดลงไปมากส่วนหนึ่งเกิดจากการพัฒนาโครงสร้างที่เน้นให้ขับและนั่งได้สบายมากขึ้นมาอีกนิด

10.THAIRATH ONLINE CAR OF THE YEAR 2017
BEST STATION WAGON
MERCEDES BENZ E220D ESTATE AMG DYNAMIC
Mercedes Benz E220d Estate AMG Dynamic ประกอบนอก ราคา 4,740,000 บาท จากภาพลักษณ์ของตัวรถที่เน้นประโยชน์ของพื้นที่ใช้สอยมากกว่ารถ 4 ประตู ฝาท้ายที่เปิดออกได้ในมุมกว้างกับความหลากหลายของกลไกที่ใช้สำหรับพับเบาะหลังเติมเต็มพื้นที่มากถึง 1,850 ลิตร สำหรับการขนของชิ้นโตๆ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ ถุง Golf ที่ยัดได้ไม่ต่ำกว่า 5 ถุง (พับเบาะหลัง) จักรยานเสือหมอบแบบฟูลไซส์ไม่ต้องถอดล้อหน้าก็ยัดใส่ห้องเก็บสัมภาระท้ายได้อย่างสบายๆ

เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ของ E220d Estate AMG Dynamic รหัส OM654 ขนาด 2 ลิตร เป็นเครื่องยนต์แบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ อัดอากาศด้วยเทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์คอยลดอุณหภูมิไอดี เป็นเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ที่ถูกปรับแต่งให้มีประสิทธิภาพสูงมากยิ่งขึ้นทั้งในด้านของแรงบิดและความแข็งแกร่งทนทาน รวมถึงการใช้เชื้อเพลิงที่มีอัตราส่วนลดลง พร้อมกับโหมดการขับเคลื่อนที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับได้ถึง 5 รูปแบบ เช่น ECO/ Comfort/ Sport/ Sport+/ Individual พร้อมฟังก์ชั่น Auto Start/ Stop ค่าการปล่อย Co2 ต่ำ แค่ 109 กรัม ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร มาตรฐานมลพิษของเครื่องยนต์ OM654 อยู่ในระดับ Euro 6

กำลังสูงสุดของเครื่องดีเซลตราดาว OM654 อยู่ที่ 194 แรงม้า ที่ย่าน 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที ชุดส่งกำลังขับเคลื่อนล้อหลังด้วยเกียร์อัตโนมัติรุ่นใหม่แบบ 9 สปีด 9G-Tronic พัฒนาขึ้นโดยวิศวกรของ Mercedes เองทั้งหมด โดยเป็นเกียร์อัตโนมัติที่สามารถชิฟเกียร์ได้ผ่านแป้น Paddle Shift

E220d Estate AMG Dynamic เป็นรถแวนที่ขับได้ดีแทบจะไม่มีจุดบกพร่องให้ย้อนแย้งนอกจากค่าตัวของมันเท่านั้น เป็นพาหนะที่เหมาะกับคนชอบขับ หากซื้อมาแล้วมัวแต่ไปนั่งข้างหลังไม่เคยขับเองแม้แต่ครั้งเดียวนั้นเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเอามากๆ เชื้อเพลิงถังเดียวไปได้ไกล 800 กิโลเมตร ด้วยการขับแบบผสมในวันทดสอบลากยาวไปถึงอุทยานเขาสามร้อยยอด พวงมาลัยและช่วงล่างกับแรงบิดจากเครื่องยนต์รวมถึงการทำงานของเกียร์นั้นแทบจะไม่มีจุดบอด สุดท้าย E-Class Estate ถือเป็นการจงใจสร้างขึ้นมาเพื่อเอาชนะรถแวนคู่แข่งจอมแสบประสิทธิภาพสูงอย่าง BMW Series-5 Touring นั่นเอง

11.THAIRATH ONLINE CAR OF THE YEAR 2017
BEST PLUG IN HYBRID
BMW 330e M-SPORT
BMW 330e M-Sport คือยานยนต์ซีดานแบบปลั๊กอินไฮบริดที่มีประสิทธิภาพสูงมันมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ ที่มีการปรับจูนการทำงานให้ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง รถ BMW รุ่น 330i ในอดีตนั้นวางเครื่องยนต์ 6 สูบที่แรงมุทะลุดุดันแต่เครื่องยนต์ก็มีน้ำหนักมากเกินไปและกินเชื้อเพลิงแถมยังปล่อยมลพิษเยอะไม่เหมาะสมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เครื่องแถวเรียง 6 สูบไม่มีระบบอัดอากาศในรุ่นเก่าจึงถูกแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบเทอร์โบ ความจุ 1,998 ซีซี จากแนวคิดลดขนาดเครื่องยนต์แต่ยังคงประสิทธิภาพด้านแรงบิดที่ดีเอาไว้เหมือนเดิม

ระบบอัดอากาศ BMW TwinPower Turbo ใน 330e ประกอบด้วยเทอร์โบเดี่ยวแบบ Twin-Scroll ชุดจ่ายเชื้อเพลิงไดเรคอินเจคชั่น ให้กำลัง 135 กิโลวัตต์ หรือ 184 แรงม้า แรงบิด 290 นิวตันเมตร หรือ 214 ปอนด์-ฟุต หรือ 29.6 กิโลกรัม-เมตร สำหรับพลังงานจากระบบไฮบริดหรือ BMW eDRIVE มอเตอร์ไฟฟ้าของ 330e มีเรี่ยวแรงถึง 64.7 กิโลวัตต์ หรือ 88 แรงม้า พร้อมแรงบิดที่ปราศจากอาการรอรอบมากถึง 250 นิวตันเมตร เมื่อควบรวมพลังงานของทั้งสองระบบเข้าไว้ด้วยกันจะทำให้ BMW330e M-Sport มีกำลังมากถึง 252 แรงม้า พร้อมแรงบิดแบบจัดเต็มถึง 420 นิวตันเมตร น้อยกว่า BMW M3-M4 รุ่นใหม่แค่ 80 นิวตันเมตรเท่านั้น!!

มอเตอร์ที่วางอยู่ในห้องเกียร์ 8 สปีดขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ส่งมาจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนซึ่งติดตั้งอยู่ใต้ห้องเก็บสัมภาระส่วนท้าย เมื่อชาร์จไฟจนเต็ม BMW เคลมว่าสามารถขับใช้งานเมืองที่ความเร็วต่ำได้ไกล 40 กิโลเมตร และเมื่อทดลองวิ่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ ในโหมด MAX eDRIVE เจ้า 330e สามารถวิ่งด้วยการใช้คันเร่งปกติได้ไกล 29 กิโลเมตร ประสิทธิภาพของมอเตอร์ยังสามารถทำความเร็วด้วยระบบไฟฟ้าเพียวๆ ถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การวิ่งด้วยความเร็วสูงนั้นกินกระแสไฟค่อนข้างมาก อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงของ BMW330e อยู่ที่ 6.1 วินาที หากแบตฯ มีไฟเต็มมันจะออกตัวอย่างรวดเร็วด้วยมอเตอร์ หลังจากนั้นแวบเดียวเครื่องยนต์ 2 ลิตรเทอร์โบจะสตาร์ตติดขึ้นมาเพื่อเสริมแรง ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โหมดการขับเคลื่อน 4 รูปแบบคล้าย Series-3 รุ่นมาตรฐาน เริ่มจาก ECO-PRO / Comfort / Sport / Sport+ สำหรับโหมดการขับเคลื่อนในระบบไฮบริดก็ยังมีให้เลือกใช้ 3 แบบโดยมีการทำงานที่ขึ้นตรงกับกระแสไฟในแบตฯ เป็นหลัก

กลไกทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ประดังเข้ามาช่วยทำให้เจ้าซีดานไฟฟ้า 330e เกิดความสมดุล ไดนามิกสไตล์ BMW นั้นยากที่จะลอกเลียนแบบ เป็นรถ Series-3 แบบเสียบปลั๊กชาร์จที่ทั้งแรงและประหยัด ควบคุมได้ง่ายและมีงานประกอบทั้งภายนอกภายในตามมาตรฐานของ BMW เป็นจักรกลที่เพียบพร้อมทั้งความปราดเปรียว ประหยัดและเร็วระเบิดระเบ้อเช่นเดียวกับ Series-3 ในอดีตทุกประการ สุดท้าย มันยังเป็นรถ BMW อีกคันที่ขับแล้วรู้สึกเหมือนกำลังขับรุ่น M ซึ่งทำให้ Series-3 รหัสตัวถัง f30 เวอร์ชั่นปลั๊กอินนั้นยังคงยึดครองตำแหน่งหัวแถวของผู้นำในกลุ่มรถสปอร์ตซีดานแบบไร้ข้อกังขา

12.THAIRATH ONLINE CAR OF THE YEAR 2017
BEST CABRIOLET AND CONVERTIBLE
MERCEDES BENZ C300 CABRIOLET AMG DYNAMIC
Mercedes Benz C300 Cabriolet AMG Dynamic จักรกลเปิดหลังคา 4 ที่นั่ง ราคา 4,290,000 บาท เป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนในรูปแบบ Four Seasons Four Passengers หรือรถยนต์ 4 ฤดูกาลสำหรับผู้โดยสารและคนขับรวม 4 คน! ไม่ว่าจะขับในช่วงไหนก็เป็นรถที่เหมาะทั้งนั้น โดยเฉพาะการขับแบบกินลมชมวิวชิลๆ ในย่านความเร็วต่ำ

คำว่า Cabriolet มีความหมายเดียวกับ Convertible นั่นก็คือรถเปิดหลังคาแบบ 2 ประตู 4 ที่นั่ง การเลือกใช้หลังคาผ้าใบตามหลังรถรุ่นพี่อย่าง Mercedes Benz S-Class Cabriolet ทำให้ไม่เปลืองพื้นที่ส่วนท้ายเมื่อพับหลังคาเก็บ หลังคาแบบผ้าใบก็ยังมีน้ำหนักที่เบากว่าเมื่อเทียบกับหลังคาโลหะพับเก็บได้ใน รถคู่แข่งมากความสามารถอย่าง BMW 430i M-Sport Convertible แม้จะเก็บเสียงได้ไม่ดีเท่าแต่การขับขี่ที่ดีเยี่ยมของมันทำให้คว้าตำแหน่ง Best Cabriolet and Convertible ไปได้อย่างฉิวเฉียด

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ แถวเรียง อัดอากาศด้วยเทอร์โบพร้อมชุดลดอุณหภูมิไอดีหรืออินเตอร์คูลเลอร์ เป็นเครื่องยนต์แบบดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป DOHC 16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตร ปริมาตรความจุ 1,991 ซีซี. พ่วงด้วยชุดเทอร์โบ ความกว้างกระบอกสูบ 83.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 93.2 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 9.8:1 เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุดถึง 245 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุดจัดมาให้เกินพอที่จะใช้งานบนตัวเลข 370 นิวตันเมตร ที่ 1,300-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติรุ่นใหม่ล่าสุดแบบ 9 สปีด 9G-Tronic แรงบิดที่ดีของเครื่องยนต์ทำให้มันเป็นรถที่ตอบสนองได้ค่อนข้างจะดี (มาก) เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่มีราคาค่าตัวสูสีกัน ตัวเลขสมรรถนะ เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 17.7 กิโลเมตรต่อลิตร มาตรฐานมลพิษ EURO-6

เมื่อขับทดสอบจากกรุงเทพฯไปยังปากน้ำปราณ เครื่องยนต์แทบจะไม่มีอาการรอรอบเหมือนคุณกำลังจุดประทัดจีนตราทหาร เมื่อมันระเบิดตูมออกมาเป็นพลังงานในรูปของแรงบิดมันจะกระโจนพรวดพราดจนต้องระวังให้ดี การพุ่งทะยานไปข้างหน้านั้นต้องการพื้นที่มากพอที่จะปลดปล่อยฝูงม้าทั้ง 245 ตัวให้ออกมาโลดแล่นไปพร้อมๆ กัน แรงบิด 370 นิวตันเมตร จัดให้คุณเร่งจาก 0-100 ได้ในเวลาแค่ 6.4 วินาที สูสีกับคู่แข่งอย่าง BMW 430i Convertible ชนิดเคี้ยวกันไม่ลงแต่ได้ตรงความเบากับช่วงล่างที่โอนอ่อนผ่อนคลายขับได้สบายเนื้อสบายตัว ทำให้มันชนะ BMW 430i M-Sport Convertible ไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด!

อาการย้วยแตกหรือกระด้างเป็นไม้กระดานไม่ปรากฏออกมาให้เห็นหรือสัมผัส มีแต่ความหนึบแน่นตึบจากระบบรองรับที่ปรับเซตมาโคตรจะลงตัว เป็น Mercedes ในแบบสปอร์ตเปิดหลังคาที่คุณหรือใครพอได้เห็นได้ลองก็จะรู้สึกชอบ มันเป็นรถเปิดประทุนที่มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัวโดดเด่น ทั้งประสิทธิภาพของกำลัง การยึดเกาะและความหล่อ เข้าถึงได้ง่ายขอแค่มีเงินและมีอารมณ์อันโรแมนติก! คุณภาพของการขับเบียดบี้กับ BMW จนกินกันไม่ลงแต่มีความหรูจากห้องโดยสารแบบใหม่ที่เหนือกว่าขบเหลี่ยมกันอยู่นิดๆ แล้วแต่ว่าจะชอบแบรนด์ไหนเป็นทุน นี่คือรถตราดาวที่ดีที่สุดอีกคันหนึ่งสำหรับคนที่ชอบรถแนวสปอร์ตเปิดหลังคา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตอันใกล้นี้ BMW คงจะไม่ปล่อยให้ New C-Class ลอยนวลเนียนๆ อยู่อย่างนี้ต่อไปนานๆ นะครับ

13.THAIRATH ON LINE CAR OF THE YEAR 2017
BEST LUXURY SALOON
BMW 740Le PLUG IN HYBRID
เรือธง BMW 740Le Plug in Hybrid รักษาเอกลักษณ์ความหรูหราและความน่าตื่นตาตื่นใจเอาไว้เหมือนเดิมทุกประการ ด้วยพละกำลังที่ล้นเหลือ ตัวถังและแชสซีถือเป็นนวัตกรรมของการผสมผสานวัสดุใหม่ ทั้งเหล็กกล้า อะลูมินัมอัลลอยและคาร์บอนไฟเบอร์ ความงดงามของเรือนร่างทั้งภายนอกและภายใน ห้องโดยสารอลังการงานสร้างราวกับห้องนั่งเล่นในโรงแรม 7 ดาว

ความแม่นยำแน่นอนของแชสซีส์ ช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยว ทั้งหมดทั้งปวงหลอมรวมประสานเป็นหนึ่งเดียวกับเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ขับเคลื่อน เรือธง G12 คือ 740 ที่ต่อท้ายด้วยตัวอักษร Le หมายรวมถึงนวัตกรรมลดขนาดเครื่องยนต์ให้เล็กลงแต่ยังคงประสิทธิภาพเอาไว้อย่างครบถ้วนกระบวนความด้วยการเสริมแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าพลังสูงพร้อมระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟหรือที่เรียกกันว่า Plug in Hybrid แทบไม่น่าเชื่อว่าเครื่องยนต์เบนซินตัวเล็กกะทัดรัดความจุแค่ 2 ลิตร พร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าจะสามารถฉุดลากรถซาลูนหนัก 2 ตันให้วิ่งได้เร็วจี๋ราวกับรถสปอร์ตสมรรถนะสูง

ระบบขับเคลื่อนในยานยนต์ยุคใหม่ของเยอรมนี มีการเสริมแรงบิดด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมกับระบบเสียบปลั๊กชาร์จหรือ Plug in Hybrid เข้ามาช่วยทำให้การขับใช้งานรถยนต์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทั้งในด้านของกำลังและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ลดลงมากในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรถไซส์ยักษ์ นอกจากจะมีกำลังมากขึ้นและประหยัดเชื้อเพลิงแล้ว อัตราการปล่อยมลพิษก็ยังลดลงอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นรถขนาดเล็กหรือรถใหญ่ระดับ SUV 7 ที่นั่ง รวมถึงซาลูนเรือธงฐานล้อยาวหยียดรุ่นนี้ 

BMW 740Le Plug in Hybrid วางเครื่องเบนซินตัวเล็กกระจิ๋วหลิวแค่ 4 สูบ ความจุ 1,998 ซีซี. กำลัง 190 กิโลวัตต์ หรือ 258 แรงม้าที่ 5,000–6,500 รอบต่อนาที แรงบิดจากเครื่องยนต์ (ยังไม่รวมแรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้า) 400 นิวตันเมตร ที่ 1,550–4,400 รอบต่อนาที เครื่อง 2 ลิตร เทอร์โบตัวใหม่ของ 7-Series iPerformance 740Le Plug in Hybrid มีความกว้างกระบอกสูบที่ 94.6 มิลลิเมตร ช่วงชัก 82.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 11.0:1

ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมแรงที่ฝังอยู่ในเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดของ ZF (ZF-8HP) ให้กำลัง 83 kW พร้อมแรงบิดแบบจัดเต็มที่ 250 นิวตันเมตร เมื่อเครื่องยนต์กับมอเตอร์ทำงานพร้อมกันจะทำให้เรือธง 7-Series iPerformance 740e Plug in Hybrid มีกำลังมากถึง 240 กิโลวัตต์ หรือ 326 แรงม้า พร้อมกับแรงบิด 500 นิวตันเมตรโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องไซส์โตแบบ V8 ที่หนักและสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอีกต่อไป

ส่วนตัวเลขอัตราเร่งนั้นหายห่วงในเรื่องของความแรง 7-Series iPerformance 740Le Plug in Hybrid สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาแค่ 5.5 วินาที ทั้งๆ ที่มีน้ำหนักตัวมากถึง 2 ตัน! โดยมีความเร็วปลายอยู่ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมือนเดิม สำหรับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อใช้โหมดประหยัดทำได้ถึง 47 กิโลเมตรต่อลิตร!! หากผู้ขับรู้จักเลือกใช้โหมดขับเคลื่อนและขับแบบประคองคันเร่ง ตัวเลขค่าการปล่อย Co2 หล่นลงมาเหลือแค่ 52-49 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร นับเป็น 7-Series ที่มีให้คุณทั้งความแรง ความสะอาดและประหยัดกันอย่างครบครันเลยทีเดียว

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 47 กิโลเมตรต่อลิตร กลายเป็นตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองและค่าการปล่อยมลพิษที่ต่ำมากและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรถซาลูนระดับเรือธงที่มีเรือนร่างใหญ่โตและมีน้ำหนักมากกว่ารถซีดานทั่วไป เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ใช้เทอร์โบแปรผันเดี่ยวลูกเดียวโดดๆ กับระบบฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ High Precision Injection ระบบวาล์วแปรผัน Double VANOS กับ VALVETRONIC โดยมีการปรับจูนซอฟต์แวร์​เพิ่มเติมแรงม้าจาก 245 ไปที่ 258 แรงม้า

เครื่องยนต์มีแรงบิดมากถึง 400 นิวตันเมตร เป็นแรงบิดแบบ Flat-torque ที่นักขับชื่นชอบ ผสานกับประสิทธิภาพอันเหลือร้ายของ BMW iPerformance ด้วยการฝังมอเตอร์ไฟฟ้าเอาไว้ในเกียร์ออโต้ ZF-8HP ซึ่งเป็นระบบส่งกำลังแบบ Steptronic 8 อัตราทด ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลังในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ 740e Plug in Hybrid หรือทดกำลังผ่าน transfer case ที่ต่อเชื่อมกับเกียร์ 8 สปีด โดยกระจายแรงบิดส่วนหนึ่งไปยังล้อคู่หน้าในรุ่น 740Le xDRIVE Plug in Hybrid เมื่อเครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานพร้อมกันจะทำให้ 740 Le เวอร์ชั่นขับเคลื่อน 4 ล้อกลายร่างเป็นรถสปอร์ตซาลูนสุดแรงที่มีอัตราเร่งดุเดือดเลือดพล่านสุดๆ เมื่อเทียบกับขนาดและน้ำหนักของรถคู่ต่อสู้อย่าง Mercedes Benz S500 Plug in Hybrid

เมื่อคุณสูงวัยมากขึ้นและกลายเป็นผู้บริหารระดับสูงที่ประสบความสำเร็จจากหน้าที่การงาน หากคุณต้องเดินทางทั้งวันบ่อยครั้งเพื่อไปประชุมหรือดูงาน วันหยุดก็ชอบขับไปเล่น Golf กับเพื่อนๆ ตามสนามต่างจังหวัดรอบกรุงเทพฯ หรือขับรถออกทางไกลไปพักผ่อนกับครอบครัว BMW 740Le Plug in Hybrid เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ด้วยเทคโนโลยีใหม่ของระบบขับเคลื่อนทำให้เจ้าหมอนี่พร้อมกลายร่างจากซาลูนหรูไปเป็นรถสปอร์ตแรงบิดเยอะแบบทันทีทันใด มันเป็นรถที่นั่งสบายขับสนุกเพียบพร้อมด้วยความหรูหราในระดับสุดขั้ว ติดอยู่แค่ราคาเท่านั้นที่ทำให้คนชั้นกลางหาเช้ากินค่ำแบบผมต้องฝันต่อไป.


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

THAIRATH ONLINE CAR OF THE YEAR 2017 รวมรถเด่นประจำปี 2017 จากไทยรัฐออนไลน์ หน้ายานยนต์.. 28 ธ.ค. 2560 13:53 31 ธ.ค. 2560 09:56 ไทยรัฐ