วันพุธที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีหน้า

วันนี้ วันศุกร์สุดท้ายของปี 2560 ท่ามกลาง ของขวัญปีใหม่ จาก ซานตาคลอสตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่สั่งทุกกระทรวงเทกระจาดแจกแหลก ทั้ง “คนรวย” และ “คนจน” ที่สำคัญก็คือ มาตรการอุ้มคนจนระยะที่ 2 ในสัปดาห์แรกของปีหน้า จะทำให้คนจนที่เหลืออยู่ 5.3 ล้านคน หมดไปจากประเทศไทย

ของขวัญทั้งหมดส่วนใหญ่มาจาก กระทรวงการคลัง มุ่งกระจายรายได้สู่ต่างจังหวัดและรากหญ้า เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อที่เหี่ยวเฉาให้คึกคักขึ้นมาในปีหน้า

เริ่มที่ การท่องเที่ยว เพราะช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นช่วงแห่งความสุข ครม.เห็นชอบให้กระตุ้นการท่องเที่ยวใน 55 จังหวัดรอง เพื่อกระจายรายได้ โดยให้ บุคคลธรรมดา นำค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวทั้งค่าทัวร์ ค่าโรงแรมไป หักลดหย่อนภาษีได้ 15,000 บาท ตลอดทั้งปี 2561 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2561 ส่วน นิติบุคคล ถ้าไป จัดประชุมสัมมนาใน 55 จังหวัดรอง นำค่าใช้จ่ายสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าเดินทาง ไปหักลดหย่อนภาษีได้ 100 เปอร์เซ็นต์

ถัดมา การส่งเสริมวินัยทางการเงินของประชาชนผ่านธนาคารของรัฐ โดย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จะให้ลูกค้ารายย่อยที่ผ่อนสินเชื่อมา 48 เดือนไม่เป็นเอ็นพีแอล กู้เพิ่มได้อีก 1 ล้านบาท และ ธ.ก.ส. จะ คืนดอกเบี้ยให้ลูกค้า 30% ของดอกเบี้ยที่จ่ายทั้งหมดในปี 2561 สำหรับลูกค้าที่กู้ไม่เกิน 3 แสนบาท

ถัดมา โครงการสนับสนุนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัย โดย ธอส. จะให้สินเชื่อ รายละไม่เกิน 2 ล้านบาท ถ้ากู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ดอกเบี้ย 2.75% ใน 4 ปีแรก ถ้ากู้เกิน 1 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 3% ใน 4 ปีแรก

ถัดมา กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จะเพิ่มเงินสนับสนุน เด็กแรกเกิดจากคนละ 400 บาท เป็น 600 บาท ส่วน กระทรวงสาธารณสุข ก็มอบของขวัญด้วย การผ่าตัด 12 โรค แบบวันเดียวกลับไม่เกิน 24 ชั่วโมง เช่น โรคไส้เลื่อนที่ขาหนีบ โรคถุงน้ำดีที่อัณฑะ โรคริดสีดวงทวาร ภาวะเลือดออกผิดปกติในช่องคลอด โรคเส้นเลือดดำโป่งพองในหลอดอาหารและกระเพาะ เป็นต้น ใช้ได้ทั้ง บัตรทอง บัตรข้าราชการ และ ประกันสังคม และ บอร์ดประกันสังคม ยังเห็นชอบให้ เพิ่มยาจำเป็นอีก 7 รายการใหม่ใน 5 กลุ่มโรค เช่น ยารักษาการติดเชื้อในกระแสเลือด ยาตับอักเสบซี ยาต้านไวรัสเอชไอวี ยามะเร็งต่อมน้ำเหลือง และ ยาขับเหล็กในเด็ก

ที่สำคัญ ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง แถลงว่า การประชุม ครม.นัดแรกปีหน้า กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ลงทะเบียนรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระยะที่ 2 ให้ ครม.อนุมัติ เพื่อช่วยเหลือคนจนที่ต่ำกว่าเส้นยากจนมีรายได้ปีละต่ำกว่า 30,000 บาท จำนวน 5.3 ล้านคน ให้หลุดพ้นจากความยากจนในสิ้นปี 2561 เพื่อให้การลงทะเบียนคนจนปี 2562 มีคนจนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

มาตรการช่วยเหลือ คือ สร้างงาน สร้างอาชีพ ให้คนจนที่มีช่วงอายุ 18–60 ปี เช่น ให้หน่วยงานในจังหวัดและท้องถิ่นจ้างงานผู้ที่ลงทะเบียนคนจน ก่อนให้ธนาคารรัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ต้องการค้าขายหรือเงินลงทุน จัดอบรมเพิ่มทักษะฝีมือแรงงานให้ผู้ลงทะเบียนคนจนเพื่อประกอบอาชีพ จัดอบรมการทำบัญชีครัวเรือนเพื่อดำรงชีวิตด้วยเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น

ก็ถือว่า เป็นการช่วยเหลือคนจนที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้เป็นครั้งแรก สร้างงาน สร้างอาชีพให้ แทนที่จะช่วยเหลือฟรีอย่างเดียว เขียนเรื่องนี้แล้ว ผมก็นึกถึง “คำขวัญ” ของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีที่มาจากการปฏิวัติเหมือนกัน คิดคำขวัญไปติดตามป้ายรถเมล์ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทำงานมีอาชีพ ว่า “งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข” ผมว่า นายกฯตู่ น่าจะเอาอย่างนะ คิดคำขวัญกระตุ้นประชาชนแพร่ตามสื่อของรัฐบ้าง

ถ้ารัฐบาลทำได้จริงตามที่พูดมานี้ ผมก็เชื่อว่า ปีหน้าเศรษฐกิจจะดีขึ้นจริง เพราะ กำลังซื้อของตลาดล่าง คือ พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ทรงพลังที่สุด.

“ลม เปลี่ยนทิศ”