วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กาชาดระยองรุดช่วยหนุ่มป่วยทางสมอง ถูกขังในบ้าน 15 ปี จะให้แพทย์มารักษา

กาชาดจังหวัดระยอง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รุดช่วยเหลือหนุ่มพิการทางสมอง หลังถูกขังในบ้านมา 15 ปี เตรียมให้แพทย์เข้าดูแลรักษา พี่สาวเผยชีวิตลำบากทำงานและดูแลน้อง...

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม นางวราภรณ์ เจริญศิริโชติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง พร้อมด้วยคณะเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พยาบาลวิชาชีพ กลุ่มงานจิตเวชโรงพยาบาลระยอง เจ้าหน้าที่สาธารณะสุข เทศบาลตำบลสำนักท้อน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางมาที่บ้านเลขที่ 120/8 ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เพื่อให้การช่วยเหลือ น.ส.สุภาศิริ คำวิรัช อายุ 33 ปี พี่สาว ผู้ดูแล นายไพฑูรย์ คำวิรัช อายุ30 ปี ผู้พิการทางสมอง และ สติปัญญาไม่สมประกอบช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องถูกขังอยู่แต่ภายในบ้านมาจนถึงปัจจุบันรวมแล้ว 15 ปี จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมถึงการดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไร 

น.ส.สุภาศิริ คำวิรัช ได้เปิดเผยว่า ตนและน้องชายอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ แต่เมื่อพ่อเสียชีวิตลงน้องชายก็มีอาการทางสมองตั้งแต่อายุ 15 ปี โดยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ใช้ชีวิตเปลือยกายอยู่แต่ในบ้าน ส่วนแม่ก็ได้เอาบ้านและที่ดินหลังนี้ ไปจำนองกับนายทุนเพื่อนำเงินมารักษาน้องชาย แต่ก็ไม่สามารถช่วยน้องชายให้หายได้ อีกทั้งเงินที่กู้มาก็หมดไปในการรักษา ไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้ได้ จนกระทั่งแม่ต้องหนีไปอยู่ที่อื่น เนื่องจากกลัวนายทุนมายึดเอาบ้านและที่ดิน ทิ้งให้ตนเองต้องดูแลน้องชายมาจนถึงปัจจุบัน โชคยังดีที่นายทุนให้พักอาศัยอยู่ในบ้านนี้ไปก่อนชั่วคราว แต่ตนเองต้องไปทำงานรับจ้างเป็นพนักงานร้านกาแฟในตัวตลาดบ้านฉางได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ได้เงินมาก็นำมาซื้ออาหารดูแลน้อง

พี่สาวผู้ป่วย กล่าวต่อว่า ในทุกวัน ตนเองต้องขอลางานเจ้าของร้าน เพื่อนำข้าว อาหารและน้ำ รวมทั้งทำความสะอาดเช็ดอุจจาระ ปัสสาวะให้น้องชายทุกวัน มีบางครั้งที่น้องชายจะมีอารมณ์รุนแรง ทำร้ายร่างกายตนเองบ้าง เพราะเกิดจากความโมโหหิว ที่ตนนำข้าวมาส่งให้ช้า แต่ตนก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร เพราะเข้าใจที่น้องชายเป็นแบบนี้ จนชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงไม่กล้าเข้ามาช่วยเหลือ เพราะกลัวว่าจะถูกน้องชายทำร้ายเอา จึงได้แค่เอากุญแจมาล็อกประตูด้านนอกไว้ เนื่องจากเป็นห่วงเกรงว่าน้องชายจะออกมาเดินแล้วตกคลองหลังบ้านได้

น.ส.สุภาศิริ กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ตนเองต้องรับภาระเลี้ยงดูน้องชาย ลำพังค่าแรงจากการทำงานก็ไม่เพียงพอที่จะพาน้องชายไปรักษาอาการของโรคนี้ให้หายได้ ที่ผ่านมาได้เข้าขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่นให้ช่วยเหลือเรื่องเบี้ยยังชีพผู้พิการ แต่จนถึงขณะนี้ล่วงเลยมานานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แต่เพียงแจ้งว่ายังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ปัจจุบันตนเองก็ต้องลำบากทำงานไปด้วยดูแลน้องไปด้วย

ด้าน นางวราภรณ์ เจริญศิริโชติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง กล่าวว่า อันดับแรกให้พี่สาวไปพบแพทย์ ที่โรงพยาบาลระยองก่อนเพื่อทำประวัติให้กับน้องชาย ในการรับการช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ หลังจากนั้นแพทย์จะเข้ามาดำเนินการวินิจฉัย ดูอาการก่อนในเบื้องต้นที่บ้าน เนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลได้ คาดว่าที่ผ่านมาผู้ป่วยไม่เคยรับยา และไม่เคยได้รับการรักษา หลังจากนี้อาการน่าจะดีขึ้น ในส่วนของเรื่องที่อยู่อาศัยก็จะมี หน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง เข้ามาดูและช่วยเหลือต่อไป.