วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รณรงค์ ลดอุบัติเหตุ ปีใหม่!

คมนาคมลุยมาตรการเข้ม 7-7-7 วอนทุกคนร่วมมือลดสถิติอุบัติเหตุ ขับช้า-เปิด ไฟหน้า-คาดเข็มขัด ลั่นไทยต้องไม่ติดท็อปไฟว์อุบัติเหตุทางถนนของโลก การันตีทุกคนต้องได้กลับบ้าน สั่งจัดรถทัวร์-รถไฟ-เที่ยวบินให้พอ ชี้ 29 ธ.ค. คนกลับบ้านพีคสุด 7.8 แสนคน ขณะที่หลายจังหวัดเตรียมพร้อมด้านความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุในการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนทั่วประเทศ กระทรวงสาธารณสุขแจกของขวัญปี 61 ชุดใหญ่ เพิ่มสิทธิการเข้าถึงยาใหม่ราคาแพง 7 รายการ 5 กลุ่มโรค ทั้ง “ยามะเร็ง-เอดส์-ไวรัสตับอักเสบ” พร้อมสร้าง 2 แอพพลิเคชั่นเติมความรู้ประชาชนทั้งเรื่องยาสามัญ-ยาสมุนไพร ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯสั่งห้ามข้าราชการ เจ้าหน้าที่และบุคลากรของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯทุกคนงดรับของขวัญปีใหม่ ส่งเสริมการสร้างหน่วยงานใสสะอาดและป้องกันการประพฤติมิชอบในหน้าที่ราชการ

เหลืออีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2561 ที่คนไทยส่วนหนึ่งจะพากันเดินทางกลับภูมิลำเนาไปเฉลิมฉลองกับครอบครัวญาติพี่น้องหรือเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงเทศกาลแห่งความสุข ขณะที่รัฐบาลเอาใจประชาชนแห่แจกของขวัญกันเพียบ

ทั้งนี้ ในส่วนการเดินทางของประชาชน ซึ่งรัฐบาลพยายามให้มีความปลอดภัยอย่างสูงสุดระหว่างการเดินทางเพื่อลดสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุนั้น นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ภายหลังเป็นประธานเปิดกิจกรรม “ปีใหม่เดินทางปลอดภัย คมนาคมห่วงใย ปลอดภัยทุกเส้นทาง” ว่า เทศกาลปีใหม่นี้ กระทรวงได้ใช้มาตรการ 7-7-7 แบบยกกำลังสอง ภายใต้สโลแกน “ขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด” โดยตั้งเป้าอุบัติเหตุบนถนนลดลงจากปีที่ผ่านมา 5% และผู้เสียชีวิตจากระบบขนส่งสาธารณะและอุบัติเหตุบนทางหลวงพิเศษต้องเป็นศูนย์ มาตรการ 7-7-7 การรณรงค์ก่อนปีใหม่ช่วงเทศกาลและหลังเทศกาลปีใหม่ในปีนี้เข้มข้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยได้ติดตั้งป้ายบอกความเร็วรถทุกคันเพิ่มในเส้นทางหลักที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วลง ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นายอาคมกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ขอให้รถทุกคันเปิดไฟหน้าเวลากลางวัน จะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นได้มากขึ้นและยังช่วยลดอุบัติเหตุ จากการรณรงค์ให้เปิดไฟหน้าตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. พบว่า ในเส้นทางทั่วไปมีรถเปิดไฟหน้าเพิ่มขึ้นประมาณ 7-10% ขณะที่บนทางด่วนเพิ่มขึ้น 15% อยากให้ทุกคนร่วมมือกันเพื่อลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุจะได้ไม่ติด 5 อันดับแรกของโลกอีกต่อไป พร้อมกันนี้ต้องเดินหน้ารณรงค์การลดอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง นำเทคโนโลยีมาใช้ เพิ่มความแรงของบทลงโทษทางกฎหมายให้มากขึ้น

รมว.คมนาคม กล่าวอีกว่า คาดว่าเทศกาลปีใหม่นี้จะมีประชาชนเดินทางเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1.5% มีปริมาณรถขาไปและขากลับรวมประมาณ 8.4 ล้านคัน ในวันที่ 29 ธ.ค. จะมีรถยนต์เดินทางออกต่างจังหวัดมากที่สุด ประมาณ 780,000 คัน ส่วนผู้ที่จะใช้ระบบขนส่งสาธารณะเดินทางกลับต่างจังหวัด รับประกันว่าได้กลับบ้านทุกคน เพราะสั่งการให้เตรียมสำรองรถโดยสาร รถไฟ รวมทั้งเที่ยวบินให้เพียงพอแล้ว ขณะนี้มีการคืนพื้นผิวจราจรบริเวณการก่อสร้างต่างๆ โดยเฉพาะถนนสายหลัก ซ่อมแซมถนนไม่ให้มีหลุมบ่อ ขยายไหล่ทางที่แคบให้กว้างขึ้นในบางเส้นทาง จะทำให้ประชาชนเดินทางสะดวกและขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้นั่งท้ายกระบะรถ แต่หากจำเป็นขอให้เพิ่มความระมัดระวัง อย่านั่งขอบกระบะ ช่วยกันดูแลทั้งคนขับและคนโดยสาร เมาห้ามขับและคาดเข็มขัดนิรภัยทุกคน

ด้านนายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ได้เพิ่มมาตรการเข้มการตรวจความพร้อมของรถและพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะที่วิ่งระหว่าง กทม.กับต่างจังหวัด (รถหมวด 2) และรถโดยสารที่วิ่งระหว่างจังหวัด (รถหมวด 3) ทุกคัน ทุกคน ทุกเส้นทาง ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร และจุดจอดรถ 212 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงเฝ้าระวังพฤติกรรมการขับรถด้วยระบบจีพีเอสแทรกกิ้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ ยังร่วมกับหน่วยงานรัฐ และเอกชน ดูแลความปลอดภัยของผู้เดินทางที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว โดยเปิดให้บริการ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 ม.ค.61 ขณะเดียวกันยังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตั้งจุดบริการ 189 แห่ง เพื่อให้บริการช่วยเหลือผู้เดินทางกรณีมีเหตุฉุกเฉินในช่วงเทศกาล บริการที่พักผ่อนคลายความเหนื่อยล้า และบริการตรวจเช็กสภาพรถ พร้อมบำรุงรักษาเบื้องต้น

ทางด้านการเตรียมความพร้อมในการป้องกันอุบัติเหตุในจังหวัดต่างๆ ที่หน่วยบริการประชาชน ตำรวจทางหลวงกระบี่ ถนนเพชรเกษม ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ เมื่อเช้าวันเดียวกัน พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ เป็นประธานเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.2560-3 ม.ค.2561 ตั้งเป้าจำนวนผู้เสียชีวิตเป็น 0 และรณรงค์ให้ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี กล่าวว่า จะมีการคุมเข้มทั้งทางบกและทางทะเล ได้กำชับหน่วยงานต่างๆให้ทำงานอย่างเต็มที่ เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยว เดินทางเข้ามาจำนวนมาก

นายวีระศักดิ์ สีสัจจัง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จ.กระบี่ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวนับพันคนเดินทางมาเที่ยวหมู่เกาะห้อง ได้จัดเจ้าหน้าที่ที่สามารถพูดภาษาต่างๆ อาทิ จีน อังกฤษ ไปประจำตามจุดต่างๆ อำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย ให้คำแนะนำแก่นักท่องเที่ยว

ที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ จ.สงขลา ประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาและออกไปท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ โดยเฉพาะเส้นทางสายยาวขึ้นกรุงเทพฯ มีผู้ใช้บริการมากที่สุด ส่วนตั๋วโดยสารชั้น 1 และชั้น 2 ถูกจองเต็มไปจนถึงวันที่ 5 ม.ค.61 พร้อมกับมีการเสริมตู้โดยสารเต็มพิกัดการลากจูงทุกขบวนโดยเฉพาะชั้น 3 เพื่อให้เพียงพอกับจำนวนผู้โดยสาร เช่นเดียวกับขบวนท้องถิ่นในภาคใต้ทุกจังหวัดประชาชนทยอยเดินทางต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

จ.นครราชสีมา ประตูสู่ภาคอีสาน พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ รรท.รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ได้จัดเตรียมกำลังตำรวจกว่า 2,500 นาย อำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางทั้งเส้นทางสายหลักทั้งถนนมิตรภาพ ถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-นครราชสีมา ถนนสายรองทุกสาย สำหรับเส้นทางเลี่ยงการจราจรติดขัดบนถนนมิตรภาพมี 4 เส้นทางดังนี้

1. เดินทางไปภาคอีสานตอนบน ใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน ผ่านจังหวัดสระบุรี-ม่วงค่อม-ชัยบาดาล-เทพสถิต-บำเหน็จณรงค์-หนองบัวโคก -ชัยภูมิ 2.เดินทางไปภาคอีสานตอนบน ใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน ผ่านสระบุรี-ม่วงค่อม-ห้วยบง-ด่านขุนทด-หนองบัวโคก-ชัยภูมิ ทางเลี่ยงที่ 3 เดินทางไปภาคอีสานตอนล่าง ใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน เลี้ยวขวาช่วงก่อนถึงนวนคร-องครักษ์ -บ้านนา-เข้าสู่ถนนมิตรภาพบริเวณ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี และเส้นทางที่ 4.เดินทางไปภาคอีสานตอนล่าง ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา-ปราจีนบุรี-กบินทร์บุรี-วังน้ำเขียว-ปักธงชัย-โชคชัย-มุ่งสู่จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง

ที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟท่าพระ ต.ท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น นายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม รอง ผวจ.ขอนแก่น เป็นประธานเปิดโครงการป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ประจำปี 2561 ที่เทศบาลตำบลท่าพระ ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องจัดขึ้น โดยข้าราชการ ประชาชน นักเรียน นักศึกษากว่า 500 คน ร่วมเดินรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยไปตามถนนมิตรภาพและชุมชนต่างๆ นายสันติกล่าวว่า ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุมาจากการขับขี่รถขณะเมาสุราเป็นหลัก ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถทุกคัน โดยคนขับห้ามเมาเด็ดขาด รวมทั้งผู้ที่โดยสารมาด้วยทุกคนต้องไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์บนรถ มิฉะนั้นจะถูกจับกุมดำเนินคดีทันที

ที่ จ.นครสวรรค์ ตำรวจจราจรและแขวงทางหลวงที่ 1 ติดตั้งป้ายปิดจุดกลับรถต่างๆบนเส้นทางสายหลักในเขตตัวเมืองนครสวรรค์ ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.60-4 ม.ค.61 ผู้ที่จะเดินทางขึ้นสู่ภาคเหนือไปยัง จ.พิจิตร พิษณุโลก เมื่อข้ามสะพานเดชาติวงศ์ และผ่านแยกสะพานเดชาติวงศ์ ไปทางหลวงหมายเลข 117 (นครสวรรค์-พิษณุโลก) ที่มีจุดเสี่ยงบริเวณแยกไฟแดงถึง 4 จุด ขอให้ใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

ขณะที่ พ.ต.อ.ดลชัย ปิ่นปัก ผกก.สภ.หนองปลิง แนะนำเส้นทางการเดินทางขึ้นเหนือจากทางต่างระดับอินทร์บุรี เลี้ยวขวาใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านถนนพหลโยธิน บริเวณ กม.331 ให้เลี้ยวซ้ายใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 122 เลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ถึงแยกหนองตะโกเลี้ยวซ้ายจะมุ่งหน้าไป จ.กำแพงเพชร ขับตรงข้ามแยกตรงไปเข้าทางหลวงหมายเลข 117 มุ่งหน้าสู่ จ.พิษณุโลกได้เลย

นายประเวชวุฒิศักดิ์ สุขขี ผอ.แขวงทางหลวงอ่างทอง เปิดเผยว่า แขวงทางหลวงอ่างทองจะปิดจุดกลับรถในช่วง อ.เมืองอ่างทอง-อ.ไชโย บริเวณ กม.ที่ 51+390 หน้าศูนย์มิตซูบิชิ และ กม.ที่ 52+850 หน้าศูนย์ฮอนด้า โดยจะเปิดจุดกลับรถหลังเทศกาลปีใหม่ ส่วนนายสุพจน์ เสริมทรัพย์ หมวดทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ แขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ นำเจ้าหน้าที่ปิดจุดเสี่ยงจุดอันตรายบนถนนเพชรเกษม ที่สี่แยกหนองหิน ถนนเพชรเกษม หลัก กม.313 หมู่ 2 ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ถนนเพชรเกษมตัดกับถนนทางหลวงชนบท สาย ปข.1039 เส้นทางด่านสิงขร เพราะมีรถเลี้ยวเข้าออกมากเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ให้รถที่วิ่งลงใต้ไปกลับรถบริเวณแยกสายสอง ห่างจากแยกหนองหิน 1.6 กิโลเมตร ส่วนรถที่วิ่งขึ้นเหนือกลับรถได้ที่บริเวณจุดกลับรถแยกปลาวาฬ

ที่บริษัท สถานีวิทยุจราจรเพื่อสังคม จำกัด ถนนพิษณุโลก กทม. พล.ต.ต.ธีระศักดิ์ สุริวงศ์ ผบก.จร. นายชูศิริ คัยนันทน์ ผช.ผอ.สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ น.ส.พิชญา รัตนพล ผจก.มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินฯ นายจักรกฤษณ์ ทรัพย์พึ่ง รักษาการ ผจก.บริษัท สถานีวิทยุจราจรเพื่อสังคม จำกัด (TRS 99.5) และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคม่านตา รพ.บ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ร่วมกันจัดโครงการรักษ์สุขภาพรับปีใหม่ ให้บริการประชาชนตรวจร่างกายและสายตาก่อนเดินทางกลับบ้านช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 เพื่อรณรงค์ลดอุบัติเหตุและผู้ขับขี่รถมีความปลอดภัยถือเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน ผู้สนใจมาตรวจร่างกายและสายตาฟรี ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 28 ธ.ค. เวลา 09.00-14.00 น. ที่อาคารบริษัท สถานีวิทยุจราจรเพื่อสังคม จำกัด ถนนพิษณุโลก แขวงเขตดุสิต กทม. สอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วน 1255 ตลอด 24 ชั่วโมง

พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่วันที่ 28 ธ.ค.-3 ม.ค.2561 หากเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนแล้วผู้ก่อเหตุไม่สามารถเป่าวัดระดับแอลกอฮอล์ได้ จะประสานให้ รพ.สังกัดกระทรวงสาธารณสุขตรวจวัดค่าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดทุกกรณี โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ 1.4 ล้านบาท จาก สสส. หากได้ผลดีจะหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อใช้เป็นมาตรการที่ยั่งยืนต่อไป

บ่ายวันเดียวกัน ที่กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการปราบปราม (กก.ปพ.บก.ป.) พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผกก.ปพ.บก.ป. ร่วมปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ 350 นาย ระดมป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในช่วงปีใหม่ พล.ต.ต.ไมตรีเปิดเผยว่า กองปราบปรามได้วางมาตรการดูแลในแต่ละพื้นที่นำกำลังไปสนับสนุนในพื้นที่ต่างๆ สั่งการให้ทุกกองกำกับการมีผลการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่าไม่ต่ำกว่า 20 หมาย และส่งรถสายตรวจเฝ้าตรวจตราบริเวณจุดขนส่งรถและจุดเดินทางที่จะมีประชาชนจำนวนมาก

ส่วนการแจกของขวัญปีใหม่แก่คนไทยของหน่วยงานรัฐ เช้าวันเดียวกัน องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ลงนามในสัญญาโครงการจัดหา รถเมล์เอ็นจีวี รวม 489 คัน กับบริษัท สแกนอินเตอร์ จำกัด (มหาชน) (SCN) และ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ (CHO) โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม, นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม นายประยูร ช่วยแก้ว รอง ผอ.ฝ่ายการเดินรถ ขสมก. เป็นประธานในพิธี นายไพรินทร์เผยว่า รถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน จะมาทดแทนรถเก่าที่ปลดระวาง ขณะที่นายประยูรกล่าวว่า ขสมก.ได้ปรับเส้นทางเดินรถกว่า 21 เส้นทาง ใน 4 เขตการเดินรถ ให้ครอบคลุมการให้บริการ มั่นใจว่ารถเมล์เอ็นจีวีจะช่วยอำนวยความสะดวกการเดินทาง เพราะรถมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงฯและผู้บริหาร ร่วมแถลงข่าวการมอบของขวัญปี 2561 ว่า กระทรวงจะมอบของขวัญทั้งสิ้น 4 เรื่อง เริ่มในวันที่ 1 ม.ค.2561 เป็นต้นไป ได้แก่ 1.ให้ประชาชนรับการบริการผ่าตัดแบบวันเดียว กลับบ้านในโรงพยาบาล (One Day Surgery) ในผู้ป่วย 12 กลุ่มโรค คือ โรคไส้เลื่อนที่ขาหนีบ โรคถุงน้ำที่อัณฑะ โรคริดสีดวงทวาร ภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด โรคเส้นเลือดดำโป่งพองในหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร ภาวะหลอดอาหารตีบ ภาวะอุดตันของหลอดอาหารจากมะเร็งหลอดอาหาร ติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ นิ่วในท่อน้ำดี นิ่วในท่อของตับอ่อน ภาวะท่อน้ำดีตีบ และภาวะท่อตับอ่อนตีบ 2.คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอนุมัติยา 7 รายการใหม่ใน 5 กลุ่มโรค 3.แอพพลิเคชั่นเข้าถึงยา “RDU รู้เรื่องยา” เพื่อรู้เท่าทันการใช้ยาอย่างสมเหตุผล และ 4.แอพพลิเคชั่น “สมุนไพรเฟิร์ส”

ด้าน นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และบุคลากรของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯทุกคน งดรับของขวัญของกำนัลในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อส่งเสริมการสร้างหน่วยงานใสสะอาดและการป้องกันการประพฤติมิชอบในหน้าที่ราชการ หากจะส่งของขวัญปีใหม่หรือส่งความปรารถนาดีต่อกัน ขอให้ใช้วิธีส่งบัตรอวยพรและสื่อออนไลน์แทน เพื่อส่งเสริมเรื่องความประหยัด เช่นเดียวกับนายรวิน ระวิวงศ์ ผอ.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ได้มีการส่งข้อความ “No Gift Policy” และ “อพวช.งดการมอบของขวัญแก่บุคลากรของ อพวช.ในทุกเทศกาลด้วยเช่นกัน

เย็นวันเดียวกัน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมตำรวจบช.น. ทหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลุ่มดารานักแสดง อาทิ แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ และจิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้ว กว่า 150 คน ร่วมเปิด “โครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ” เพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 โดยมีการเดินรณรงค์แจกแผ่นพับประชาสัมพันธ์โครงการและแอพพลิเคชั่นแจ้งเหตุ Police I Lert U พร้อมตรวจเยี่ยมร้านทองที่ร่วมโครงการ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติเผยว่า ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมโครงการ ซึ่งปีนี้มีผู้เข้าร่วมแล้วกว่า 1,000 หลังคาเรือน คาดว่าจะมีการเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 7 พันหลังคาเรือน การโหลดแอพ Police I Lert U เพื่อแจ้งเหตุต่างๆกับเจ้าหน้าที่ พร้อมขอความร่วมมือไม่ปล่อยเด็กเข้าไปในสถานบริการ ไม่จุดพลุ ไม่ยิงปืนขึ้นฟ้าและเมาไม่ขับ

คมนาคมลุยมาตรการเข้ม 7-7-7 วอนทุกคนร่วมมือลดสถิติอุบัติเหตุ ขับช้า-เปิด ไฟหน้า-คาดเข็มขัด ลั่นไทยต้องไม่ติดท็อปไฟว์อุบัติเหตุทางถนนของโลก การันตีทุกคนต้องได้กลับบ้าน สั่งจัดรถทัวร์-รถไฟ-เที่ยวบินให้พอ 27 ธ.ค. 2560 23:57 28 ธ.ค. 2560 01:47 ไทยรัฐ