วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'2พรรค' จะส่งศาลรธน.วินิจฉัย! ในเรื่องคสช.สั่งปลดล็อก! แบบมีปัญหา

พรรคเก่าแท็กทีมงัดเหลี่ยมกฎหมายสู้คำสั่งหัวหน้า คสช. “อภิสิทธิ์” ให้ฝ่ายกฎหมายดู หลังปีใหม่รู้ผลส่งศาล รธน.วินิจฉัย ขอ คสช.เล่นกัน แฟร์ๆอย่าชกใต้เข็มขัด ระวังซ้ำรอยระบอบทักษิณ เพื่อไทยออกแถลงการณ์ ค้าน เตรียมส่งศาล รธน. เช่นกัน ฉะใช้อำนาจกุม ความได้เปรียบ “จาตุรนต์” จับตาลงพื้นที่กวาดต้อนอดีต ส.ส. ด้าน “เรืองไกร” ชิงยื่นศาล รธน.ก่อน “บิ๊กป้อม” ย้ำหัวตะปูไม่มีเซ็ตซีโร่ ปลดล็อกมีสองขยัก “ไพบูลย์” อ้างไม่มีใครได้เปรียบ ใครเหน็บ “มาร์ค” ที่โวยเพราะกลัวคนรู้ไส้ “สมชัย” ตอก “วิษณุ” ฐานข้อมูลสมาชิกไม่ซ้ำซ้อน ชี้ เม.ย.เกิดแรงกระเพื่อมใหญ่ “บุญสร้าง” เซ็นลงนามแผนปฏิรูป ตร.แล้ว

ผลพวงจากคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ยังคงเป็นประเด็นโต้เถียงระหว่างพรรคการเมืองเก่ากับรัฐบาล คสช. ล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทยเห็นตรงกันอาจยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญหลังปีใหม่ เพื่อวินิจฉัยว่าการออกคำสั่งดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

“บิ๊กป้อม” ย้ำหัวตะปูไม่เซ็ตซีโร่

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 ธ.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ให้พรรคการเมืองดำเนินการทางธุรการบางส่วนได้ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า ยืนยันไม่ได้เป็นการเซ็ตซีโร่พรรคการเมือง พรรคเก่ายังอยู่ตามเดิม แต่คำสั่งดังกล่าวทำให้พรรคใหม่ และพรรคเก่าเริ่มต้นไปพร้อมๆกัน ขอย้ำว่าเราไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้พรรคใหม่ เมื่อถามว่า พรรคเก่ามีสมาชิกจำนวนมากจะตรวจสอบทันตามกรอบเวลาได้อย่างไร พล.อ.ประวิตรตอบว่า ย้ำอีกครั้งว่าไม่ได้เซ็ตซีโร่พรรคเก่า เพราะพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคยังอยู่ แค่ไปหาสมาชิกพรรคทั้ง 4 ภาค จังหวัดละ 100 คน และจ่ายเงินให้พรรคการเมืองเท่านั้น

ปลดล็อกการเมืองมีสองขยัก

เมื่อถามอีกว่า แน่นอนหรือไม่หลังวันที่ 1 เม.ย.จะปลดล็อกให้พรรคการเมืองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์พล.อ.ประวิตรตอบว่า การปลดล็อกพรรคการเมืองจะทำ 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก คือ ด้านธุรการ กับการหาเสียง ขอย้ำว่าทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็ป เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าคำสั่งดังกล่าวต้องการให้เลื่อนการเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตรตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ชี้แจงไปแล้ว ขอย้ำว่าคำสั่งดังกล่าวไม่มีจุดประสงค์เลื่อนการเลือกตั้ง เพราะที่ประชุม คสช.ไม่ได้หารือแบบนั้น

“ไพบูลย์” อ้างไม่มีใครได้เปรียบ

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป ให้สัมภาษณ์ตอบโต้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่กล่าวพาดพิงว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 เป็นการเอื้อประโยชน์พรรคการเมืองที่จะตั้งขึ้นมาใหม่ว่า แม้เคยยื่นขอจัดตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปแล้ว แต่ กกต.แจ้งว่ายังรับคำขอไม่ได้ เหตุติดคำสั่ง คสช. แต่ไม่เป็นอุปสรรคเพราะหาสมาชิกผู้ร่วมอุดมการณ์ได้ตามที่กฎหมายกำหนด คือไม่ต่ำกว่า 500 คน พร้อมทุนประเดิมคนละ 1,000 บาท ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรค หากเคยเป็นสมาชิกพรรคอื่นก็ให้ลงนามในหนังสือแจ้งลาออกจากสมาชิกพรรคอื่น ทำถึงเลขาธิการ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง โดยระบุในหนังสือว่าหากปรากฏในสารบบของ กกต.ว่าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่น ก็ให้มีผลลาออกทันที จึงไม่มีเหตุจำเป็นต้องออกมาเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองตามเหตุที่นายอภิสิทธิ์กล่าวอ้าง

เหน็บที่โวยเพราะกลัวคนรู้ไส้

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า คำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้พรรคใหม่ เพราะเรายังมีขั้นตอนต้องทำมากกว่า ขณะที่มีทรัพยากรต่างๆน้อยกว่าพรรคเดิม ถือว่าพรรคเดิมมีความพร้อมกว่าพรรคใหม่ ดังนั้นถ้าแค่เรื่องการบริหารจัดการภายในพรรค หรือการติดต่อกับสมาชิกพรรคยังออกมาโวยวาย ขอให้ประชาชนพิจารณาดูว่าพรรคนั้นจะเสนอตัวไปบริหารจัดการประเทศ ที่มีเรื่องที่ต้องจัดการสลับซับซ้อนกว่ามากมายมหาศาลได้อย่างไร หรือว่าพรรคเดิมมีเหตุอื่นที่ต้องการปกปิดไว้ เช่น กลัวประชาชนรู้ว่าจริงๆแล้วรายชื่อสมาชิกส่วนใหญ่เป็นพวกหัวคะแนนที่รวบรวมชื่อมาเท่านั้น โดยสมาชิกเหล่านั้นไม่รู้ไม่เห็น เลยใช้วิธีเบี่ยงเบนว่า คสช.เอื้อให้พรรคใหม่ได้เปรียบพรรคเดิม

“มาร์ค” ให้ฝ่ายกฎหมายดูแล้ว

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กำลังให้ฝ่าย กฎหมายของพรรคพิจารณาข้อกฎหมาย ว่า คำสั่งคสช.ที่ 53/2560 มีเนื้อหาเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ จะทราบผลหลังปีใหม่ว่าจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ การยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญต้องมีเหตุผลข้อเท็จจริงที่เข้าข่ายยื่นได้ เท่าที่เห็นคำสั่ง คสช.เป็นคำสั่งที่ยาวเป็นพิเศษ มีเนื้อหาขัดกันในตัว ไม่ชัดเจนในหลายเรื่อง ฝ่ายกฎหมายกำลังดูในรายละเอียดว่ากระทบสิทธิบุคคลหรือไม่ และเจ้าตัวคนที่ได้รับผลกระทบต้องเป็นผู้ยื่น เรื่องนี้ไม่ใช่ความต้องการส่วนตัว ต้องมีน้ำหนักพอไม่ยื่นพร่ำเพรื่อ เมื่อมีเหตุยื่นได้ก็อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย

ขอเล่นกันแฟร์ๆอย่าใต้เข็มขัด

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีปัญหาที่จะดำเนินการตามกฎหมาย หรือกติกาเขียน อย่างไรก็พยายามปฏิบัติ และยังไม่เห็นอุปสรรค มีแต่ พรรคที่จะขึ้นตั้งใหม่ที่บ่น ยังยืนยันว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ใช่ปลดล็อกแต่เป็นการเพิ่มล็อก พวกตนไม่ติดใจที่จะมีพรรคใหม่เกิดขึ้น ยอมรับการแข่งขันตลอดเวลา แต่ขอให้แข่งขันด้วยการสร้างศรัทธา ไม่ใช่เอาเครื่องมือมาทำลายคนอื่น คำสั่ง คสช.ที่ออกมาเหมือนไม่เข้าใจโรดแม็ปของตัวเอง ทั้งที่ประธาน กรธ.เป็นหนึ่งในแม่น้ำ 5 สาย รู้และเข้าใจเรื่องกรอบเวลาดี แต่คำสั่งนี้เหมือนไม่เข้าใจตัวเอง เท่ากับต้องทำหลายอย่างซ้อนกัน จึงเป็นการแก้ปัญหาให้กับบางคนมากกว่า

ระวังซ้ำรอยระบอบทักษิณ

“ถ้าคิดใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ทางการเมือง ก็เดินกลับสู่ยุคระบอบทักษิณ จะหวังอะไรกับการปฏิรูปและธรรมาภิบาล ถ้าพรรคใหม่มีปัญหาก็หาทางแก้ไป แต่ถ้าใช้อำนาจรัฐเบ็ดเสร็จพิเศษไม่สามารถตรวจสอบถ่วงดุลได้ บ้านเมืองเสียหาย ส่วนรวมเสียหาย บรรทัดฐานสำหรับอนาคตก็เสียหาย คนทำต้องรับผิดชอบ หากยึดหลักธรรมาภิบาลต้องโปร่งใสตรงไปตรงมา ลองไปดูว่าสิ่งที่รัฐบาลทำเข้าเกณฑ์เหล่านี้หรือไม่ การใช้อำนาจเบ็ดเสร็จไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ ควรทำในเรื่องใหญ่ๆ ทำแล้วไม่ต้องเปลี่ยนซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่เอื้อประโยชน์ใคร เรื่องได้เปรียบเสียเปรียบประชาธิปัตย์ไม่กังวล เพราะสู้ในสถานการณ์เสียเปรียบมาหลายรูปแบบ จึงไม่โวยวายหรือร้องขอ แต่ที่พูดเพราะต้องการรักษาหลักการบ้านเมือง” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ไม่หวั่นตกปลาในอ่างเพื่อน

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังกล่าวถึงกรณีนายปริญญา เทวานฤมิตกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ระบุว่าคำสั่งดังกล่าวมีผลทำให้ ส.ส.ย้ายพรรคได้โดยไม่ต้องลาออกจากพรรคเดิม เพียงแค่ไม่ยืนยันการเป็นสมาชิกก็เสมือนเป็นการเซ็ตซีโร่ส.ส.แล้ว ว่าคงสะดวกขึ้น แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะไม่มีใครห้ามใครได้หากเขาอยากไปอยู่พรรคใหม่ แต่กรณีนี้เป็นการช่วยคนที่ไม่กล้าสู้หน้าที่จะมาลาออกเท่านั้น หากใช้อำนาจรัฐจนทำให้การเลือกตั้งไม่เที่ยงธรรม ประเทศชาติจะเสียหาย ติดหล่มกับประชาธิปไตยที่เดินหน้าไม่ได้ ที่ผ่านมาเราคาดหวังมาตลอดว่าภายใต้การปฏิรูปประเทศเราจะได้ระบบการเมืองที่ดี ได้รัฐสภา และรัฐบาลที่ดี ถ้าไม่สามารถนับหนึ่งจากการเลือกตั้งที่เที่ยงธรรมได้ ก็ไม่ถึงเป้าหมาย จึงขอว่าอย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนส่วนพวก ขอให้คิดถึงระยะยาว ที่ประเทศมีปัญหามาตลอดเพราะไม่คิดถึงหลักการและธรรมาภิบาล

พท.ออกแถลงค้านคำสั่ง คสช.

เวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายสามารถ แก้วมีชัย ร่วมแถลงคัดค้านคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2560 โดยนายชูศักดิ์อ่านแถลงการณ์ว่า พรรคเพื่อไทยเห็นว่า 1.รัฐธรรมนูญผ่านประชามติแล้ว การแก้ไขเพิ่มเติมต้องกระทำโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) การที่หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจดังกล่าวไม่อาจทำได้ 2. การออกคำสั่งดังกล่าวนอกจากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขมาตรา 44 ยังถือเป็นการลบล้างกระบวนการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ 3.เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพสมาชิกพรรคการเมือง 4.เป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มการเมืองที่สนับสนุน คสช. และหัวหน้า คสช. สืบทอดอำนาจทางการเมืองต่อไป ไม่ใช่เพื่อความเสมอภาคเท่าเทียมกันของพรรคการเมืองตามที่อ้าง 5.เพิ่มอำนาจให้ คสช. แทรกแซงการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง และกระบวนการเลือกตั้ง แทรกแซงการดำเนินการของนายทะเบียนพรรคการเมือง และ กกต. 6.มีเจตนาซ่อนเร้นที่จะเลื่อนกำหนดวันเลือกตั้งออกไป

ใช้อำนาจชิงความได้เปรียบ

นายชูศักดิ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเห็นว่าคำสั่งหัวหน้า คสช. ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และไม่ชอบธรรมอย่างยิ่ง เป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ไม่เคารพปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทำลายระบบพรรคการเมือง สิทธิเสรีภาพของสมาชิกพรรค เพิ่มภาระให้แก่สมาชิกพรรคเกินความจำเป็น เปิดช่องให้มีการตั้งพรรคการเมืองสนับสนุนให้ คสช. และหัวหน้า คสช.ได้อยู่ในอำนาจต่อไป ถือเป็นการใช้อำนาจชิงความได้เปรียบทางการเมือง ขัดต่อหลักธรรมาภิบาล จึงขอให้ คสช.ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว รวมถึงประกาศ คสช.ฉบับที่ 57/2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/2558 อันเป็นต้นเหตุแห่งข้ออ้างของ คสช. ในการออกคำสั่งฉบับนี้ พรรคเพื่อไทยจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป

ดีเดย์หลังปีใหม่ยื่นศาล รธน.

นายภูมิธรรม เวชยชัยกล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวถือเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพอย่างร้ายแรง ทำลายรากฐานพรรคการเมืองเดิม เพื่อประโยชน์และพวกพ้องตน ถือเป็นการกระทำที่ลุแก่อำนาจ หวังเลื่อนการเลื่อนตั้ง สร้างโอกาสเงื่อนไขให้พวกพ้องกลับคืนสู่อำนาจอีกครั้ง หลังปีใหม่ทางพรรคจะใช้ช่องทางยื่นศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้ง วันนี้ คสช.ต้องกล้าหาญแสดงตนพูดออกมาตรงๆ ถ้าอยากเข้าสู่การเมือง ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่ใช้อำนาจออกคำสั่งสร้างความได้เปรียบ

จับตาลงพื้นที่กวาดต้อน ส.ส.

นายจาตุรนต์ ฉายแสง กล่าวว่า คำสั่งนี้จงใจให้เกิดการทำลายพรรคการเมืองชัดเจนสอดคล้องกับที่รัฐบาลออกไปพบประชาชน สร้างความนิยม การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ลงพื้นที่ไปพบกับอดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรี เหมือนพยายามติดต่อนักการเมืองให้ไปร่วมมือ คงเป็นแผน คำสั่งนี้ทำลายระบบกฎหมายและขัดรัฐ– ธรรมนูญชัดเจน ถ้าทุกคนอยู่เฉยๆ ปล่อยให้ คสช. ทำอะไรก็ได้ เท่ากับจากนี้ไปเราจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้งที่มี คสช.แทรกแซงอย่างไรก็ได้ การเลือกตั้งจะไม่มีความหมาย

“เรืองไกร” ชิงยื่นศาล รธน.ก่อน

วันเดียวกัน ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำของหัวหน้า คสช. กรณีออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 เป็นการกระทำที่จำกัดสิทธิหรือเสรีภาพบุคคลที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือไม่ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 45 ประกอบมาตรา 77 วรรคสอง และเป็นการกระทำอันต้องห้ามตามมาตรา 5 หรือไม่ และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 สิ้นผลไป โดยไม่มีผลใช้บังคับได้มาตั้งแต่แรก หรือเสมือนไม่เคยมีคำสั่งดังกล่าว

นายเรืองไกรกล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นการบังคับให้สมาชิกพรรคต้องทำหนังสือยืนยันการเป็นสมาชิก เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก จึงเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 45 ประกอบมาตรา 77 วรรคสอง เพราะไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคการเมืองก่อน จึงนำเรื่องนี้มาร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่อย่างนั้นจะมีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งลบล้างกฎหมาย หรือออกเป็นกฎหมายโดยไม่ผ่าน สนช. ที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยยกเลิกคำสั่งหรือประกาศคณะปฏิวัติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมาแล้วหลายฉบับ

ท้า “บิ๊กตู่” โชว์แมนลงเลือกตั้ง

ด้านนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ประยุทธิปไตย” ในวรรคสามของคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 53/2560 อ้างว่าบ้านเมืองสงบแล้วแต่เพื่อไม่ให้มีผู้ฉวยโอกาสไปทำกิจกรรมทางการเมืองอื่น ถือเป็นการใช้การคาดเดาออกคำสั่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ สร้างความไม่เป็นธรรมกับพรรคการเมือง และทำให้การจัดการเลือกตั้งไม่ทันตามโรดแม็ปที่ตัวเองประกาศไว้ จึงมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากต้องการเลื่อนการเลือกตั้งเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบ มีการเดินสายพบปะนักการเมืองที่มีแนวทางสนับสนุนตน เอางบประมาณแผ่นดินไปหาเสียงด้วยโครงการประชานิยมสารพัด ขณะเดียวกัน ก็กดหัวพรรคคู่แข่งไม่ให้ทำกิจกรรม เท่ากับเอาเปรียบคู่แข่งอย่างไร้ยางอาย หากอยากอยู่ในอำนาจต่อไม่เห็นต้องทำทุกทางด้วยต้นทุนของบ้านเมืองขนาดนี้ ไปที่ไหนเห็นคุยโวว่ามีแต่คนอยากให้เป็นนายกฯต่อ แล้วทำไมไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งแบบแมนๆให้สมชื่อชายชาติทหาร

“สมชัย” เปิดตัวหนังสือ กกต.4.0

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. แถลงเปิดตัวหนังสือ กกต. 4.0 นายสมชัยระบุว่า ในหนังสือมีเนื้อหารวบรวมผลงาน กกต. ชุดที่ 4 และ .0 หมายถึง เป็น กกต.ชุดที่ 4 ที่ถูกเซ็ตซีโร่ ตลอด 4 ปีงานที่โดดเด่นของ กกต. คือการใช้เทคโนโลยีมาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเลือกตั้งให้ทันสมัย สะดวกกับประชาชน เข้าถึงการเลือกตั้งง่ายขึ้น และในหนังสือยังมีคิวอาร์โค้ดที่บรรจุข้อมูลสถิติการเลือกตั้งในอดีตที่ผ่านมา ข้อมูลพรรคการเมือง โดยจะส่งหนังสือ กกต. 4.0 ให้นายกรัฐมนตรี ครม. ประธาน สนช. องค์กรอิสระ หน่วยงาน และสื่อมวลชนต่อไป

ตอก “วิษณุ” ฐานสมาชิกไม่ซ้ำซ้อน

นายสมชัยยังกล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี อ้างสาเหตุที่ คสช.ต้องออกคำสั่งที่ 53/2560 เพราะมีการซ้ำซ้อนกันของฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง ว่า ยืนยันว่าข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองในฐานข้อมูลที่ กกต.รับผิดชอบ ไม่มีรายชื่อสมาชิกซ้ำซ้อนกันแม้แต่รายเดียว ระบบฐานข้อมูลที่ กกต.ออกแบบมา สมาชิกพรรคการเมืองต้องใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลักในการบันทึกข้อมูล ถ้ามีชื่อเป็นสมาชิกเกินกว่า 1 พรรค ระบบ
จะตัดชื่อบุคคลดังกล่าวออกทั้งหมด

ชี้ เม.ย.เกิดแรงกระเพื่อมใหญ่

นายสมชัยกล่าวอีกว่า คำสั่ง คสช.ที่กำหนดให้สมาชิกพรรคต้องยืนยันและจ่ายค่าสมาชิกภายในวันที่ 1-30 เม.ย.2561 เป็นเรื่องที่ต้องคิดทบทวนว่าเหมาะสมหรือไม่ อาจทำให้เกิดความวุ่นวาย ถึงทำได้ก็เหนื่อย และจะทำให้เกิดการกระเพื่อมทางการเมืองครั้งใหญ่ในเดือน เม.ย.61 เพราะพรรคที่มีสมาชิกมากต้องทำทุกวิถีทางยืนยันกลับมา เพื่อแสดงว่าพรรคได้รับการสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมาก รวมถึงประเด็นเงินบำรุงค่าสมาชิกยังสัมพันธ์กับเงินอุดหนุนพรรคการเมืองที่จะได้จากกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองถึงร้อยละ 40 ด้วย พรรคไม่ยอมเสียแน่ จึงมีคำถามว่า ทำไมต้องเร่งทำให้เสร็จภายใน 1 เดือน ทั้งที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ให้ทยอยจ่ายได้ถึง 4 ปี

เชื่อนักการเมืองไม่ออกนอกลู่

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. และเลขาธิการ คสช. กล่าวว่าขอย้ำว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม การเลือกตั้งยังเป็นไปตามโรดแม็ป การแสดงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยของนักการเมืองกับคำสั่งหัวหน้า คสช. คิดว่าทำได้ เพราะพวกท่านเป็นนักการเมืองอยู่แล้ว แต่มั่นใจว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามกรอบกติกาที่เราวางไว้ เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวของนักการเมืองช่วงนี้ คสช.รับได้หรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่า การเคลื่อนไหวส่วนใหญ่เป็นการแสดงความคิดเห็น นักการเมืองมืออาชีพเขาจะไม่ทำอะไรนอกกรอบ ไม่มีปัญหาอะไร

“บุญสร้าง” ลงนามแผนปฏิรูป ตร.

ที่รัฐสภา นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานอนุกรรมการด้านสื่อสารสังคม คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) กล่าวภายหลังการประชุมว่า พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการฯ ได้ลงนามในข้อเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มีประเด็นน่าสนใจ อาทิ การปรับปรุงโครงสร้างอำนาจคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นองค์กรกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ตำรวจ มีนายกฯเป็นประธาน มีรองนายกฯที่นายกฯมอบหมายเป็นรองประธาน ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผบ.ทหารสูงสุด และ ผอ.สำนักงบประมาณ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ขณะที่ ผบ.ตร.เป็นกรรมการและเลขานุการ นอกจากนี้ยังกำหนดให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจเป็นองค์กรกำหนดหลักเกณฑ์ การบริหารงานบุคคลและตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้บังคับบัญชา โดยให้มีอำนาจพิจารณาคัดเลือก ผบ.ตร. โดยโครงสร้างประกอบด้วย ผบ.ตร. เป็นประธาน มีเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จเรตำรวจแห่งชาติ รอง ผบ.ตร. เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เคยเป็นข้าราชการตำรวจ มาเป็นกรรมการพิจารณาตำแหน่ง ผบ.ตร. ก่อนนำเสนอให้นายกรัฐมนตรี

“สุวพันธุ์” ลุยต่อทุจริตเงินวัด

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดอดีต ผอ.พศ. กับพวก ร่วมกันทุจริตงบประมาณโครงการเงินอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัดและการพัฒนาวัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า พศ.ทำงานร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และ ป.ป.ช.ต่อเนื่อง บางส่วนที่ถูกส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการได้ไต่สวนเพิ่มเติมตามกฎหมาย ขณะที่อีกส่วนถูกส่งมาให้พศ.พิจารณาทางวินัย บูรณาการงานร่วมกัน เมื่อถามว่า พศ.จะสอบสวนขยายผลไปถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายสุวพันธุ์ตอบว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีเรื่องสืบสวนสอบสวนอยู่ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. ประสานงานกับหน่วยปฏิบัติเหล่านั้นได้โดยตรง

“อุเทน” ฉุนรัฐรู้เห็นโกยกำไรน้ำมัน

อีกเรื่อง นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สั่งการให้แต่ละกระทรวงออกมาตรการเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ว่า ขณะที่รัฐบาลมอบของขวัญปีใหม่ 2561 ผ่านโครงการของหลายกระทรวงถึง 85 โครงการ แต่กลับปล่อยให้กระทรวงพลังงานสมรู้ร่วมคิดกับบริษัทน้ำมัน ปรับขึ้นราคาช่วงก่อนปีใหม่ ทั้งที่ทราบดีว่าเป็นช่วงที่มีอัตราการบริโภคน้ำมันสูงที่สุด เนื่องจากประชาชนต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา เท่ากับว่าหน่วยงานภาครัฐร่วมรู้เห็น ทั้งที่เคยประกาศแล้วว่าจะไม่ขึ้นราคาน้ำมัน เป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชน ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนใดๆที่ต้องปรับราคาในช่วงนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ในภาวะทรงตัว และเงินบาทแข็งค่า หากต้องการมอบของขวัญให้ประชาชนจริง ภาครัฐควรขอความร่วมมือจากบริษัทน้ำมันให้ปรับลดราคาน้ำมันลงมากกว่า

“บิ๊กฉัตร” มอบนโยบาย อพท.

วันเดียวกัน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานให้แก่องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ขอสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานของ อพท. ในการสร้างสังคมอยู่ดีมีสุข เกิดการกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ขอมอบนโยบายสำคัญให้ อพท.ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเน้นหลักการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวให้สะอาด ปลอดภัย รวมทั้งให้นำเสนอเรื่องราววิถีชีวิตและคุณค่าของพื้นที่ต่างๆ และให้ อพท.เข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นอันมีคุณค่า และเสนอแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

“บิ๊กตู่” นำทีมอวยพรปีใหม่ “ป๋า”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลถึงความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ตั้งแต่ช่วงเช้านายกฯเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ ไม่มีประชุมใดๆอย่างเป็นทางการ และไม่ได้ออกกำลังกายประจำสัปดาห์ มีเพียงบันทึกเทปรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนเท่านั้น โดยในวันที่ 28 ธ.ค.เวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์จะนำ ครม. ผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าอวยพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์