วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สถานการณ์ลุ้นกันปีหน้า

สถานการณ์ลุ้นกันปีหน้า

  • Share:

นับถอยหลัง “เคาต์ดาวน์” ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ก่อนอื่นเลย “ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ” ขอใช้พื้นที่หน้า 3 วิเคราะห์การเมืองรายวันฉบับสุดท้ายปี 2560 อวยพรให้แฟนๆคอลัมน์ ผู้อ่านทุกท่านโชคดี มีความสุขสมหวัง สุขภาพแข็งแรง เฮงๆรวยๆ

ดื่มด่ำกับเทศกาลแห่งความสุขอย่างชุ่มฉ่ำหัวใจสมกับที่เหนื่อยมาตลอดทั้งปี

ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหวังกับสัญญาณบวกที่รออยู่ปีหน้า

ว่ากันตามที่ผู้นำ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ประกาศหลังประชุม ครม.นัดส่งท้ายปี 2560 วาดฝันปีหน้า 2561 สถานการณ์เศรษฐกิจจะดีขึ้น การเมืองจะชัดเจน

เป็นปีแห่งความสำเร็จ ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ปีแห่งการเตรียมการไปสู่ประชาธิปไตย

ทิศทางเดียวกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ รัฐบาล ประกาศบนเวทีปาฐกถาพิเศษ “โอกาสประเทศไทย 2018” ช่วงท้ายปีตีธงอย่างมั่นใจเลยว่า ปี 2561 จะเป็นปีที่ดีทางเศรษฐกิจที่เราสามารถเทกออฟ โดยเฉพาะไตรมาส 1 จะเห็นชัดที่สุด

สำทับด้วยนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ประกาศประเทศไทยจะหลุดพ้นความยากจนในปีหน้า 2561 จากมาตรการอัดฉีดช่วยผู้มีรายได้น้อยต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อปี

ผู้มีรายได้น้อยจำนวน 5.3 ล้านคน จะลืมตาอ้าปากได้ทั้งหมด

ไม่นับการวิเคราะห์คาดการณ์ของบรรดาผู้เชี่ยวชาญตลาดเงินตลาดทุนที่คล้อยไปในทิศทางเดียวกัน กูรูตลาดหลักทรัพย์ลุ้นหุ้นไทยดีดทะลุ 2,000 จุด

ตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการเมืองที่เดินไปสู่การเลือกตั้ง

เริ่มเห็นแสงสว่างลิบๆที่ปลายอุโมงค์

ที่แน่ๆตามสถานการณ์ที่โยงเป็นเงื่อนไขกัน เมื่อการเมือง เรื่องสถานภาพของรัฐบาลแปรผันตรงกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจ

กระแสความพึงพอใจฝ่ายบริหารผูกติดอยู่กับภาวะปากท้องของชาวบ้านฐานราก

จากทิศทางที่ทุกฝ่ายสะท้อนความมั่นใจทิศทางเศรษฐกิจเชิงบวกในปีหน้า

นั่นหมายถึงผลบวกต่อสถานะของทีมงาน “นายกฯลุงตู่” ที่จะมีภูมิคุ้มกันในการปะทะกับแนวรบแรงเสียดทานของนักการเมืองอาชีพที่แปรรูปขบวนเข้าใส่ผู้นำอำนาจพิเศษ

สถานการณ์ที่ต้องเจอแน่กับสงครามระหว่างนักเลือกตั้งอาชีพกับทหาร

ตามรูปการณ์ประชาธิปัตย์และเพื่อไทย จะปรองดองอัตโนมัติ ไฟต์บังคับต้องเตะตัดขา “ลุงตู่” ไม่ให้ลากยาวเกมอำนาจตามหมากที่วางไว้ในบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ

เพราะจะทำให้นักการเมืองอาชีพรุ่นเก่าเฉาตาย สูญพันธุ์หมด

และโดยปรากฏการณ์อย่างที่เห็นๆกัน ตั้งแต่นักการเมืองเริ่มขยับแข้งขยับขาตามเงื่อนเวลาท้ายโรดแม็ป และการโยน 6 คำถามของ “ลุงตู่” หยั่งกระแสไปต่อหลังเลือกตั้ง เป้าโฟกัสก็กระแทกไปที่ “นายกฯลุงตู่-กัปตันสมคิด” และ “พี่ใหญ่” อย่าง “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม

3 จุดยุทธศาสตร์ “นั่งร้าน” รัฐบาล คสช.

ส่อเค้าปีหน้า 2561 คงจะโดนถล่มหนักขึ้นตามเงื่อนไขสถานการณ์บังคับ

ที่แน่ๆต้องขยับสร้างเกราะกำบัง กลบจุดอ่อนไว้ก่อนตั้งแต่หัววัน

กับมุกของ “นายกฯลุงตู่” ที่ประกาศให้สัญญากับตัวเองไว้ ปีหน้าจะเป็นนายกฯที่อารมณ์ดีตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะมีคนพยายามทำให้ตนเองหงุดหงิด

ปิด “จุดบอด” ที่ถูกสะกิดต่อมฉุนให้เสียอาการทรงตัวมาตลอด

โดยเฉพาะปีนี้โดนด่าเยอะกับฉากตะคอกใส่ตัวแทนชาวประมงที่บุกเข้าร้องเรียนปัญหา

แต่นั่นก็ยังเบากว่าเยอะ ถ้าเทียบกับคนที่จะโดนอ่วมกว่าใคร ตามฟอร์มหนีไม่พ้น “พี่ใหญ่” อย่าง พล.อ.ประวิตรที่โดนเขี่ยแผล ขยี้ซ้ำช้ำแล้วช้ำอีก

ปีหน้า ยกสุดท้าย ฝ่ายไล่ล่าคงต้องปิดบัญชีให้ได้

แต่อย่างไรก็ตาม ในฐานะเบอร์หนึ่งด้านความมั่นคง “บิ๊กป้อม” ถือโอกาสโชว์บทถนัด สั่งการผ่านที่ประชุมสภากลาโหม ให้หน่วยงานความมั่นคงดูแลประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ท่องเที่ยวอย่างสนุก กลับบ้านอย่างปลอดภัย

กระตุก “บทเขี้ยว” ด้านความมั่นคง เน้น “จุดขาย” ของทีม “บูรพาพยัคฆ์”

“จุดแข็ง” ของ “บิ๊กป้อม” กลบ “จุดอ่อน” ของ “เสี่ยป้อม”.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้