วันจันทร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เชื่อวิญญาณยังวนเวียน! โจรถีบรถฆ่าหญิงชรา เสียงร้องไห้ หมาหอน ทำผวา

คดีโจรอ้วนผอม ฆ่าชิงทรัพย์หญิงวัย 65 ปี ขี่รถมาคนเดียว ใช้เท้าถีบ มีดกระหน่ำแทงอย่างเหี้ยมโหดคาซอยในเมืองอุดรฯ ได้เบาะแสคนร้ายใช้ จยย.สีน้ำเงิน ขณะที่เพื่อนบ้านได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ เดินมาเดินไป เชื่อคนตายมาขอความเป็นธรรม...

จากคดี นางประยูร ทองโม้ อายุ 65 ปี แม่เฒ่าอุดรธานี ถูกโจรอ้วนผอมประกบถีบรถจักรยานยนต์ล้ม ก่อนลงมากระหน่ำแทง 3 แผล เพื่อชิงทรัพย์จนเสียชีวิต ก่อนคนร้ายจะขี่รถหลบหนีไป เหตุเกิดค่ำวันที่ 25 ธ.ค. ที่ซอยนาทราย 5 บ้านนาทราย ต.หนองขอนกว้าง อ.เมืองอุดรธานี ซึ่งเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ เพราะผู้ตายเป็นหญิงชรา ไม่มีทางสู้ และเกิดเหตุในชุมชนที่มีบ้านเรือนหนาแน่น ทำให้ต้องระดมตำรวจสืบสวนระดมตรวจกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี และระดมหาตัวผู้ต้องสงสัยที่อยู่ละแวกใกล้เคียง เพราะเชื่อว่าคนร้ายต้องรู้จักกับผู้ตาย และรู้พฤติกรรมประจำวันก่อนลงมือก่อเหตุ 

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ธ.ค. ที่ห้อง ศปก.ภ.จ.อุดรธานี กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เป็นประธานในที่ประชุม เร่งรัด ติดตาม หลังประชุมเสร็จ พ.ต.อ.จักรภพ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีมสืบสวนภาค 4 ได้ลงพื้นที่มาช่วยสืบสวนติดตามคนร้าย ซึ่งยังไม่ตัดประเด็นการสังหารทั้งหมดออกไป ทั้งฆ่าชิงทรัพย์ ฆ่าล้างหนี้ แค้นส่วนตัว โดยได้แบ่งหน้าที่ตำรวจออกไปตรวจกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี เพื่อดูตำหนิรูปพรรณและยานพาหนะคนร้าย เพื่อกระชับพื้นที่ในการสืบสวน คาดว่าคนร้ายจะอยู่ไม่ไกลที่เกิดเหตุ เพราะรู้ว่าผู้ตายมีเงิน และเข้าและออกบ้านในเวลาใด ผู้ตายจึงเป็นเป้าในการก่อเหตุ อาจจะรู้จักหรือไม่รู้จักก็เป็นได้ ส่วนเรื่องขัดแย้งส่วนตัวกับผู้อื่นยังไม่พบ 

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจภาพวงจรปิดในเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี พบว่าคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลังก่อเหตุได้ขับรถหลบหนีมุ่งหน้าที่ทางสนามแข่งม้าอุดรธานี 

ด้านนางน้อย (ขอสงวนชื่อนามสกุลจริง) อายุ 55 ปี ซึ่งรู้จักกับผู้ตาย และมีบ้านอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เล่าว่า หลังเกิดเหตุ ตนได้ออกมาช่วยผู้ตายเพราะบ้านอยู่ใกล้ อีกทั้งรู้จักผู้ตายเป็นอย่างดี โดยนายอุทัย พรหมสุรินทร์ อายุ 36 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ แต่กว่ารถกู้ชีพโรงพยาบาลจะมาถึง ผู้ตายก็หมดสติไปแล้ว เพราะเลือดออกมาก หลังทราบว่าผู้ตายเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเวลา 20.30 น. ตนก็แทบนอนไม่หลับ เพราะภาพผู้ตายนอนจมกองเลือดยังติดตาอยู่ตลอดเวลา

"กระทั่งรุ่งเช้า ลูกสาวตื่นมาเล่าให้ฟังว่า ช่วงเวลา 03.00 น. หลังเกิดเหตุ ต้องสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินหมาหอนตรงสี่แยก และมีเสียงผู้หญิงร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด เดินกลับไปกลับมาระหว่างบ้าน สี่แยก และที่เกิดเหตุ ระยะทางประมาณ 100 เมตร ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่า เป็นผู้ตายที่รู้ตัวว่าถูกฆ่าตาย เดินร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด และร้องขอความเป็นธรรมให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้".