วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กองทัพ ปลื้ม 3 ปี รัฐบาล คสช.มีสัมพันธ์เพื่อนบ้านแน่นแฟ้น ไร้ขัดแย้ง

กห.ปลื้มยุค "บิ๊กป้อม" ปฏิรูปฯ ระบบงานต่างประเทศ 3 ปี คสช.สัมพันธ์เพื่อนบ้านฟื้น ไร้สถานการณ์สู้รบ วางยุทธศาสตร์สมดุลกับมหาอำนาจ ใช้การทูตเพื่อป้องปราม แต่ไม่ประมาท

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.60 ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคในรูปแบบต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริง แนวโน้มของสถานการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงที่อาจส่งผลภูมิภาคอาเซียนและไทย เพื่อเตรียมความพร้อมกำหนดแนวทางและเสริมสร้างความร่วมมือความมั่นคงกับต่างประเทศและท่าทีของไทยให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์

ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมได้ขับเคลื่อนเดินหน้างานปฏิรูปกองทัพเรื่องระบบงานต่างประเทศโดยกำหนดเป็น นโยบาย ยุทธศาสตร์ ในการเสริมสร้างความมั่นคงกับต่างประเทศ ที่เน้นงานเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างประเทศ ความร่วมมือและไว้เนื้อเชื่อใจกับมิตรประเทศ การทูตเชิงป้องกัน การสร้างเสถียรภาพ และสันติสุข การลดความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน การรักษาสมดุลกับประเทศที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาค

"3 ปีที่ผ่านมามีพัฒนาที่คืบหน้าไปมาก จะเห็นได้จากความสัมพันธ์ด้านการทหารกับทุกประเทศรอบบ้านในอาเซียนมีความแน่นแฟ้น ใกล้ชิดกันทุกระดับ ส่งผลให้เราสามารถควบคุมสถานการณ์ตามแนวชายแดนได้ด้วยความสงบ ไม่มีความขัดแย้งที่ต้องใช้กำลังทหารหรือความรุนแรง เกิดเสถียรภาพความมั่นคงร่วมกันในภูมิภาค ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่น พัฒนาการทางเศรษฐกิจของไทย และประเทศที่มีชายแดนติดกับไทยได้ชัดเจนขึ้นตามที่ปรากฏ"

พล.ท.คงชีพ กล่าวอีกว่า กระทรวงกลาโหม ยังเดินหน้าให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลกับประเทศมหาอำนาจที่มีบทบาทในสำคัญในภูมิภาค จะเห็นได้จากการแลกเปลี่ยนการเยือน การจัดทำความตกลงและความร่วมมือทางการทหาร ทั้งความร่วมมือเทคนิคทหาร และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ความร่วมมือในการฝึกศึกษา โดยยังคงจุดยืนร่วมกันในกรอบของอาเซียน ท่ามกลางการพัฒนาความสัมพันธ์ และความร่วมมือทางทหารกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างแน่นแฟ้น ควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลกับมิตรประเทศนั้นกระทรวงกลาโหมก็ไม่ได้ประมาท มีความจำเป็นต้องตรวจสอบสภาพแวดล้อมด้านยุทธศาสตร์ และเตรียมกำลังให้มีความพร้อมทันสมัยเพียงพอให้ทันกับภัยคุกคามที่อยู่ในเกณฑ์เสี่ยงที่พอรับได้.