วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดร.สุเมธ สอนมวยเรื่องข้าว การตลาดต้องให้ตรงจริต

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยว่า คนไทย ให้ความสำคัญในเรื่องข้าวมาก นอกจากข้าวอยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน ยังเป็นสินค้าที่ทำรายได้เข้าประเทศ แต่วันนี้ภาครัฐมุ่งแต่จะหาทางลดต้นทุนการผลิต จนลืมว่าชาวนามีความสำคัญเป็นอันดับต้น วันนี้สิ่งสำคัญรัฐต้องเร่งหาสวัสดิการให้ชาวนาให้เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้น ไม่อย่างนั้นแนวโน้มไทยต้องประสบปัญหาขาดแคลนชาวนารุ่นใหม่แน่ๆ เพราะลูกหลานชาวนารุ่นใหม่เมื่อเรียนจบส่วนใหญ่ไม่หวนกลับไปสู่อาชีพเดิม ที่ผ่านมาทางมูลนิธิข้าวไทยได้แก้ปัญหาด้วยการให้เด็กรุ่นใหม่เข้าแคมป์เรียนรู้งานที่สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (International Rice Research Institute : IRRI หรืออีรี) และให้กลับมาทำหน้าที่ทูตยุวชนข้าวคอยให้คำแนะนำปรึกษาเรื่องข้าวกับลูกหลานชาวนาด้วยกัน

ฉะนั้นเพื่อกำหนดทิศทางการส่งออกให้ตรงความต้องการผู้บริโภค มูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ กรมการข้าว ธ.ก.ส. และองค์กรร่วม 5 องค์กรหลัก ร่วมหาแนวทางการผลิต ศึกษาคุณค่าโภชนาการข้าวแต่ละสายพันธุ์ และคุณประโยชน์ข้าวที่มีต่อผู้บริโภค ชนิดและประเภท การบริโภคข้าวอย่างเหมาะสมกับสุขภาพของคนแต่ละกลุ่มวัย เพื่อทำให้ข้าวไทยยังเป็นอันดับ 1 ในใจของผู้บริโภค

“วันนี้ผู้ผลิต ผู้ค้าต้องปรับเปลี่ยนทิศทางการส่งออก จากเดิมที่มุ่งแต่ปริมาณ ต้องเปลี่ยนมาศึกษากลุ่มผู้บริโภค พฤติกรรมการกิน ควบคู่ กับการทำการตลาดอย่างการแนะนำวิธีปรุง เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับคุณค่าข้าวอย่างครบถ้วน ส่งเสริมการปลูกและแปรรูปข้าวที่เป็นข้าวสุขภาพให้มีรูปแบบทันสมัยบริโภคได้เร็ว เพื่อให้ตรงกับพฤติกรรมขานรับกับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป บริโภคปริมาณข้าวน้อยลง กินข้าวเป็นโภชนศาสตร์หรือกินข้าวเป็นยา”

ส่วนการส่งออก ดร.สุเมธ บอกว่า อย่ามุ่งตลาดเดียว ไม่อย่างนั้นหากตลาดใดตลาดหนึ่งมีการหยุดซื้อจะเกิดปัญหาทันที หนทางที่ถูกต้องกระจายตลาดให้มากที่สุดเพื่อลดความเสี่ยง และไทยเราเองข้าวพื้นเมืองกว่า 150 สายพันธุ์ แต่ละชนิดมีคุณค่าที่แตกต่างกันไป รัฐควรศึกษาตั้งแต่การปลูกควบคู่กับการแปรรูปที่สามารถบริโภคได้อย่างรวดเร็วและส่งเสริมให้ผลิตเชิงพาณิชย์ จะทำให้การตลาดยั่งยืน.