วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูปการเมืองถอยหลัง?

คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 สั่นสะเทือนวงการเมืองไทยอีกครั้ง แม้จะเป็นคำสั่งแก้ไขกฎหมายพรรคการเมือง อนุญาตให้พรรคทำ “ธุรการ” การเมืองบางอย่างได้ ไม่ใช่การรีเซ็ตพรรคเก่าให้สิ้นสภาพ และต้องจัดตั้งพรรคขึ้นใหม่ แต่เป็นการรีเซ็ตสมาชิกพรรคให้สมาชิกพรรคเก่าขาดสมาชิกภาพทันที หากไม่ยืนยันการเป็นสมาชิกและจ่ายเงินภายใน 30 วัน

นักวิชาการบางคนวิจารณ์ว่า คำสั่ง คสช.เป็นการรีเซ็ต ส.ส.เก่าของพรรคไปในตัว โดยเปิดช่องให้ย้ายพรรคได้ และเปิดทางให้มีการซื้อขายผู้สมัคร ส.ส.ได้ เพราะล้างไพ่สมาชิกพรรคเก่าทั้งหมด ขณะที่กรรมการ กกต.ท่านหนึ่งบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ที่จะจัดการเลือกตั้งได้ทันเดือนพฤศจิกายน 2561 ตามที่ คสช.สัญญา ถ้าต้องทำตามคำสั่งใหม่ คสช.

ส่วนปฏิกิริยาของพรรคการเมือง บรรดาแกนนำของสองพรรคใหญ่ ต่างดาหน้าออกมาถล่มอย่างดุเดือด พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเคยสงวนปากสงวนคำเมื่อพูดถึง คสช. แต่คราวนี้ค่อนข้างจะเข้มข้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เตือนว่าหากใช้อำนาจเพื่อตนเองหรือพวกพ้อง ขอให้ย้อนไปดูประวัติศาสตร์ผู้ใช้อำนาจมีจุดจบอย่างไร

นักการเมืองมองว่าคำสั่ง คสช. แทนที่จะปลดล็อกเพื่อให้พรรคทำกิจกรรมการเมือง ตามที่บังคับไว้ในกฎหมายพรรค กลับเป็นการเอื้อประโยชน์ให้พรรคที่จะตั้งขึ้นใหม่ เพื่อตั้งพรรคและหาสมาชิก ส่วนพรรคเก่าถูกมัดมือเท้า ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ถ้าสมาชิกพรรคเก่าไม่ยืนยันและไม่จ่ายเงินภายใน 30 วัน ต้องขาดสมาชิกภาพ

ผู้ที่ติดตามข่าวสารการเมืองน่าจะสังเกตเห็นได้ว่า เรื่องนี้มีการรับลูกกันอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มต้นจากนายกรัฐมนตรีที่บอกว่า ไม่ว่าจะเป็นพรรคเก่าหรือพรรคใหม่ ต้องให้ความเป็นธรรม พรรคเก่าต้องนึกถึงพรรคเล็กบ้าง ตามด้วยผู้ประกาศตั้งพรรค เพื่อสนับสนุนหัวหน้า คสช.เป็นนายกรัฐมนตรี ออกมาเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมาย เพื่อโละสมาชิกพรรคเก่า

คสช.อาจจะลืมไปแล้วว่า ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ที่ คสช.ประกาศใช้ สัญญาว่า คสช.จะปฏิรูปประเทศในทุกด้าน ทั้งด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน และกระบวนการยุติธรรม เป็นต้น บัดนี้เวลาล่วงเลยมาเกือบ 4 ปีแล้ว ได้ปฏิรูปการเมืองด้านใดที่มีผลเป็นรูปธรรม สามารถจับต้องได้ และประชาชนได้รับประโยชน์ วันนี้มีอะไรคืบหน้า

ตรงกันข้าม กลับมีความพยายามนำการเมืองก้าวถอยหลัง หาก คสช.คิดจะสืบทอดอำนาจ ต้องบอกประชาชนอย่างตรงไปตรงมา และอ่านผลการสำรวจล่าสุด ของสวนดุสิตโพล แม้จะมีคนถึง 60.07% สนับสนุนการตั้งพรรคใหม่ เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือก แต่ 53.29% คัดค้านพรรคใหม่สนับสนุนหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯ เพราะต้องการนายกฯจากการเลือกตั้ง.