วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เฮ ‘บัตรคนจน’ กู้ซื้อบ้านได้ 2 ล้าน ของขวัญปีใหม่ 2561

ของขวัญปีใหม่จากรัฐ เข้มก่อกวน-อุบัติเหตุ

รัฐบาลใจดีแจกของขวัญปีใหม่ 2561 แก่คนไทย เปิดโอกาสผู้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กู้เงินซื้อบ้านได้ไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อราย รวมทั้งให้เงินเป็นของขวัญสำหรับลูกค้าที่ผ่อนชำระดีย้อนหลัง 48 เดือน ไม่เป็นหนี้เอ็นพีแอลตลอดจนคืนดอกเบี้ยให้ลูกค้า ขณะที่ ครม.สัญจรครึกครื้นแจกของขวัญปีใหม่พรึบ ส่วนการเดินทางช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่ารับปีใหม่ นายกฯยันเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยเต็มที่ พุ่งเป้าเน้นถนนสายรอง เตือนคนขับสำนึกรับผิดชอบตัวเองและผู้โดยสาร กองทัพบกเปิดสถานที่ท่องเที่ยวภายในเขตทหารให้คนเที่ยวฟรี พร้อมดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางช่วงปีใหม่ทั่วประเทศ

เป็นประจำทุกปีที่ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่หน่วยงานด้านการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนจะมีความตื่นตัวจัดโครงการป้องกันอุบัติภัยแก่ประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาไปกราบพ่อแม่หรือเดินทางท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ได้มอบของขวัญชิ้นใหญ่ด้านการเงินจากธนาคารให้กับประชาชนคนอยากมีบ้านเป็นของตัวเองได้มีความสุขพร้อมครอบครัวในช่วงปีใหม่ที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ โครงการของขวัญปีใหม่ปี 2561 ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยโครงการแรกเพื่อส่งเสริมวินัยทางการเงินให้กับประชาชน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้ของขวัญ 1,000 บาท สำหรับลูกค้ารายย่อย ที่ผ่อนชำระหนี้ย้อนหลัง 48 เดือนไม่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะได้มีวงเงินกู้ รวมวงเงินกู้ทุกบัญชีภายใต้หลักประกันเดียวกันไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยต้องเป็นผู้กู้ที่มีการชำระเงินงวดของเดือนธันวาคม 2560 ช่วงระหว่างวันที่ 1-31 ธันวาคม 2560 คาดว่าจะมีผู้ได้รับของขวัญ 165,107 ราย

พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า ต่อมาเป็นโครงการชำระดี มีคืนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะคืนดอกเบี้ยให้ลูกค้า 30% ของ จำนวนดอกเบี้ย ที่ชำระในช่วงระหว่าง 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2561 สำหรับลูกค้าที่มีเงินต้นคงเป็นหนี้ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 ไม่เกิน 30,000 บาท คาดว่าจะมีผู้ได้รับของขวัญเป็นเกษตรกร 2.3 ล้านราย ขณะเดียวกัน มีโครงการสนับสนุนให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดย ธอส.ได้จัดทำโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัย สำหรับผู้ได้รับสิทธิ์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้มีรายได้น้อยทั่วไปและบุคลากรภาครัฐรวม 3 โครงการมีอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนและมีระยะเวลากู้ยืมสูงสุดถึง 40 ปี รวมทั้งมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมตามที่ธนาคารกำหนด ซึ่งให้ยื่นขอคำกู้ได้จนถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2561 หรือเมื่อธนาคารได้อนุมัติสินเชื่อเต็มโครงการแล้ว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า แบ่งออกเป็น ประชาชนผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่ง รัฐและประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีวงเงิน โครงการรวม 30,000 ล้านบาท วงเงินสูงสุดต่อรายให้กู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4 ปีแรก 2.75% ต่อปี กรณีวงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท และ 3% ต่อปีสำหรับวงเงินกู้มากกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท ขณะที่บุคลากรภาครัฐ มีวงเงินรวม 30,000 ล้านบาท ไม่จำกัดวงเงินสูงสุดต่อรายอัตราดอกเบี้ยคงที่ 4 ปีแรก เอ็มอาร์อาร์-3.75% ต่อปี หรือเทียบเท่า 3%ต่อปี

พล.ท.สรรเสริญยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยให้ประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและประชาชนผู้มีรายได้น้อยรวมถึงบุคลากรภาครัฐตามที่ธนาคารกำหนดที่มีภูมิลำเนาหรือต้องการที่อยู่อาศัย ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ ยะลา นราธิวาส ปัตตานี วงเงินโครงการรวม 1,000 ล้านบาท ให้วงเงินกู้สูงสุดต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาทสำหรับผู้ได้รับสิทธิ์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและไม่เกิน 2 ล้านบาท สำหรับผู้มีรายได้น้อยและบุคลากรภาครัฐกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปีแรกอยู่ที่ 2.5% ต่อปี

“การนำเสนอ ครม.ครั้งนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ ไม่ได้ขอเงินชดเชยดอกเบี้ยแต่อย่างใด แต่ขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อขอแยกบัญชี การทำโครงการดังกล่าว เพื่อนำผลกระทบรายได้ และค่าใช้จ่ายมาปรับตัวชี้วัดทางการเงินที่เกี่ยวข้องตามบันทึกข้อตกลงการประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจรวมถึงให้นำส่วนดังกล่าวบวกกลับเป็นกำไรสุทธิเพื่อคำนวณโบนัสพนักงาน และโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยของ ธอส. ขอให้ไม่นับรวมเอ็นพีแอล ที่เกิดจากการดำเนินโครงการ เป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของ ธอส.ด้วย” พล.ท.สรรเสริญกล่าว

ขณะที่ พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วย โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงที่สถาบันพลศึกษา วิทยาเขตสุโขทัย ต.บ้านกล้วย อ.เมืองสุโขทัย หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบของขวัญปีใหม่ที่แต่ละกระทรวงเตรียมบริการประชาชนจำนวนมาก อาทิ กระทรวงกลาโหม ใช้แคมเปญเติมความสุขให้คนไทยจากใจทหาร โดยจะมีมาตรการดูแลความปลอดภัย คอยช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกให้ประชาชน พร้อมทั้ง จะเปิดพิพิธภัณฑ์และแหล่งท่องเที่ยวของกองทัพให้เข้าชมฟรีตั้งแต่ 29 ธ.ค.60-4 ม.ค.61 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะเพิ่มเงินสนับสนุนเด็กแรกเกิดจาก 400 บาท เป็น 600 บาท ทำแอพพลิเคชั่นครอบครัวให้คนรู้สิทธิ์ช่องทางกฎหมาย ลดดอกเบี้ยบ้านแลกบ้าน กระทรวงพลังงานโดย ปตท.เตรียมข้าวสาร 1 ล้านถุง ถุงละครึ่งกิโลกรัม แจกให้ผู้ใช้บริการปั๊มน้ำมัน ปตท.ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. จนกว่าของจะหมด กระทรวงศึกษาธิการ จะให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงกับสถานศึกษา กิจกรรมอาชีวอาสา โรงเรียนประชารัฐจังหวัดชายแดน ภาคใต้ กระทรวงสาธารณสุข จะพัฒนาระบบบริการผ่าตัดวันเดียวกลับ กระทรวงยุติธรรม ออกมาตรการลดภาระรายจ่ายช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงกระบวน การยุติธรรม ขับเคลื่อนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นการบังคับคดี และการตรวจพิสูจน์โดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

พ.อ.หญิง ทักษดากล่าวอีกว่า กระทรวงแรงงาน ให้บริการตรวจสภาพ ซ่อมบำรุง รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ 77 จุดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.60-4 ม.ค.61 ให้ผู้ประกันตนกู้ซื้อบ้าน ในอัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่ 3 ปี กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ส่งมอบโครงการชลประทานขนาดเล็ก ส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ โครงการโคบาลบูรพา แจกปัจจัยการผลิต เปิดศูนย์วิชาการการเกษตรและศูนย์ศึกษาโครงการพระราชดำริให้ประชาชนเข้าชมฟรีตั้งแต่ 29 ธ.ค.60-4 ม.ค.61 ให้สหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศนำสินค้ามาจำหน่ายในราคาถูก

ส่วนการเดินทางกลับบ้านช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2561 ที่หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางได้เตรียมความพร้อมในการป้องกันอุบัติเหตุนั้น วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการดูแลความ ปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า รัฐบาลมีหลายมาตรการ ทุกอย่าง 90% ขึ้นอยู่คนขับรถที่จะต้องดูแลรถของตัวเอง ทั้งรถโดยสารและรถส่วนตัว การพักผ่อนอย่างเพียงพอและรถโดยสารที่มีการขับหลายกะก็เป็นอันตรายทั้งสิ้น การกินยาบำรุงเพื่อให้ขับรถนานๆก็เป็นอันตราย ต้องนึกถึงคนที่ฝากชีวิตไว้ด้วย ขึ้นอยู่กับคนขับคนเดียว

นายกฯกล่าวด้วยว่า สำหรับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่จะมีการวางจุดดูแลต่างๆอย่างเช่นปีที่ผ่านมา และเพิ่มในจุดเสี่ยงให้มากขึ้น เราต้องระดมสรรพกำลังทั้งหมด โดยเฉพาะเส้นทางรองที่ผ่านมาจะเกิดอุบัติเหตุมากกว่าเส้นทางหลัก เนื่องจากมีการใช้ความเร็วมากขึ้น เราจะระดมเจ้าหน้าที่ดูแลในจุดนั้น และจะมีมาตรการเสริมอาจจะมีการเปิดช่องทางพิเศษให้รถวิ่งสวนเลนในบางช่วง ส่วนการจอดพักรถในสถานที่ต่างๆ ไม่ว่า จะริมถนนหรือปั๊มน้ำมัน อย่าจอดล้ำเส้นถนนเข้ามา เพราะจะเป็นอันตราย โดยเฉพาะกลางคืนต้องแสดงสัญลักษณ์ให้ชัดเจนด้วย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ได้มีการประชุมกับทุกหน่วยงานเรื่องการเตรียมกำลังพล เครื่องมือให้พร้อม เพื่อให้สามารถช่วยเหลือช่วยชีวิตคนเมื่อเกิดอุบัติเหตุโดยเร็ว ต้องขอร้องเจ้าของผู้ประกอบการ รถโดยสารและเจ้าของรถส่วนตัว ทั้งหมดต้องรับผิดชอบ ตัวเอง ให้มีความยับยั้งชั่งใจ ไม่คึกคะนอง ไม่เมา ไม่ง่วง ไม่ขับรถเร็วจนเกินกฎหมายกำหนด ผู้โดยสารก็ต้องดูแลคนขับด้วย เพราะเท่ากับเราตายไปครึ่งตัว แล้ว การใช้โทรศัพท์ เล่นไลน์ในรถก็ยังมีอยู่ จากคลิปต่างๆที่มีให้เห็นเสมอ ขอให้หยุด ภรรยาถ้ารู้ว่า สามีขับรถไม่มีเรื่องจำเป็นเร่งด่วนจริงๆก็อย่าโทร. และจะเข้มงวดผู้ขี่รถมอเตอร์ไซค์ให้สวมหมวกนิรภัย รถยนต์กำชับการคาดเข็มขัด

นายกฯกล่าวอีกว่า ทุกคนต้องการความปลอดภัย อย่าให้มีการฝ่าฝืนกฎหมาย เจ้าหน้าที่ต้องระมัดระวังในการใช้กฎหมายให้ความเป็นธรรม ต้องไม่แกล้ง ไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ พวกเราทั้งหมดอย่าสร้างความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ใช้รถ ส่วนการนั่งหลังกระบะท้าย ที่วันนี้มีการขออนุโลมก็ระวังอย่าไปนั่งบนขอบ คนขับต้องระวังในการขับขี่

ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ปีนี้ ปภ.จะเน้นหนักให้ประชาชนรู้วินัยจราจร จะมีมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้น ป้องปรามการขับรถเร็ว เมาแล้วขับ ในถนนสายรองที่มีผู้เสียชีวิตมากจะใช้มาตรการที่ตัวบุคคล รวมทั้งมาตรการทางสังคม ส่วนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ ปัจจุบันยังบังคับใช้อยู่ แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการผ่อนปรน เนื่องจากเป็นวิถีชีวิตของประชาชนที่ใช้ กระบะในการสัญจร เพียงแต่ต้องดูแลเรื่องความปลอดภัย โดยจะห้ามนั่งขอบกระบะและห้ามดื่มสุราบนรถ

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกจัดกิจกรรม “กองทัพบก พร้อมใจมอบของขวัญวันปีใหม่ ให้กับประชาชน” ด้วยการอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ รวมทั้งจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ รักษาวัฒนธรรมอันดีของชาวไทย ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค.60 ถึง 3 ม.ค.61 ดังนี้ เปิดแหล่งท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์ และศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงภายในหน่วยทหาร ให้เข้าชมฟรี อาทิ อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า จ.เชียงใหม่ สวนน้ำค่ายสมเด็จพระบรม-ไตรโลกนาถ จ.พิษณุโลก โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จ.นครนายก อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ จ.กาญจนบุรี สวนสนประดิพัทธ์ จ. ประจวบคีรีขันธ์ สถานตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ สวนน้ำบุ่งตาหลั่ว เฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 จ.นครราชสีมา พิพิธภัณฑ์ทหารจังหวัดทหารบกเชียงราย เป็นต้น

พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังจัดตั้งจุดบริการประชาชน ที่ด้านหน้าค่ายทหาร ตามเส้นทางคมนาคมและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ จำนวน 526 จุด ทั่วประเทศ และจุดบริการที่อื่นๆ ตามความเหมาะสม และยังจัดกำลังพลจิตอาสาเข้าร่วมทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่างๆ ในโครงการ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” และร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครองและอาสาสมัคร ตั้งด่านตรวจ ป้องปรามอาชญากรรมและสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่สำคัญ แหล่งท่องเที่ยว เส้นทางที่มุ่งสู่พื้นที่ชายแดน

“ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ กองทัพบกขอส่งความ ปรารถนาดีให้กับพี่น้องประชาชนทุกท่าน ขอได้ใช้เวลากับครอบครัวในการร่วมกิจกรรมที่เป็นสิริมงคลกับการเริ่มต้นศักราชใหม่อย่างมีความสุข และขอให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวังทุกประการ” รองโฆษกกองทัพบกกล่าว

วันเดียวกัน นายวรนินทร์ อัษฎามงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามยีเอสเซลส์ จำกัด กล่าวว่าบริษัทได้ร่วมมือกับกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ดูแลพี่น้องชาวไทยที่เดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 28-29 ธ.ค.2560 ด้วยการจัดโครงการรณรงค์ “GS Battery พร้อมเป็นพลังให้คุณทุกเส้นทาง” ลงพื้นที่ให้บริการประชาชน ณ หน่วยบริการทางหลวง 4 จุดสำคัญ ดังนี้ จุดที่ 1 หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงวังมะนาว จ.เพชรบุรี จุดที่ 2 จุดพักรถถนนมอเตอร์เวย์ ฝั่งขาออก จ.ฉะเชิงเทรา จุดที่ 3 หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา จุดที่ 4 หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงทับกวาง จ.สระบุรี โดยเปิดให้บริการตรวจเช็กสภาพแบตเตอรี่รถยนต์ฟรี มอบน้ำดื่ม ผ้าเย็น ลูกอม บริการผู้เดินทาง พร้อมมอบแบตเตอรี่ Hybrid Extra 135 และแบตเตอรี่ รุ่น MFX Series ให้แก่ บก.ทล.เพื่อให้ประโยชน์ในหน่วยงานราชการ รวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาทด้วย

ช่วงเที่ยง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พ.ต.อ.ชาคริต มงคลศรี ผกก.8 บก.ทล. พร้อมคณะและ น.ส.อาภาหรือแม็กกี๊ ภาวิไล อายุ 24 ปี นักแสดงช่อง 7 เจ้าของผลงานละคร “ สารวัตรแม่ลูกอ่อน” เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.8 บก.ทล. พยาบาล รพ.ตร. และมูลนิธิกู้ภัยร่มไทร ร่วมกันปล่อยแถว เตรียมความพร้อมการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ภายใต้แนวคิด “ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม ร่วมรับผิดชอบสังคม” ที่บริเวณจุดพักรถทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือด่านทับช้าง 2 ถนนกาญจนา-ภิเษก กทม. โดยมอบกระบองไฟและเครื่องดื่มให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย

พ.ต.อ.ชาคริตกล่าวว่า ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองกรุงเทพฯ-พัทยา และกรุงเทพฯ-บางปะอิน จะยกเว้นการเก็บค่าผ่านทางตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 28 ธ.ค. 2560 ถึงเที่ยงคืนของวันที่ 4 ม.ค.2561 โดยถนนสายดังกล่าวเป็นเส้นทางหลักที่คนภาคเหนือ กลาง อีสาน และตะวันออก ใช้เดินทางจำนวนมากในช่วงเทศกาล มีจำนวนคนสัญจรเฉลี่ยประมาณ 6 หมื่นคนต่อวัน ขณะที่ในวันเดินทางไปและกลับมีจำนวนสูงสุดถึง 9 หมื่นคน ตำรวจทางหลวงจึงเตรียมเจ้าหน้าที่จำนวน 60 นาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยทั้งของมอเตอร์เวย์ และของภาคเอกชนประจำจุดพักรถด่านทับช้าง 2 นอกจากนี้ตลอดระยะทาง 65 กิโลเมตร จะมีเจ้าหน้าที่กระจายกำลังประจำจุดทุก 10 กิโลเมตร เพื่อคอยอำนวยความสะดวก ตั้งจุดตรวจเพื่อให้รถชะลอความเร็วเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ส่วนด่านธัญบุรีที่เคยก่อสร้างในปีที่ผ่านมา ขณะนี้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้การจราจรบริเวณด่านธัญบุรีคล่องตัวมากขึ้น

รัฐบาลใจดีแจกของขวัญปีใหม่ 2561 แก่คนไทย เปิดโอกาสผู้รับบัตร สวัสดิการแห่งรัฐ กู้เงินซื้อบ้านได้ไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อราย รวมทั้งให้เงินเป็นของขวัญสำหรับลูกค้าที่ผ่อนชำระดีย้อนหลัง 48 เดือน ไม่เป็นหนี้เอ็นพีแอลตลอดจนคืนดอกเบี้ย 27 ธ.ค. 2560 00:51 27 ธ.ค. 2560 05:31 ไทยรัฐ