วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ภารกิจเหนือสิ่งอื่นใด แม้ชีวิต! ตามติดชีวิต ‘รีคอน’ เดนตาย เหนือมนุษย์ ที่สุดแห่งนักรบ

ภารกิจเหนือสิ่งอื่นใด แม้ชีวิต! ตามติดชีวิต ‘รีคอน’ เดนตาย เหนือมนุษย์ ที่สุดแห่งนักรบ

  • Share:

จากดราม่ากระฉ่อนนาวิกโยธิน เกี่ยวกับ “ปมนายพลป่วนรีคอน” ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นดังกล่าว ทำให้ประชาชนที่ติดตามความเคลื่อนไหวมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการฝึกหลักสูตรการรบพิเศษ แขนงการลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบกและจู่โจม หรือ รีคอน กันออกไปต่างๆ นานา

ในขณะที่ ครั้งหนึ่ง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสเดินทางไปติดตามการฝึกหลักสูตรรีคอนอย่างใกล้ชิด จนสามารถรับรู้ได้ถึงการฝึกที่เข้มข้น ความรู้ทางทหารที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และความตั้งใจจริงของเหล่านักเรียนรีคอนรุ่นที่ 47 รวมถึงครูฝึกในรุ่นดังกล่าวด้วย

ในครั้งนี้ ทีมข่าวจึงขอประมวลเรื่องราว และภาพของการฝึกรีคอนรุ่นที่ 47 แม้การฝึกในครั้งนี้จะผ่านไปจวบจนครบขวบปีแล้ว แต่ความโหด ความกล้า เกียรติภูมิแห่งคนเหนือคนยังคงอยู่เสมอ ไม่เปลี่ยนแปลง...

แม้จะถูกต้านทานอย่างหนัก จากศัตรูที่โหดเหี้ยม
ภูมิประเทศ และ ลม ฟ้า อากาศ จะเลวร้ายสักปานใดก็ตาม
ก็หาทำให้ทหารหน่วยนี้เสียขวัญ จนเปลี่ยนความตั้งใจ
แต่อย่างใดไม่ เพราะเรายึดมั่นอยู่เสมอว่า
“ภารกิจเหนือสิ่งอื่นใด แม้ชีวิต”
คําปฏิญาณ นักรบพิเศษ Recon

การฝึกนักรบรีคอนนั้น มีกระบวนการฝึกที่โหด หิน ทรหด กดดันอย่างมาก จนพวกเราทีมข่าวต้องตั้งคำถามกับคนเหล่านี้ว่า เพราะเหตุใด ชายชาตินักรบเหล่านี้ ถึงยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายถวายชีวิต เพื่อให้ได้มาซึ่งปีกรีคอน?

ผู้สื่อข่าวมีโอกาสได้เดินร่วมทางไปพร้อมๆ กับเหล่านักเรียนรีคอน รุ่นที่ 47 ท่ามกลางแสงแดดอันแผดเผา ลุยฝุ่นลูกรังคลุ้งตลบไปทั่วบริเวณ โดย 01 นามเรียกขานของ ณัฐพงศ์ อินต๊ะวงค์ (เดิมติดยศ เรือโท) นักเรียนรีคอนวัย 26 ปี ผู้มาจากกองทัพเรือ กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งระหว่างเดินเท้าท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุ ว่า “ณ ขณะนี้ ก็นับว่าเป็นระยะเวลายาวนานถึง 12 ชั่วโมงแล้วที่ผมยังไม่ได้นอน เพราะอยู่ในช่วงการฝึกปัญหาต่อเนื่อง 60 ชั่วโมง แต่ตอนนี้สภาพร่างกายโดยรวมของผมและเพื่อนๆ น้องๆ คนอื่น ถือว่ายังโอเคกันอยู่ครับ”

รีคอนหมายเลข 01 รุ่นที่ 47

01 (อ่านว่า ศูนย์หนึ่ง) ทำไมคุณถึงยอมมาทุกข์ทนกับการฝึกอันทรหด ยอมเจ็บปวด ยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย คุณทำไปเพื่ออะไร? ผู้สื่อข่าวถามตรงๆ กับนักเรียนรีคอนหมายเลข 01 ที่ ณ วินาทีนี้ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อไคลและคราบฝุ่น ริมฝีปากของเขาแห้งผาก ชนิดที่ว่าเห็นหนังปากลอกออกมาเป็นแผ่นๆ แต่ 01 ยังคงตอบคำถามของเราด้วยเสียงดังฟังชัด สมชายชาติทหารว่า “หากถามกันตรงๆ ว่า ทำไมวันนี้ผมถึงยอมถอดยศชั่วคราว เพื่อมาเรียนรีคอน หนึ่งในสุดยอดหลักสูตรที่นับว่าเป็นอันดับต้นๆ ของหน่วยรบพิเศษของกองทัพไทย คำตอบสำหรับผมก็คือ...(01 เงียบไปชั่วครู่)

“ผมเชื่อครับว่า มีผู้คนมากมายที่เขาไม่ทราบหรอกครับว่า เครื่องหมายรีคอนที่ติดอยู่บนแผงหน้าอกของทหารบางคน หรือตำรวจบางคนนั้นคืออะไร และทหารตำรวจพวกนี้ เขาได้มาจากไหน แต่สำหรับคนที่รู้จักเครื่องหมายรีคอนมาบ้าง เขาจะรับรู้ได้เลยครับว่า เครื่องหมายน้ำ ฟ้า ฝั่งนี้ คือความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของชีวิตลูกผู้ชาย เพราะเมื่อได้ฝึกรีคอน เมื่อได้เครื่องหมายรีคอน และเมื่อได้เป็นนักรบรีคอน มันคือที่สุดของที่สุดในชีวิตของชายชาติทหารอย่างพวกผม01 กล่าวอย่างภาคภูมิ

- นักรบรีคอน = แข็งแกร่ง ทรหด เหนือคนทั่วไป

ในระหว่างการฝึกรีคอนรุ่นที่ 47 นาวาโท ธีรยุทธ ภักดีภักดิ์ หัวหน้าแผนกวิชาการรบพิเศษ ยืนตระหง่านท่ามกลางนักเรียนรีคอนกว่าหกสิบชีวิต ก่อนจะเกริ่นถึงเรื่องราวหลากหลายแง่มุมของนักรบพิเศษรีคอนด้วยความภาคภูมิว่า หลักสูตรการรบพิเศษ แขนงการลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบกและจู่โจม นาวิกโยธิน หรือ “นักรบรีคอน” นั้น เป็นหน่วยรบพิเศษของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน แห่งกองทัพเรือ ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานจากทะเลสู่ฝั่ง

“โดยผู้ที่สามารถผ่านหลักสูตรนี้ไปได้ จะต้องเป็นผู้ที่มีขีดความสามารถรอบด้าน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี มีความแข็งแกร่งทั้งกายและใจ อีกทั้ง ยังต้องมีความอดทนสูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่าตัว เนื่องจากภารกิจของนักรบรีคอนนั้น จะต้องปฏิบัติงานอย่างหลากหลายมิติ ซึ่งมิติที่ว่านี้ก็คือ นำ้ ฟ้า ฝั่ง” ว่าที่ น.ท.ธีรยุทธ หัวหน้าแผนกวิชาการรบพิเศษ บอกเล่าถึงคุณสมบัติของสุดยอดนักรบ

นาวาโท ธีรยุทธ ภักดีภักดิ์

“การที่จะฝึกใครสักคนให้เป็นนักรบรีคอนได้นั้น เราต้องสอนให้เขาเรียนรู้และรับมือกับความอดทน ความทรหด และความยากลำบากให้ได้ เพราะในสนามรบ พวกเราชายชาติทหารจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า สถานการณ์ ณ เวลานั้น มันโหดร้ายและหนักหนากว่าที่เราฝึกหลายร้อยเท่า เพราะที่นั่นไม่มีใครปรานีใคร โดยเฉพาะการต่อสู้กับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ทุกวันที่เราเดินออกไป เราเผชิญกับความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา หากไม่ระมัดระวัง หรือไปคนเดียว อาจโดนจับไปทรมานได้” ว่าที่ น.ท.ธีรยุทธ หัวหน้าแผนกวิชาการรบพิเศษ บอกเล่าจากประสบการณ์ชีวิต

ยอมอุทิศฟันฝ่า
เพื่อให้ได้ชื่อว่า
สมเป็นลูกผู้ชาย

แกร่งดังเหล็กเพชร

เด็ดกว่าเหล็กไหล

พวกเราล้วนไซร้..

นักเรียนลาดตระเวน

ธงชัยนำหน้า ไม่ว่าที่ไหน
เราจะตามไป
มิให้คลาดคลา 
ภูมิประเทศลมฟ้า
จะมาแบบไหน
 ฟันฝ่ามันไป
เพื่อเอาชัยกลับมา เหนื่อยนักมองธง
เอ้า ธงยังอยู่
 เราจึงต้องสู้ สู้ให้ยิบตา..
หน่วยของเรานี้
มีดีหนักหนา

สมญานามว่า Recon กล้าตาย..!!

สมญานามว่า Recon กล้าตาย..!!

บันทึกคำบอกเล่า จากนักรบรีคอนหมายเลข 06

โดย พันจ่าเอก สามารถ พงศ์อลงกรณ์ รีคอนหมายเลข 06 รุ่นที่ 47 บอกเล่ากับผู้สื่อข่าวภายหลังประดับปีกอ่อนเป็นที่เรียบร้อยว่า “ผมคิดว่า ครูฝึกบางคนเป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ ยกตัวอย่างเช่น ครูสั่งให้นักเรียนกระโดดจากหัวเรือลงทะเล ซึ่งมีความสูงประมาณสิบกว่าเมตร พอได้ยินคำสั่งจากครู นักเรียนก็หันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก จะเอาอย่างไรกันดี แต่ยังไม่ทันที่นักเรียนจะได้ทำใจ ครูฝึกก็กระโดดตู้มลงไปเลย นักเรียนเห็นครูทำอย่างนั้นก็ต้องกระโดดตามลงไปด้วย เพราะเมื่อใจครูเขาได้ ใจเราก็ต้องได้เหมือนกัน ท่านนำดี ตามจึงดีไปด้วย”

พันจ่าเอก สามารถ พงศ์อลงกรณ์ รีคอนหมายเลข 06 รุ่นที่ 47


“ครูบางท่านมีวิชาความรู้เท่าใดก็ให้นักเรียนหมด ยกตัวอย่างเช่น การยิงปืน นักเรียนจะได้เทคนิคดีๆ มากมายจากครูฝึก แต่ถ้าไปเรียนยิงปืนของเอกชน อย่างน้อยๆ นักเรียนก็ต้องเสียเงินไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่นบาท”
รีคอนหมายเลข 06 ยกตัวอย่างความประทับใจด้วยหัวใจ

“เด็กรุ่นใหม่ๆ ต้องรู้เอาไว้ว่า เมื่อได้เกิดมาเป็นทหารนาวิกโยธิน เราในฐานะชายชาติทหารควรมีเครื่องหมายรีคอนประดับหน้าอก แต่ถ้าเกิดเป็นทหารนาวิกโยธิน แต่กลับไร้เครื่องหมายรีคอนแล้วนั้น ย่อมเท่ากับว่า คุณเป็นนาวิกโยธินที่ไม่สมบูรณ์ เพราะจักเป็นนย.สักครั้งไซร้ ต้องมีเครื่องหมายรีคอน จึงจะฝังหฤทัยจนวายปราณจริงๆ” พันจ่าเอก สามารถ รีคอนหมายเลข 06 รุ่น 47 ทิ้งท้ายด้วยใจความอันใหญ่ยิ่ง

บันทึกคำบอกเล่า จากรีคอนหมายเลข 53

แสงแดดอ่อนๆ เหนือท้องฟ้าสัตหีบสาดส่องไปทั่วผืนฟ้าและผืนน้ำ รอยยิ้มของนักเรียนรีคอนดูสดชื่นสดใสมากกว่าที่เคย จ่าเอก ชาตรี ทองทับทิม รีคอนหมายเลข 53 รุ่นที่ 47 กล่าวด้วยใบหน้าแช่มชื่นกับผู้สื่อข่าวว่า ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ผมยอมรับว่า มีหลายครั้งที่เผลอคิดไปว่า เราไม่ไหว เราไม่รอด ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องออกแน่ๆ แต่เมื่อหันไปมองเพื่อนอีก 60 ชีวิตที่เดินเคียงบ่าเคียงไหล่อยู่ด้วยกัน พวกเราผลัดกันช่วย พวกเราผลัดกันยก พวกเราผลัดกันให้กำลังใจ สติที่เผลอคิดออกไปก็ถูกเรียกกลับมาอีกครั้ง ต้องไหวๆ ต้องรอดๆ ต้องจบให้ได้ นี่คือสิ่งที่ผมกัดฟันท่องอยู่ในใจเสมอ

จ่าเอก ชาตรี ทองทับทิม

“ความรู้สึกของผมตอนนี้เหมือนตายแล้วเกิดใหม่อีกครั้ง เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมและเพื่อนตกอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันอย่างหนัก เหนื่อยอย่างหนัก หิวอย่างหนัก หลายต่อหลายครั้งที่เราว่ายน้ำต่อเนื่องยาวนาน 5 ชั่วโมง ไกล ร้อน มองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น จนบางทีก็แอบคิดไปว่า เราอาจจะทำไม่สำเร็จ แต่ในท้ายที่สุด ผมก็ได้พบว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เราไปเป็นทีม ไม่ว่าจุดหมายจะยากหรือไกลแค่ไหน เราก็ไปถึง จ่าเอก ชาตรี กล่าวอย่างปลาบปลื้มในความเป็นรีคอน 47.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้