วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อวัย106ปีร้องศาล สั่งยึดที่ดินคืน หลังยกให้ ลูก-หลาน ไม่เคยเหลียวแล

คดีตัวอย่าง!! พ่อวัย 106ปี ร้องศาลถูกลูกชายกับหลานชายไม่เหลียวแล หลังมอบมรดกที่ดินสวนยางพาราให้ หลังศาลนัดไต่สวนครั้งแรก ทั้ง 2 ยอมให้เงินเป็นค่าเลี้ยงดู เดือนละ 5 พัน กับหลานเดือนละ 3 พันบาท แถมค่าปลงศพอีก 1 แสน 5 หมื่นบาท แต่จ่ายได้เพียง 10 กว่าเดือน ก็เบี้ยวอีก จึงต้องจ้างทนายร้องศาลเป็นครั้งที่สอง ผลแห่งการไม่ดูแล ศาลสั่งยึดทรัพย์เพื่อจำนอง ขายทอดตลาด จนหลานชายแค้นหนักบุกไปที่บ้านน้าสะใภ้ ร้องข่มขู่ถึงชีวิต...


เหตุการณ์คดีตัวอย่างรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 ธ.ค. นางอรพรรณ รักษ์ษาสัตย์ อายุ 55 ปี มีอาชีพทำสวนยางพรา อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 10 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช นำความเข้าแจ้งต่อ ร.ต.อ.(หญิง) จิตตินันทน์ สุวรรณชาตรี รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งสง ว่า เมื่อตอนเย็นวันที่ 25 ธ.ค. ขณะตนอยู่ที่บ้านพัก ได้มี นายพิชิตศักดิ์ หรือ ศุภกิจ หรือ หม่อง รักวรกิจภาคิน อายุ 32 อยู่บ้านเลขที่ 122 หมู่ที่ 5 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของสามี ได้มาที่บ้าน พร้อมกับร้องตะโกนด่าต่างๆ นานา ก่อนจากไปร้องบอกว่า "มึงไม่เคยตายกันหรือ" นางอรพรรณ เกรงว่า จากคำข่มขู่ดังกล่าวตนอาจได้รับอันตาย จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน


นางอรพรรณ กล่าวถึงสาเหตุที่ นายพิชิตศักดิ์ มาข่มขู่ตนครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก นายปลอด รักษาสัตย์ อายุ 106 ปี พ่อของสามี (พ่อตา) ซึ่งปัจจุบันยังมีสุขภาพแข็งแรงดี ได้มอบหมายให้ทนายความฟ้องศาลจังหวัดทุ่งสง ขอที่ดินซึ่งเป็นสวนยางพารา ที่มอบให้นายชิณพน หรือ ปลอบ รักวรกิจภาคิน อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นลูกชาย เป็นสวนยางพารา เนื้อที่ 5 ไร่เศษ และที่ดินสวนยางพาราเนื้อที่ 2 ไร่เศษ จากนายพิชิตศักดิ์ วรกิจภาคิน ลูกชายของนายชิณพน กลับคืน


นายปลอด พ่อเฒ่าร้องต่อศาล มีใจความว่า ข้าพเจ้าได้ยกที่ดินให้กับลูกชาย และหลานชาย เพื่อได้ทำมาหากิน และเลี้ยงดูข้าพเจ้าในวัยชรา ซึ่งข้าพเจ้ามีอายุมากแล้วไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ ปรากฏว่าหลังจากได้รับที่ดินไปแล้ว นายชิณพน ลูกชาย และ นายพิชิตศักดิ์ หลาน ไม่ได้ให้การดูแล และไม่ยอมให้เงินเป็นค่าใช้จ่ายตามที่ตกลงกันไว้ ทำให้ข้าพเจ้าต้องได้รับความลำบาก ต้องพึ่งพาอาศัยลูกหลานคนอื่นๆ ในการดูแล และหาอาหารให้รับประทานประทังชีวิตไปเพียงวันๆ ขณะเดียวกันนี้ ลูกชาย และหลานชายแท้ๆ ยังไปเปลี่ยนนามสกุลเป็น "รักวรกิจภาคิน" เหมือนกับไม่ยอมรับว่าตนเป็นพ่อบังเกิดเกล้า


หลังจากที่ศาลไต่สวนพยาน และตรวจสอบหลักฐานต่างๆ เรียบร้อยแล้ว จึงมีคำสั่งให้ประนีประนอม เพราะถือเป็นพ่อ ลูก และหลาน โดยสั่งให้ นายชิณพน จ่ายเงินค่าเลี้ยงดูให้นายปลอด บิดา เดือนละ 5 พันบาท และให้ นายพิชิตศักดิ์ หลานชายจ่ายเงินให้นายปลอด เดือนละ 3 พันบาท ติดต่อกันไปจนสิ้นอายุขัยโจทก์ เริ่มงวดแรกเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2559 โดยให้นำเงินฝากเข้าบัญชีนายปลอด ธนาคารเกษตรและสหกรณ์ หากจำเลยผิดนัดชำระเงิน 2 งวดติดต่อกัน ยินยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที จำนวนเงิน 200,000 บาท และหากโจทก์ถึงแก่ความตาย จำเลยตกลงจ่ายเงินค่าปลงศพให้กับทางญาติที่จัดงานศพ จำนวน 150,000 บาท ปรากฏว่า นายชิณพน และ นายพิชิตศักดิ์ จ่ายเงินให้นายปลอดเพียง 10 กว่าเดือน โดยจ่ายบ้างไม่จ่ายบ้าง เมื่อเป็นเช่นนี้ นายปลอด จึงแต่งตั้งทนายความไปร้องศาลเป็นรอบที่สอง ศาลพิจารณแล้วเห็นว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงกันไว้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ศาลจึงมีคำสั่งยึดทรัพย์ที่ดินสวนยางพาราทั้ง 2 แปลง เพื่อกลับคืนให้นายปลอด ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กองบังคับคดีได้นำคำสั่งศาลไปแจ้งให้จำเลยทั้ง 2 ทราบ พร้อมกับนำคำสั่งไปปิดไว้ในสวนยางพาราอีกด้วย.