วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เจษฎา สุวรรณาภัย ดีไซเนอร์คลื่นลูกใหม่ไฟแรงสูง

เจษฎา สุวรรณาภัย ดีไซเนอร์คลื่นลูกใหม่ไฟแรงสูง

  • Share:

ปฏิวัติชุดเจ้าสาวให้สวยในแบบฉบับตัวเอง

เป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เดินตามบุพการีด้วยความชื่นชอบการเป็นดีไซเนอร์ “เจษฎา สุวรรณาภัย” คนรุ่นใหม่ที่พร้อมก้าวขึ้นต่อยอดและสร้างชื่อธุรกิจของครอบครัวด้วยฝีมือและความตั้งใจ

ซูม-เจษฎา สุวรรณาภัย ลูกชายคนเดียวของ นันทิชา รตาไปนนท์ ดีไซเนอร์และช่างเสื้อมีฝีมือ เล่าว่า แรกเริ่มเดิมทีคุณแม่ทำธุรกิจด้านการตัดเย็บเสื้อผ้ามาก่อน ทำให้ตนได้ซึมซับงานด้านนี้มาตั้งแต่เด็ก เริ่มเรียนรู้ตั้งแต่การสอยชายกระโปรง การวางแบบชุด เรียนรู้ด้านเนื้อผ้าแต่ละชนิด พอเริ่มโตขึ้นจากความเคยชินจึงกลายเป็นความชอบ และความรักในที่สุด เลยทำให้มาเลือกเรียนด้านดีไซน์ ที่มหาวิทยาลัยรังสิต แต่เพราะเป็นคนที่คิดนอกกรอบเลยมีความรู้สึกว่า มันไม่ตอบโจทย์ ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่บุคลิกเรา เรียนได้ประมาณ 3 ปี ตัดสินใจดร็อปเรียน แล้วเข้ามาบริหารห้องเสื้อชุดแต่งงานอย่างเต็มตัว ประกอบกับเหล่าเพื่อนสนิทที่เรียนจบออกมามีความคิดอยากออกแบบชุดแต่งงานให้มีความโมเดิร์นและหลุดออกจากกฎเกณฑ์เดิมๆของชุดแต่งงาน จึงมาร่วมกันเปิดห้องเสื้อชุดแต่งงาน “MIRROR MIRROR BANGKOK” ตั้งอยู่ที่ซอยพัฒนาการ 46 สามารถติดต่อได้ที่ โทร.09-7086-5512 เว็บไซต์ www.mirrorbkk.com เฟซบุ๊ก : ชุดแต่งงาน by MirrorMirror ไลน์ @mirrormirror

ดีไซเนอร์รุ่นใหม่วัย 25 ปี เล่าถึงแรงบันดาลใจในการทำงานว่า แรงบันดาลใจมาจากกระจกวิเศษในเทพนิยายสุดคลาสสิกอย่างเรื่อง สโนว์ไวท์ ซึ่งนำมาเป็นชื่อห้องเสื้อ ในคอนเซปต์ที่อยากสะท้อนความจริงใจและสร้างสรรค์ชุดสวยสำหรับวันสำคัญที่หญิงสาวทุกคนใฝ่ฝัน เพื่อให้ว่าที่เจ้าสาวทุกคนได้สวยที่สุดในแบบของตัวเอง จุดเริ่มต้นจริงๆ ก็ตอนอายุประมาณ 15 ปี จำได้ว่าชุดแต่งงานในสมัยนั้นจะเป็นแนวเจ้าหญิง เจ้าสาวที่ต้องสวมชุดใหญ่ๆ พองๆ เราเลยมองว่า ทำไมตลาดชุดแต่งงานถึงเป็นแบบนี้ เลยพยายามคิด และอยากทำให้มีความเป็นแฟชั่นมากขึ้น อาศัยติดตามแฟชั่นของเมืองนอกว่าทำไมถึงแตกต่างกับบ้านเรา จึงนำเอาจุดเด่นตรงนั้นมาผสมผสาน ด้วยคอนเซปต์ที่อยากสะท้อนความจริงใจและสร้างสรรค์ชุดวิวาห์ให้ว่าที่เจ้าสาวทุกคนได้สวยที่สุดในแบบของตัวเอง

“แนวคิดการทำงานของผม จะเน้นการทำงานเป็นทีม แต่ส่วนตัวแล้วก็เป็นคนคิดเยอะ มองปัญหาไว้ก่อน และวางแผนในภาพรวม เพื่อจะได้เห็นรายละเอียดในการทำงาน ซึ่งการทำงานทุกชิ้นต้องใช้ความรัก ความจริงใจกับลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ และการมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ รวมทั้งรู้จัก ใส่ใจ ดูแลคนรอบข้าง ถือเป็นหัวใจหลักในการบริหารธุรกิจเหมือนกัน” ดีไซเนอร์หนุ่มบอกถึงหัวใจในการทำงานของเขา

ส่วนอนาคต หนุ่มไฟแรงคนนี้บอกว่า ตั้งใจให้ MIRROR MIRROR BANGKOK ไม่ใช่ร้านเช่าชุด ไม่ใช่ร้านพรีเวดดิ้ง แต่คือแบรนด์แฟชั่นชุดแต่งงานแบรนด์หนึ่ง ที่อยากให้เจ้าสาวมีชุดสวยๆในแบบของตัวเอง มั่นใจในวันพิเศษที่กำลังจะมาถึง และที่พิเศษคือ ไม่ต้องกลัวว่าชุดที่ได้จะซ้ำกับใคร เพราะชุดของคุณจะมีเพียงชุดเดียวในโลกไม่มีใครเหมือน ที่สำคัญเราก็ตั้งเป้าไว้ว่าต้องขึ้นเป็นท็อปแบรนด์ในด้านชุดแต่งงานให้ได้ คือถ้าพูดถึงชุดแต่งงานก็ต้องนึกถึง MIRROR MIRROR BANGKOK เป็นอันดับแรกตั้งใจมั่นใจไฟแรงขนาดนี้ก้าวไปไกลแน่นอน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้