วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตม.ชี้ผู้โดยสารสะสมส่งผลทำวีซ่าสนามบินช้า ลุยแก้-อำนวยความสะดวกเต็มที่

ตม.แจงการทำวีซ่าให้นักท่องเที่ยวที่สนามบินเป็นไปตามขั้นตอนคัดกรองตามหลักสากล โดยช่วงผู้โดยสารลงเครื่องเข้าประเทศสะสม อาจจะล่าช้า แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ เตรียมแก้ไข... 

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 ในฐานะโฆษก บก.ตม.2 และรองโฆษก สตม. กล่าวถึงประเด็นการออก VISA on Arrival (VOA) หรือการยื่นทำวีซ่าเมื่อเดินทางมาถึงสนามบินของ ตม. ล่าช้ารอ 4-5 ชั่วโมง ว่า การออกวีซ่าเป็นขั้นตอนการคัดกรองชาวต่างชาติตามหลักสากล ซึ่งปกติจะเป็นขั้นตอนที่ดำเนินการก่อนเดินทางที่สถานทูต เพื่อให้มีเวลาตรวจสอบโดยละเอียด

สำหรับประเทศไทยกำหนดให้มีการยกขั้นตอนคัดกรองล่วงหน้ามาไว้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อลดภาระในการที่ชาวต่างชาติต้องเดินทางไปสถานทูต และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวระยะสั้น

พ.ต.อ.เชิงรณ กล่าวต่อว่า สำหรับชาวต่างชาติทั้งสิ้น 18 สัญชาติ เรียกว่า VOA โดยมีระยะเวลาอนุญาต 15 วัน สำหรับคนชาติที่ใช้ VOA มากที่สุดคือ จีน อินเดีย โดย ด่าน ตม.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง จะมีผู้ขอ VOA สูงสุด ที่สุวรรณภูมิ มีประมาณวันละ 6,000-7,000 คน

ทั้งนี้ การออก VOA เจ้าหน้าที่ ตม. ใช้ขั้นตอนการคัดกรองตามกฎหมายเช่นเดียวกับการออกวีซ่าที่สถานทูตตามหลักความมั่นคง เช่น การตรวจสอบเอกสารคำร้อง การสัมภาษณ์ การตรวจสอบหลักฐานการท่องเที่ยว ที่พักและเงินติดตัว เป็นต้น จากนั้นจึงจะพิจารณาออกวีซ่า และจัดเก็บค่าธรรมเนียมตามกฎหมายและออกใบเสร็จ โดยจะใช้เวลาต่อคน 3 นาที จากนั้นจึงเข้าสู่การตรวจอนุญาตขาเข้าเช่นเดียวกับผู้โดยสารขาเข้าทั่วไป

พ.ต.อ.เชิงรณ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีเหตุล่าช้าที่มีการกล่าวว่าใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง อาจเนื่องจากมีผู้โดยสารสะสมในช่วงชั่วโมงเที่ยวบินลงสะสมหนาแน่น ซึ่ง ตม.ได้อำนวยความสะดวกโดยเปิดช่องตรวจขาเข้า โดยให้ผู้โดยสารที่ได้รับ VOA เข้าตรวจขาเข้าได้เลย โดยไม่ต้องไปรอคิวขาเข้ากับผู้โดยสารปกติ ซึ่งอาจจะทำให้ล่าช้าไปนับชั่วโมงในชั่วโมงเที่ยวบินหนาแน่น

อย่างไรก็ตาม การออก VOA ได้รับความนิยม โดยเฉพาะผู้โดยสารจากจีน อินเดีย เนื่องจากเป็นชาตินิยมเที่ยวในไทย และประหยัดเวลากว่าการไปขอวีซ่าที่สถานทูต ซึ่งต้องใช้เวลาคัดกรองนับสัปดาห์ เทียบกับการออกวีซ่าบางชาติใช้เวลานับเดือน เช่น แถบยุโรป และอเมริกา เป็นต้น

พ.ต.อ.เชิงรณ กล่าวต่อว่า ด้วยเวลาอันจำกัดเจ้าหน้าที่ ตม. จึงจำเป็นต้องเน้นมาตรการคัดกรองโดยละเอียด โดยเฉพาะการอาศัยโอกาสของกลุ่มขบวนการ หรือ มิจฉาชีพแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเข้าไทย เช่น แก๊งสกิมเมอร์ แก๊งบัตรเครดิตปลอม และแก๊งลักทรัพย์ เป็นต้น ดังที่ปรากฏเป็นข่าว

อย่างไรก็ตาม ด้าน พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 กล่าวว่า ยืนยัน สตม.ไม่ได้นิ่งเฉย และจะได้หารือแนวทางแก้ไขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับเที่ยวบิน การเพิ่มพื้นที่ทางกายภาพ และการบริหารจัดการด้านอื่นๆ โดยไม่ให้กระทบกับความมั่นคงต่อไป.