วันจันทร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สถ.กำชับ อปท.ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ห่วงใย ปชช.กำชับ อปท.ดำเนินการป้องกัน-ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2561

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 60 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 จะมีวันหยุดราชการติดต่อกันหลายวัน ประชาชนใช้รถใช้ถนนในการเดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนา และเดินทางท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนสูงกว่าในช่วงปกติ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกัน และลดความสูญเสียจากปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 นี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ความร่วมมือประสานงานด้านการดำเนินการป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด และศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอ เพื่อบูรณาการแผนปฏิบัติการ และสนับสนุนอัตรากำลัง ภารกิจ งบประมาณ และการรณรงค์ต่างๆ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ และสภาพพื้นที่ของแต่ละพื้นที่ รวมถึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อบูรณาการจัดตั้งจุดตรวจ/จุดบริการประชาชน/ด่านชุมชน และการจัดชุดสายตรวจตามเส้นทางสายหลัก (ทางหลวงแผ่นดิน) สายรอง (ทางหลวงชนบท ถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานอื่น) และสถานที่ชุมชนหรือหน้าสถานบันเทิง เพื่อเป็นการป้องปรามการฝ่าฝืนกระทำความผิดตามมาตรการ 1ร. 2ส. 3ข. 4ม. (10 รสขม) ได้แก่ 1. ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 2. ขับรถย้อนศร 3. ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร 4. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 5. ไม่มีใบขับขี่ 6. แซงในที่คับขัน 7. เมาสุรา 8. ไม่สวมหมวกนิรภัย 9. มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย 10. ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ และใช้มาตรการควบคุมทางสังคมและชุมชน โดยเทศบาลองค์การบริหารส่วนตำบล จะบูรณาการร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) อาสาสมัครทางหลวงชนบท (อส.ทช.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) อาสาสมัครหมู่บ้าน (อสม.) ตำรวจบ้าน ทหาร และประชาชนในพื้นที่ จัดตั้ง "ด่านชุมชน" เพื่อสกัดกลุ่มเสี่ยงและลดพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ตลอดจนจัดทำ "ประชาคมชุมชน / หมู่บ้าน" เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบเส้นทางบริเวณจุดเสี่ยง เช่น ทางโค้ง ทางแยก จุดตัดทางรถไฟ ถนนหรือผิวการจราจรที่ชำรุดให้ปรับปรุงซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่ดี การติดตั้งกระจกโค้ง แสงสว่าง สัญญาณไฟกะพริบ เนินลูกระนาดในบริเวณจุดเสี่ยง พร้อมทั้งจัดทำป้ายหรือเครื่องหมายเตือนบริเวณจุดเสี่ยงดังกล่าว ทั้งยังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง จัดให้มีถนนปลอดภัยในพื้นที่ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยง กวดขัน และสร้างวินัยจราจรให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างน้อย 1 สาย ตามมาตรการถนนปลอดภัย "1 ท้องถิ่น 1 ถนนปลอดภัย" ด้วย

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า ทางด้านมาตรการควบคุมทางสังคมและชุมชน ให้เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล บูรณาการร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) อาสาสมัครทางหลวงชนบท (อส.ทช.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) อาสาสมัครหมู่บ้าน (อสม.) ตำรวจบ้าน ทหาร และประชาชนในพื้นที่ จัดตั้ง "ด่านชุมชน" เพื่อสกัดกลุ่มเสี่ยง และลดพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ มีการจัดตั้งกลุ่มจิตอาสา ซึ่งมาจากสมาชิกของชุมชน เพื่อสอดส่องเฝ้าระวังผู้มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น เมาแล้วขับ ตลอดจนจัดทำ "ประชาคมชุมชน / หมู่บ้าน" เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบเส้นทางบริเวณจุดเสี่ยง เช่น ทางโค้ง ทางแยก จุดตัดทางรถไฟ ถนนหรือผิวการจราจรที่ชำรุดให้ปรับปรุงซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่ดี การติดตั้งกระจกโค้ง แสงสว่าง สัญญาณไฟกะพริบ เนินลูกระนาดในบริเวณจุดเสี่ยง พร้อมทั้งจัดทำป้าย หรือเครื่องหมายเตือนบริเวณจุดเสี่ยงดังกล่าว และยังให้มีการจัดกิจกรรมทางศาสนา "1 อำเภอ 1 กิจกรรม" เช่น ทำบุญตักรบาตร จัด "สวดมนต์ข้ามปี ทำดีเพื่อพ่อ" หรือกิจกรรมตามแต่ละศาสนา

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำแผนการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยทางถนน เพื่อเผยแพร่แนวทางความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนชุมชน/หมู่บ้าน เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบถึงมาตรการการบังคับใช้กฎหมาย สถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ให้มีการเปิดไฟหน้ารถทุกชนิดในระหว่างสัญจร เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการเห็นของผู้ขับขี่ และผู้ใช้ถนนผ่านสื่อทุกชนิดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้ประชาชนทำความดีเพื่อพ่อ "เลิกดื่ม เลิกขับเร็ว ร่วมใจใส่หมวกนิรภัย" และให้ขอความร่วมมือร้านค้างดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริเวณข้างทาง ในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง และสถานที่ที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการห้ามจำหน่ายให้กับบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และในช่วงเวลาที่ห้ามจำหน่ายด้วยนั่นเอง