วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความปรารถนาที่ยุ่งยากใจ

เล่นของใหญ่ ไม่ใช่ของเด็กเล่น

คงไม่ต้องถามว่าต้องการจะไปต่อไหม คำตอบมันบอกตั้งแต่การเขียนรัฐธรรมนูญออกมาแล้วว่ามีเจตนาอย่างไร

5 ปีแรกของรัฐบาลเลือกตั้งที่เขียนเอาไว้ในบทเฉพาะกาลนั่นแหละชัดเจน การให้ “คนนอก” เป็นนายกฯได้ และมี ส.ว.แต่งตั้งอีกจำนวน 250 คน

เป็นการทิ้งไพ่ให้เห็นกันโต้งๆอยู่แล้ว

อยู่ที่ว่าจะใช้วิธีการอย่างไร เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย แต่แรกที่มีการวางแผนเอาไว้อย่างหนึ่งด้วยวิธีคิดที่ว่าน่าจะนำไปสู่ความสำเร็จได้

แต่เมื่อไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามนั้นได้ ก็ต้องแก้ไขกันทีละเปลาะ ด้วยการแก้ไขตรงนั้นตรงนี้แบบว่าชักเข้าชักออกจนเกิดความวุ่นวายกันไปหมด

แม้บางเรื่องจะเป็นความปรารถนาดีเพื่อให้เกิดประโยชน์ แต่เมื่อเกิดความรู้สึกระแวงสงสัยก็เลยคิดว่าเป็นการวางแผนร้ายเพื่อเกื้อหนุนตัวเองและพรรคพวก

หวังทำลายพรรคการเมืองอย่างแยบยล

จะไม่ให้เขาคิด เขาพูดก็ไม่ได้ เพราะผลที่เกิดขึ้นนั้นมันมองไปอย่างที่คิดและเกิดผลกระทบอย่างแยกไม่ออก

ถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการเป็นนายกฯต่อไปอย่างน้อยก็ 5 ปี อย่างที่กำหนดยุทธศาสตร์ 5 หรือ หากยาวออกไปอีกยิ่งดี

คำตอบก็คือ เมื่อเริ่มคุมอำนาจเบ็ดเสร็จและการเข้ามาบริหารต้องลงทุนลงแรงมาอย่างเหน็ดเหนื่อยพอสมควร

ลงทุนวางแผนวางยุทธศาสตร์เอาไว้ด้วยการตอกหมุดทั้งโครงสร้างพื้นฐานต่างๆเกือบทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าความเร็วสูง รถไฟฟ้าทั้งบนดิน-ใต้ดินและอื่นๆอีกมาก

ที่สำคัญก็คือ อีอีซีระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ซึ่งเป็นโครงการใหญ่และหากดำเนินการได้สำเร็จ

เมืองไทยจะกลายเป็นประเทศโชติช่วงชัชวาลย์ครั้งที่ 2

หลังจากที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เคยทำให้ประเทศไทยโชติช่วงชัชวาลย์ครั้งที่ 1 สำเร็จให้เห็นมาแล้ว ด้วยการอยู่บนอำนาจ 8 ปี

เมื่อเริ่มต้นเอาไว้ได้ค่อนข้างดีแล้วจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อจะสานต่องานไปสู่ความสำเร็จเป็นผลงานที่จะต้องจารึกเอาไว้ในแผ่นดิน

กอปรกับเชื่อว่า หากปล่อยให้รัฐบาลเลือกตั้งเข้ามาดำเนินการอาจจะไม่ยอมรับและนำไปสู่การยกเลิกก็ได้

สำคัญยิ่งก็คือความไม่ไว้วางใจนัก เลือกตั้งเดี๋ยวก็กลับมาโกงกินกันอีก

และด้วยความที่คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์นั้นมีความตั้งใจทำงานเพื่อชาติ-บ้านเมือง ไม่โกงไม่กิน ซื่อสัตย์สุจริต หากจะวางใจให้เป็นนายกฯอีก 5 ปี ก็ไม่น่าจะมีปัญหา

ก็อย่างที่ว่าเอาไว้นั่นแหละ...ปัญหาที่เกิดที่อาจจะให้ก้าวไปต่อไปไม่ได้ก็เพราะอาการชักเข้าชักออก โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายต่างๆ

ที่ถูกมองว่าแก้ไขเพื่อตัวเองก็เลยเกิดปัญหา เกิดความไม่ยอมรับ กลายเป็นปัญหาขึ้นมา

มีแต่จะทำให้ยุ่งยากและเกิดการต่อต้านเพิ่มขึ้น

หรือในเรื่องความโปร่งใส แม้ตัวนายกฯนั้นชัดเจน แต่ผู้ร่วมใช้อำนาจระดับบิ๊กๆทั้งโดยตรงและโดยอ้อมกลับถูกมองว่าไม่ต่างไปจากนักเลือกตั้ง

แถมยังปกป้องและชี้นำให้เห็นว่าเป็นคนดีโดยเอาตัวเองเป็นประกัน นั่นมันยิ่งทำให้เกิดอารมณ์ไปในทิศทางเดียวกัน
คือความไม่ไว้วางใจที่ผูกติดไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกด้วย.

“สายล่อฟ้า”