วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บูรณาการลดเจ็บตาย เทศกาลปีใหม่ 2561

“ลดเร็ว ลดเสี่ยง...กลับบ้านปลอดภัย” ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร...ตั้งสติก่อนสตาร์ต ช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2561

สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เว็บไซต์ www.accident.or.th  รายงานข้อมูลประกอบการดำเนินงานเฝ้าระวังและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561

อ้างถึงมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 21 มีนาคม 2549 เรื่องการดำเนินการตามมาตรการและแผนการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ ให้ถือเป็นภารกิจสำคัญ และจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยตั้งงบประมาณรองรับไว้ให้เหมาะสม

สภาพปัญหาเรื้อรังยืดเยื้อ...ประชาชนใช้รถใช้ถนนเดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวจำนวนมาก, ทุกพื้นที่ทั่วประเทศจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่, ปัจจัยเสี่ยงการ เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าปกติ, อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากการขาดวินัย ละเลย ฝ่าฝืนกฎหมาย

ปัญหาสุดท้าย...มีการใช้รถจักรยานยนต์ในท้องถิ่นสูงกว่าช่วงปกติ

ข้อมูลศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน สถิติการเกิดอุบัติเหตุ การเสียชีวิตและบาดเจ็บ ช่วงการควบคุมเข้มข้น 7 วันอันตราย 3 ปี ระหว่างปี 2558-2560 พบว่าเกิดอุบัติเหตุเฉลี่ยวันละ 490 ครั้ง... ผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 57 ราย และมีผู้บาดเจ็บเฉลี่ยวันละ 512 คน

สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ที่ผ่านมา พบว่า อุบัติเหตุเกิด 3,919 ครั้ง เสียชีวิต 478 คน บาดเจ็บ 4,128 คน...ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นผู้ขับขี่และเป็นคนในพื้นที่ ในตำบล...แขวงนั้นๆ

ฉายภาพสะท้อนสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก “พฤติกรรม” ของผู้ขับขี่เป็นหลัก ขับขี่ขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกำหนด ไม่เคารพกฎหมาย ขาดวินัยในการขับขี่

น่าสนใจด้วยว่า “รถจักรยานยนต์” เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด และ “ทางหลวงแผ่นดิน” เป็นถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดเช่นกัน

สถานการณ์ข้างต้น “ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน” องค์กรหลักของรัฐบาลในการบูรณาการป้องกัน...ลดอุบัติเหตุทางถนนของประเทศ ได้ร่วมกับหน่วยงานองค์กรภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกำหนดแผนบูรณาการร่วมกัน มุ่งหมายลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561

เน้นการบริหารจัดการในลักษณะยึดพื้นที่เป็นตัวตั้ง บูรณาการทั้งภาครัฐ เอกชน หน่วยทหารในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม...เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทั้งจากคน ยานพาหนะ ถนน รวมถึงสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด

นอกจากนี้ยังเพื่อดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนให้ครอบคลุมทุกมิติ โดยให้ความสำคัญกับ “การบังคับใช้กฎหมาย” อย่างจริงจัง เคร่งครัด ต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการสร้าง “จิตสำนึก” ความ ตระหนักด้านความปลอดภัยทางถนนให้กับประชาชน...ผู้ใช้รถใช้ถนน

ลงลึกในรายละเอียดปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ด้านคน...ที่ย้ำกันมาทุกครั้งก็คือ พฤติกรรมเสี่ยงของผู้ใช้รถใช้ถนน อาทิ ความสามารถในการขับขี่ที่ลดลงเนื่องจากสภาพร่างกายไม่พร้อม การไม่ชำนาญเส้นทาง การไม่เคารพกฎหมาย ขาดวินัยในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน ด้านยานพาหนะ...ยานพาหนะไม่มีมาตรฐาน อาทิ ขาดความพร้อม ด้านอุปกรณ์พื้นฐานในรถยนต์ อุปกรณ์ความปลอดภัย การปรับแต่งสภาพยานพาหนะ การบรรทุกที่ไม่ปลอดภัย

ด้านถนน...ลักษณะทางกายภาพของถนนไม่สมบูรณ์ อาทิ ถนนชำรุด ผิวถนนเป็นหลุม...บ่อ สภาพการจราจรที่หนาแน่น อุปกรณ์การควบคุมการจราจร ป้ายเตือน ป้ายสัญลักษณ์ต่างๆมีสภาพไม่สมบูรณ์และติดตั้งในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม...ไม่ชัดเจน จุดเสี่ยง จุดอันตราย จุดที่เกิดอุบัติเหตุ และจุดตัดทางรถไฟยังไม่ได้รับการแก้ไข

สุดท้าย...ด้านสิ่งแวดล้อม ไฟฟ้าส่องสว่างชำรุด...ไม่เพียงพอ อุปสรรคทางธรรมชาติ...ลักษณะภูมิอากาศ สิ่งกีดขวางหล่นบนช่องทางจราจร วัตถุอันตรายข้างทาง นับรวมไปถึงสิ่งกีดขวางทัศนวิสัย

ขีดเส้นใต้ย้ำชัด “มาตรการลดปัจจัยความเสี่ยงด้านคน” ประกอบด้วยมาตรการการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จริงจัง และต่อเนื่อง

แน่นอนว่า มาตรการที่ว่าข้างต้นนี้อาจจะดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่จริงจัง เข้มข้น รัดกุม...ไม่สบายๆแบบวันวานหรือในอดีต หลายคนอาจจะรู้สึกอึดอัด ไม่พอใจก็เป็นได้

ตอกย้ำ “กฎหมายจราจร” ตามมาตรการ 1 ร. 2 ส. 3 ข. 4 ม. รวมทั้งหมด 10 มาตรการ ได้แก่ ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด, ขับรถย้อนศร, ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย, ไม่มีใบขับขี่, แซงในที่คับขัน, เมาสุรา, ไม่สวมหมวกนิรภัย, มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย, ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ

และ...กรณีผู้ขับขี่ไม่ยอมทดสอบความสามารถในอันที่จะขับหรือเมาสุราหรือของอย่างอื่น ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเมาสุราหรือเมาของอย่างอื่น รวมทั้งกรณีห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทาง

ทั้งนี้...ขอให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นกรณีเมาแล้วขับ...ขับรถเร็วเกินกำหนด ขับรถย้อนศร...เนื่องจากเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิด “อุบัติเหตุ”...ทำให้ “เสียชีวิต” บนท้องถนน

ถัดมา “กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กฎหมายเมาสุรา และกฎหมายสถานบริการ” ให้เน้นหนักในการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาตามที่กฎหมายกำหนด

และ...ในกลุ่มเด็ก เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี รวมทั้งการเปิด ปิดสถานบริการตามเวลาที่กฎหมายกำหนด ลำดับที่สาม...“กฎหมายทางหลวง” ให้เข้มงวดกวดขันการใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด และการขายสิ่งของ...จอดรถบริเวณไหล่ทาง ลำดับที่สี่ “กฎหมายขนส่งทางบก” ให้เข้มงวดกวดขันพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตรวจสอบสภาพรถให้มีความมั่นคงแข็งแรง มีอุปกรณ์ความปลอดภัย และส่วนควบคุมถูกต้องตามกฎหมายกำหนด

ลำดับที่ห้า “กฎหมายลักษณะปกครองท้องที่” โดยให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ เป็นกลไกหลักในการควบคุม กำกับ สอดส่อง ป้องปราม ตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน

ถัดมา...กฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

“ความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน เป็นภาระรวมของประเทศ การบังคับใช้กฎหมายจึงไม่ควรมีการละเว้น”

เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ใกล้จะมาถึงแล้ว...สุดท้ายต้องเตือนตัวท่านเอง เตือนคนรอบข้าง ให้หยุดพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่รถบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นการเมาแล้วขับ โทร.แล้วขับ ง่วงแล้วขับ ขับรถเร็ว ขับรถย้อนศร...ไม่รักษาเคารพกฎจราจร ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน็อก และอื่นๆ

ทั้งหมดเหล่านี้ก็เพื่อ “ชีวิตปลอดภัย” รอดพ้นจากภัยอันตรายจาก “อุบัติเหตุ”...สิ่งที่เกิดขึ้นได้ฉับพลันอย่างไม่คาดฝัน.