วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ข้าวไท บ้านไท

อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี ส่งชุดความรู้เรื่องข้าวปึกใหญ่ มาให้ช่วยรณรงค์เทศกาลข้าวใหม่

วันนี้ ผมเริ่มด้วยการขอคัดย่อ ความรู้เรื่อง “ข้าวเมืองไทยมาจากไหน” ก่อน

“เป็นไปได้อย่างมาก เมื่อพันกว่าปีที่แล้ว วัฒนธรรมข้าวไทยใต้ กับจ้วง (มณฑลกวางสี ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน) น่าจะใกล้ชิดเป็นหนึ่งเดียวกัน”

อาจารย์เดชา ศิริภัทร ผู้เชี่ยวชาญเรื่องข้าว เริ่มต้นแล้วเล่าต่อว่า ต้นปี 2557 ไปพิพิธภัณฑ์ชนชาติกวางสี ดูห้องของแต่ละชนเผ่า ห้องจ้วงทำบ้านจ้วงแบบโบราณ เรือนใต้ถุนสูงเหมือนเรือนชาวบ้านไทย

ที่เด่นชัดของบ้านจ้วง คือเสาเรือนวางบนก้อนหิน ไม่ได้ฝังลงในดิน

เช่นเดียวกับ บ้านตอนใต้ของกวางสี เวียดนามเหนือ ในถิ่นไทดำหลายล้านคน แถบเมืองแถง ซอนลา นาน้อยอ้อยหนู อาจารย์เดชาบอกว่า คนไทดำกับคนจ้วงพูดคุยกันรู้เรื่อง

ในขณะที่คนไทย-ไท ในลาวอีสาน เหนือ กลางของเมืองไทย ไม่ได้ปลูกบ้านวางเสาไว้บนหินอีกแล้ว แต่เรือนไทยในภาคใต้ ยังวางเสาบนหินกันไว้อยู่

อีกอย่างที่คนจ้วงเหมือนคนไทยใต้ ก็คือ คือใช้แกระเกี่ยวข้าว อาจารย์เดชาเชื่อว่า คนไทยใต้รับวัฒนธรรมการใช้แกระ และปลูกบ้านใต้ถุนสูงวางเสาบนหิน จากจ้วงโดยตรง ไทยภาคอื่นไม่มี

จึงเป็นไปได้ว่า คนไทยภาคใต้ น่าจะอพยพทางเรือจากกวางสี มาขึ้นฝั่งทางภาคใต้ โดยไม่ผ่านวัฒนธรรมอื่น จึงไม่มีวัฒนธรรมอื่นมาเจือปน

ข้อสมมติฐานความเชื่อนี้ อาจารย์เดชา เสนอให้ตรวจสอบศึกษาพันธุ์ข้าวของชาวภาคใต้ไทยกับพันธุ์ข้าวชาวจ้วงในกวางสี ด้วยการตรวจดู DNA

ที่ผ่านมาเราศึกษากันแค่ คนไทยภาคใต้รับวัฒนธรรมต่างๆค่อนข้างมากจากอินเดีย เช่น “ข้าวช่อใบไผ่” ขั้วหนึ่งจะมี 2-3 เม็ด ที่พบในอินเดียและในไทยภาคใต้ แต่ภาคอื่นไม่มี

ความรู้จากห้องคนจ้วงมีหลักฐานว่า จ้วงอาศัยอยู่ที่กวางสีตั้งแต่ยุคหินเก่า ยุคหินใหม่ ยุคเหล็ก ยุคสำริด จนมาถึงยุคปัจจุบัน โดยไม่เคยย้ายไปที่ไหน มีหลักฐานว่าข้าวป่ามาเป็นข้าวบ้านที่คนปลูก เกิดเป็นครั้งแรกที่กวางสี

พวกจ้วงเป็นกลุ่มแรกที่ปลูกข้าว ทั้งยังพัฒนาให้เกิดวิธีปลูกข้าวในนา

นาคือพื้นที่ที่ยกด้านรอบทั้งสี่ด้าน เพื่อให้กักน้ำได้ ทำให้ไม่มีวัชพืชอื่นรบกวนกอข้าว ทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวได้ตลอดเวลาคนจ้วงทำนาขั้นบันได ไม่ปลูกข้าวไร่

คนไท พูดภาษาไทลาวจะไปอยู่ที่ใด ก็ยังมีวัฒนธรรมปลูกข้าวในนา ไม่ปลูกข้าวไร่

จึงเชื่อว่า คนพูดภาษาไท-ลาว มีจุดเริ่มจากจ้วง คนที่พัฒนาปลูกข้าวในน้ำ โดยยกคันนาขังน้ำไว้ ก็คือจ้วง คนพูดไท-ลาว จะไปอยู่ที่ใดก็เอาวัฒนธรรมปลูกข้าวในน้ำไปด้วย

ภาษาเป็นวัฒนธรรม การปลูกข้าวในน้ำก็เป็นวัฒนธรรม

อาจารย์เดชาบอกว่า นี่เป็นเพียงการสันนิษฐาน จะต้องมีการศึกษาต่อ

นี่แค่บทโหมโรงเรื่องข้าว ที่รู้แล้วก็อัศจรรย์ คนจ้วงกวางสีเชื่อมโยงกับคนไทยภาคใต้ ด้วยเรื่องปลูกใต้ถุนสูงบนเสาหิน เหมือนกัน ใช้ “แกระ” เกี่ยวข้าวเหมือนกันได้อย่างไร

วันนี้ยังไปไม่ถึงแม่โพสพ พ่อโพสี เทวดาที่รักษาต้นข้าว สืบเนื่องไปถึงการ “ทำขวัญข้าว” เพื่อให้ถึงจุดหมาย...เทศกาลข้าวใหม่ ในวันปีใหม่

รู้แล้วจะได้มีศรัทธาเริ่มเทศกาล ตักบาตรข้าวใหม่ เชื่อมโยงชาวนาให้เข้ากับผู้คนฝ่ายต่างๆในสังคม

ผมชื่นใจกับประโยคที่อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี ว่า นี่เป็นโอกาสเฉลิมฉลองสิ่งที่ดีมีคุณค่า ที่ให้ทั้งความอร่อยหอมหวาน และให้ทั้งสิ่งที่เป็นมิ่งมงคล.

กิเลน ประลองเชิง