วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เผยในปีนี้ ตร.ซึมเศร้า รักษาที่รพ. มีถึง 49 คน

รองโฆษก ตร. เผยปีนี้ มีตำรวจป่วยซึมเศร้า เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ 49 คน ที่ผ่านมาใช้เวลารักษาตัวประมาณ 1-2 ปี จะกลับเป็นปกติ แต่ขึ้นอยู่กับอาการผู้ป่วย และการรักษาต่อเนื่องหรือไม่ ด้านคดีสารวัตรป๊อปยิงตัวตาย ยืนยันสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยเหลือเต็มที่ ขณะพนักงานสอบสวนรอสอบผู้บังคับบัญชากับแฟนสาวเพิ่มเติม สธ.เปิด 9 สัญญาณเตือนป่วยโรคซึมเศร้า

กรณี พ.ต.ต.สหัสวรรษ พันธ์เกตุ หรือสารวัตรป๊อป สารวัตรกำลังพล ยิงตัวตายในสำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเขียนจดหมายเป็นลายมือระบุว่า “ขออโหสิกรรมให้ด้วยครับ เพราะความซึมเศร้าจนเกินไป” ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 ธ.ค. พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้สอบปากคำพยานแวดล้อม ทั้งแม่บ้านผู้พบศพคนแรกและญาติผู้เสียชีวิตบางส่วน ไม่พบข้อพิรุธหรือต้องสงสัยเกี่ยวกับประเด็นการเสียชีวิต หลังจากนี้ยังจะต้องสอบปากคำผู้บังคับบัญชาของผู้เสียชีวิต ในประเด็นการทำงานปฏิบัติหน้าที่ความรับผิดชอบรวมถึงเพื่อนร่วมงาน นอกจากนี้จะสอบปากคำแฟนสาวของผู้ตายในประเด็นเรื่องส่วนตัวและเรื่องสุขภาพ จากการพูดคุยเบื้องต้นไม่พบว่ามีสาเหตุทะเลาะเบาะแว้งหรือปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ญาติไม่ได้ติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตแต่อย่างใด ส่วนผลชันสูตรพลิกศพจากสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากกระสุนปืนทำลายสมอง ขณะที่ญาติได้ติดต่อรับศพของ “สารวัตรป๊อป” ออกจากสถาบันนิติเวชวิทยาแล้วเมื่อช่วงเย็นวานนี้ นำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบางเพ็งใต้ ศาลา5 ซอยรามคำแหง 187 แขวงและเขตมีนบุรี กทม. โดยจะฌาปนกิจในวันที่ 30 ธ.ค.นี้

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบจดหมายตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น เชื่อว่าเป็นลายมือของ พ.ต.ต.สหัสวรรษ ถือเป็นวัตถุพยานชิ้นหนึ่ง ที่จะใช้ประกอบการสอบสวน ส่วนจะสรุปสาเหตุที่แท้จริง ต้องให้เป็นเรื่องของแพทย์ แต่หลักๆน่าจะเป็นตามที่ผู้เสียชีวิตเขียนไว้ ส่วนที่มีการวิจารณ์ถึงสาเหตุของการฆ่าตัว ว่าเกิดจากความ เครียดเรื่องการทำงาน มีผู้บังคับบัญชาเข้าไปกดดัน คงจะไม่ใช่ ตามที่ตรวจสอบในขณะนี้ ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งการเน้นย้ำมาตลอดให้ผู้บังคับบัญชาลงไปดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของผู้ใต้บังคับบัญชา และยังสั่งการให้แพทย์ลงไปดูแลสภาพจิตใจของตำรวจ และมีสายด่วน 1599 ให้ตำรวจโทร.มาปรึกษาเมื่อมีปัญหา

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยเช่นกันว่า ได้รับรายงานจาก ผกก.สน.ปทุมวัน พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำบิดาผู้เสียชีวิตไปแล้ว แม้ว่าเบื้องต้นสันนิษฐานเป็นการฆ่าตัวตาย แต่พนักงานสอบสวนยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง จนกว่าจะได้รับผลการตรวจชันสูตรพลิกศพจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ จากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และการรวบรวมพยานหลักฐานอื่นๆ เพื่อพิสูจน์ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง โดยมีกรอบระยะเวลาของการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพภายใน 30 วัน ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้ดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์ และสวัสดิการต่างๆของผู้เสียชีวิต ทราบว่าเบื้องต้นญาติผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินสงเคราะห์ฌาปนกิจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 200,000 บาท สหกรณ์ออมทรัพย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 100,000 บาท และมีสวัสดิการต่างๆจากสำนักงานทะเบียนพลตำรวจอีก อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าผู้เสียชีวิตจะได้สวัสดิการอย่างไรบ้าง ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะให้ความช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวต่ออีกว่า ในปี 2560 มีตำรวจที่ขอรับการรักษาโรคซึมเศร้า ที่กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ 49 คน เป็นชาย 30 คน หญิง 19 คน มีแนวการรักษาเริ่มจากการทานยาอย่างต่อเนื่อง 3-6 เดือน และพบแพทย์ตามที่นัดหมายทุกครั้ง เพื่อวินิจฉัยอาการอย่าง ต่อเนื่อง รวมทั้งให้คำปรึกษาหรือทำจิตบำบัดร่วมด้วย เพื่อช่วยในการปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่น และไม่ให้เกิดสภาวะแทรกซ้อน ที่ผ่านมาผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 1-2 ปี จะสามารถกลับมาเป็นปกติ แต่ก็ขึ้นอยู่กับอาการผู้ป่วยแต่ละคนที่เริ่มเข้ารับการรักษาและรับการรักษาอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ขอประชาสัมพันธ์สำหรับตำรวจหรือญาติที่พบว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า ควรปรึกษาพูดคุยหรือขอคำแนะนำจากญาติหรือผู้บังคับบัญชาหรือเพื่อนร่วมงานก่อน และขอรับคำปรึกษาหรือการรักษาได้ที่กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2207-6144 หรือ 0-2207-6000 ต่อ 6144 และมือถือ 06-3195-8001

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่าในปี 2020 โรคซึมเศร้าจะเป็นสาเหตุการสูญเสียปีสุขภาวะสูงเป็นอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจและหลอดเลือด สำหรับประเทศไทยถือเป็นปัญหาที่เฝ้าจับตาอันดับ 4 เป็นเรื่องที่สังคมต้องให้ความสำคัญ เพราะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก เนื่องจากผู้ป่วยโรคนี้หากมีอาการรุนแรงจะเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย หรือมีชีวิตคล้ายคนพิการทางสมอง ไม่สามารถทำงานได้ สธ. ได้เร่งแก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอด โดยกรมสุขภาพจิตให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับโรคนี้แก่ประชาชน และเพิ่มการเข้าถึงบริการต่างๆ ทำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสามารถเข้าถึงบริการได้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 50 พร้อมทั้งเร่งให้ความรู้ประชาชน ครอบครัว เพื่อให้สามารถสังเกตอาการและเฝ้าระวังความผิดปกติของตนเองหรือผู้ใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้สูงอายุ วัยรุ่น ผู้มีโรคประจำตัว และส่งเข้ารับคำปรึกษากับเจ้าหน้าที่ นักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน

ด้าน พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษก สธ. กล่าวว่า ในผู้ที่เริ่มมีอาการจะสามารถสังเกตตนเองได้ แต่หากมีอาการรุนแรง ครอบครัว ผู้ใกล้ชิด จะต้องช่วยกันสังเกต 9 สัญญาณเตือน ได้แก่ 1.มีอารมณ์ซึมเศร้า 2.ความสนใจในกิจกรรมต่างๆแทบทั้งหมดลดลงอย่างมาก 3.น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นมาก เบื่ออาหารหรือเจริญอาหารมาก 4.นอนไม่หลับหรือหลับมากเกินไป 5.กระวนกระวายอยู่ไม่สุขหรือเชื่องช้าลง 6.อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง 7.รู้สึกตนเองไร้ค่า 8.สมาธิลดลง ใจลอย หรือลังเลใจไปหมด และ 9.คิดเรื่องการตายหรือคิดอยากตาย หากพบอาการในข้อ 1 หรือ 2 อย่างน้อย 1 ข้อ หรือมีอาการ 5 ข้อหรือมากกว่า เป็นอยู่นาน 2 สัปดาห์ขึ้นไป หมายถึงมีภาวะซึมเศร้า ควรรีบพบแพทย์เพื่อการบำบัดรักษา

รองโฆษก ตร. เผยปีนี้ มีตำรวจป่วยซึมเศร้า เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ 49 คน ที่ผ่านมาใช้เวลารักษาตัวประมาณ 1-2 ปี จะกลับเป็นปกติ แต่ขึ้นอยู่กับอาการผู้ป่วย และการรักษาต่อเนื่องหรือไม่ ด้านคดีสารวัตรป๊อปยิงตัวตาย... 26 ธ.ค. 2560 00:20 26 ธ.ค. 2560 01:18 ไทยรัฐ