วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดสถิติ ตำรวจป่วย ‘ซึมเศร้า’ ร้อยละ 25 พบมากสุดเมืองเหนือ ภาค 5

ทีมแพทย์จิตเวช รพ.ตำรวจ เปิดสถิติข้าราชการตำรวจป่วยโรคซึมเศร้ายอดรวมในปีนี้ สูงร้อยละ 25 หรือ 1 ใน 4 ของประชาชนทั่วไปที่ป่วยด้วยโรคนี้ พบมากสุด ตำรวจภูธรภาค 5 เตรียมเปิดช่องทางให้คำปรึกษาด้านจิตเวช ทั้งทางเพจเฟซบุ๊ก และสายด่วน ป้องกันปัญหาตำรวจเครียดฆ่าตัวตาย คาดในสัปดาห์นี้แล้วเสร็จ

วันนี้ 25 ธ.ค. 60 พ.ต.ต.หญิง ปองขวัญ ยิ้มสะอาด นายแพทย์ (สบ.2) กลุ่มงานจิตเวช และยาเสพติด ระบุว่า สถิติในปัจจุบันนี้ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 ถึง ธันวาคม 2560 มีข้าราชการตำรวจเข้ารับการรักษาโรคซึมเศร้า จำนวนกว่า 605 ราย ซึ่งสาเหตุส่วนมากมาจากปัญหาการทำงาน ทั้งถูกกดดัน งานเยอะ ความเครียด และเรื่องโยกย้าย และจากสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 2551 ถึง 2559 ของกองวิจัยข้อมูล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าข้าราชการตำรวจฆ่าตัวตายสำเร็จกว่า 299 ราย พบมากสุดจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ขณะที่ยอดประชาชนที่เข้ามารับการรักษาด้วนโรคซึมเศร้า ในช่วงมกราคม 2560 ถึง ปัจจุบัน มียอดรวมกว่า 1,813 ราย ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าวจะพบว่าข้าราชการตำรวจป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ร้อยละ 25 จากจำนวนผู้ป่วยปกติ หรือถือเป็น 1 ใน 4 ของจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด และสายงาน ที่พบว่ามีการป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามากสุดคือ สายงานปราบปราม อาจเพราะมาจากความเครียดจากการกดดันในสายงานที่รับผิดชอบ ปัจจัยเสี่ยงอีกหนึ่งสาเหตุมาจากการปล่อยให้ผู้ป่วยโรคนี้อยู่กับโซเชียลมีเดียนานๆ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสการฆ่าตัวตายเนื่องจากโซเชียล ส่วนมากจะเป็นการบอกเล่าเรื่องดีๆ สิ่งดีๆ ของคนอื่น และเมื่อผู้ป่วยเข้าไปเสพสิ่งเหล่านี้จะยิ่งตอกย้ำสิ่งที่คิดว่าตัวเองขาด และการใช้เวลากับโซเชียลยังทำให้ไม่ได้พบปะผู้คน ขาดการติดต่อสัมพันธ์ ยิ่งสร้างความซึมเศร้ามากขึ้น คนใกล้ตัว หรือคนรอบข้างต้องช่วยกันดูแลอย่างใกล้ชิด

สำหรับผู้ป่วย หรือคนรอบข้าง หากพบเหตุความผิดปกติของตัวผู้ป่วย เช่น นิสัยส่วนตัวเปลี่ยนไปจากปกติ สิ่งที่เคยชอบ เคยทำกลับไม่ชอบ หรือไม่ทำในสิ่งที่เคยทำ หรือนอนน้อย พักผ่อนน้อย มีการซึม มีความเครียดยาวนานกว่าปกติ อารมณ์เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ให้รีบติดต่อเข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษาในทันที ซึ่งโรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากเข้ารับการรักษาที่ถูกวิธี

ด้าน พล.ต.ท.ชนินทร์ ชะโยชัยชนะ นายแพทย์ (สบ8) โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า ขณะนี้โรงพยาบาลตำรวจเตรียมเปิดเพจเฟสบุ๊ค และสายด่วน ที่จะคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับจิตเวช และมีแบบสอบถามให้ข้าราชการตำรวจลองทำเพื่อตรวจสอบเบื้องต้นว่าเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ แก่ข้าราชการตำรวจ ซึ่งถือเป็นช่องทางใหม่ ที่จะเข้ามาช่วยป้องกันปัญหาข้าราชการตำรวจที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และยังไม่รู้ตัว ก่อนที่จะก่อเหตุฆ่าตัวตายเหมือนเช่นในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากช่องทางเก่าที่เป็นสายด่วน 1599 ยังติดปัญหาการเชื่อมโยงข้อมูลหลายหน่วยงานทำให้บางครั้งการติดต่อขอคำปรึกษาไม่ทันต่อสถานการณ์ที่ผู้ป่วยต้องการความช่วยเหลือ อีกทั้ง การติดต่อผ่านเพจ และสายด่วนใหม่ที่กำลังจะเปิดภายในอาทิตย์นี้ ข้อมูลทั้งหมดของผู้ป่วยจะเป็นความลับ เชื่อว่าจะมีตำรวจที่มีข้อสงสัยว่าตัวเองอาจจะป่วยด้วยโรคนี้ยินดีเข้ารับการปรึกษามากขึ้น

สำหรับช่องทางการติดต่อทางเพจ Facebook และสายด่วนใหม่ที่จะเปิดภายในสัปดาห์นี้จะมีนักจิตวิทยาจำนวน 9 ราย ทำหน้าที่เป็นแอดมินในการช่วยให้คำปรึกษา และจะมีนายแพทย์จิตเวชอีก 4 ราย คอยให้คำปรึกษาหากต้องการความเห็นจากแพทย์ สำหรับช่องทางการติดต่อใหม่สองช่องทางนี้ เบื้องต้น ยังคงเปิดให้คำปรึกษา เฉพาะข้าราชการตำรวจก่อน เนื่องจากบุคลากรทางด้านจิตแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจยังไม่เพียงพอ

ขณะที่ในอนาคตจะมีการผลักดันให้การตรวจสุขภาพประจำปีของข้าราชการตำรวจทุกนาย ต้องมีการตรวจสุขภาพจิตร่วมด้วย ซึ่งขณะนี้โรงพยาบาลตำรวจอยู่ระหว่างการจัดเตรียมโครงการนี้ เพื่อเสนอต่อผู้บังคับบัญชาต่อไป.