วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาช่วยกัน “หยุดการเกิดแผลกดทับ” กันเถอะ (ตอน 2)

ผลเสียของการเกิดแผลกดทับ

เมื่อผู้ป่วยมีแผลกดทับเกิดขึ้น จะทำให้มีความยากลำบากในการดูแล ผู้ดูแลเกิดความเครียด เกิดค่าใช้จ่ายในการดูแล และใช้เวลารักษาตัวในโรงพยาบาลมากขึ้น...(มาช่วยกัน “หยุดการเกิดแผลกดทับ” กันเถอะ (ตอน 1))

การป้องกัน

1. จัดท่า และพลิกตะแคงตัวผู้ป่วยทุกๆ 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย โดยจัดท่านอนศีรษะสูงไม่เกิน 30 องศา ควรมีหมอนสอดคั่นระหว่างหัวเข่า ตาตุ่มทั้ง 2 ข้าง ขา 2 ข้าง และใช้หมอนรองใต้น่องและขา เพื่อให้เท้าลอยพ้นพื้น

การจัดท่านั่ง ควรนั่งพิงพนักเก้าอี้ หรือพนักรถเข็น และเท้าวางบนที่พักเท้า โดยไม่ให้ส้นเท้าถูกกด หากผู้ป่วยสามารถช่วยตัวเองได้บ้าง ให้มีการขยับหรือยกก้น ทุก 15-30 นาที

2. เลือกใช้อุปกรณ์ที่ลดแรงกดทับ เช่น ที่นอนลม และห้ามใช้ห่วงยางรองนั่ง หรือหมอนรูปโดนัท เพราะจะทำให้ผิวหนังบริเวณที่รองไม่มีเลือดไปเลี้ยง และเกิดแผลกดทับได้เช่นกัน

3. เมื่อต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ห้ามใช้การลาก ถู แต่ใช้การยกตัว เพื่อลดการเสียดสีของผิวหนัง ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตในร่างกาย ทั้งนี้ ห้ามนวดบริเวณปุ่มกระดูก หรือห้ามประคบร้อน

4. ในกรณีที่ผู้ป่วยช่วยเหลือตนเองได้ ควรกระตุ้นให้ผู้ป่วยขยับตัวด้วยตนเอง แต่ถ้าผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ผู้ดูแลควรช่วยพลิกตัวอย่างน้อยต้องทุก 2 ชั่วโมง และช่วยทำกายภาพบำบัด

5. ดูแลผิวหนังของผู้ป่วยด้วยการทาโลชั่น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง

6. จัดหาอาหารที่มีประโยชน์ และสารอาหารครบถ้วนให้แก่ผู้ป่วย โดยเน้นกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ อาหารปรุงสุก สะอาด หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด รสเผ็ด และอาหารหมักดองต่างๆ

7. ใช้แผ่นโฟมทางการแพทย์ปิดผิวหนังบริเวณที่เสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ

นอกจากแผลกดทับจะเกิดจากการที่ร่างกายไม่ได้ขยับเป็นเวลานานแล้ว ยังพบการอักเสบของผิวหนังจากการสัมผัสสิ่งขับถ่ายในผู้ป่วยที่นอนติดเตียง และใช้แพมเพิร์ส จึงเกิดการหมักหมมของสิ่งขับถ่ายอย่างอุจจาระ และปัสสาวะ พบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้ผิวหนังมีการอักเสบและแดง อาจมีการกัดกร่อน หรือเป็นแผลเปิดเลยก็ได้

การป้องกันผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสสิ่งขับถ่าย

1. ทำความสะอาดผิวด้วยน้ำเปล่า หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า pH 5.5 โดยเน้นการเช็ดแบบซับไม่ขัดถู เพื่อป้องกันผิวหนังถลอก หรือฉีกขาด



2. ทาโลชั่น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง

3. ทาวาสลีนก่อนจะใส่แพมเพิร์สให้ผู้ป่วย

4. ในกรณีที่ผู้ป่วยอยู่บ้าน ควรเลือกใช้แผ่นรองซับแทนแพมเพิร์ส เพื่อช่วยระบายอากาศ ไม่ปิดกั้นความชื้น สามารถประเมินผิวหนัง และเปลี่ยนแผ่นเมื่อมีการขับถ่ายได้ทันที

จะเห็นได้ว่าการเกิด “แผลกดทับ หรือผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสสิ่งขับถ่าย” นั้น สร้างความทุกข์ทรมานใจทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล ดังนั้น “การป้องกันไม่ให้เกิดแผลกดทับ หรือผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสสิ่งขับถ่าย” จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ผู้ดูแลจึงควรดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวมาข้างต้น ก็จะช่วยป้องกันการเกิดแผลกดทับผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสสิ่งขับถ่าย เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้ป่วย และผู้เกี่ยวข้องทุกคน

-----------------------------------------------------

แหล่งข้อมูล

คณะอนุกรรมการแผลกดทับ ฝ่ายการพยาบาล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

เมื่อผู้ป่วยมีแผลกดทับเกิดขึ้น จะทำให้มีความยากลำบากในการดูแล ผู้ดูแลเกิดความเครียด เกิดค่าใช้จ่ายในการดูแล และใช้เวลารักษาตัวในโรงพยาบาลมากขึ้น... 25 ธ.ค. 2560 10:56 28 ธ.ค. 2560 15:43 ไทยรัฐ