วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศูนย์มาบเอื้องชลบุรี ด่านอรหันต์ผู้ว่าฯ?

ศูนย์มาบเอื้องชลบุรี ด่านอรหันต์ผู้ว่าฯ?

  • Share:

“ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง” จังหวัดชลบุรี เป็นหนึ่งในสถานที่เรียนรู้การทำเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และชื่อนี้ยิ่งน่าสนใจมากยิ่งขึ้นจากเสียงเล่าลือที่ว่า “ถ้ารองผู้ว่าฯคนใดไม่ผ่านคอร์สอบรมจากที่นี่...ก็จะไม่ได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดเป็นผู้ว่าฯ” ขนาดนั้นเลยทีเดียวเชียว

พลิกข้อมูลเว็บไซต์ www.agrinature.or.th ปฏิทินกิจกรรมของศูนย์ฯ สำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจ ต้องการเข้าร่วมอบรมสามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรงจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ที่เป็นเครือข่าย

สำหรับ “ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง” ตั้งอยู่เลขที่ 114/1 หมู่ 1 ต.หนองบอนแดง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ภายในอาณาบริเวณประกอบด้วยอาคารห้องประชุมฝึกอบรม โรงนอนชาย...หญิง, เวทีคืนชีวิตให้แผ่นดิน, โรงอาหาร, สำนักงาน, ร้านค้าสวัสดิการ, สนาม, เกาะป่า, แปลงผัก, บ่อน้ำ, แปลงนา, ธนาคารข้าว, ธนาคารต้นไม้, จุดเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ฯลฯ โดยมี 9 ฐานเรียนรู้ที่สำคัญ...คนรักษ์แม่ธรณี, คนรักษ์ป่า, คนรักษ์น้ำ, คนรักษ์แม่โพสพ, คนเอาถ่าน, คนรักษ์สุขภาพ, คนมีไฟ, คนมีน้ำยา, คนติดดิน

ประวัติความเป็นมาจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ว่า “เศรษฐกิจของเราอยู่กับการเกษตรมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว รายได้ของประเทศได้มาใช้สร้างความเจริญด้านต่างๆ เป็นรายได้จากการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ จึงอาจกล่าวได้ว่าความเจริญของประเทศต้องอาศัยความเจริญของการเกษตรเป็นสำคัญและงานทุกๆฝ่ายจะดำเนินก้าวหน้าไปได้ ก็เพราะการเกษตรของเราเจริญ”

อาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร หนึ่งในผู้ก่อตั้งที่วันนี้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทรับราชการใกล้ชิดในหน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) สำนักนายกรัฐมนตรีกว่า 16 ปี

ได้สัมผัสกับชีวิตของ “เกษตรกร” ในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ได้พบกับปัญหาต่างๆไม่ว่าจะเป็น เรื่องที่ดินทำกิน ความยากจน ความรู้ในเรื่องการเกษตร ตลอดจนปัญหาสุขภาพ การศึกษาและอื่นๆ

ประกอบกับที่ได้ถวายการรับใช้พระองค์ท่าน ได้เห็นพระองค์ท่านทุ่มเทพระวรกาย กำลังทุนทรัพย์ อีกทั้งเวลาโดยส่วนใหญ่กับการพัฒนาค้นคว้าและทดลองในสิ่งต่างๆ ภายใต้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ทั้งการเลี้ยงสัตว์ การปลูกพืช การทำนาข้าว การปรับปรุงดินและน้ำ

การศึกษาการปลูกป่า พืชสมุนไพร การปลูกแฝก โรงสี และเทคโนโลยีชีวภาพ การวิจัยเรื่องพลังงานและโครงการอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งทรงลงมือปฏิบัติการด้วยพระองค์เอง

พระองค์ท่านทรงเน้นให้ประชาชนและเกษตรกรรู้จักพึ่งตนเอง จึงได้พระราชทานแนวคิดเรื่อง “ทฤษฎีใหม่เศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อเป็นหลักคิดให้กับทุกๆคน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อาจารย์วิวัฒน์ หรือ “อาจารย์ยักษ์” จึงได้รวบรวมกลุ่มคนในหลายๆอาชีพ

ที่มีแนวคิด แนวอุดมการณ์ในการที่จะฟื้นฟูประเทศ โดยการนำแนวคิดเรื่องทฤษฎีใหม่เศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ ให้ใช้กับการทำการเกษตรและการดำรงชีวิตให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน

รวมทั้งการรณรงค์ให้เกษตรกรเลิกใช้สารเคมี หยุดการพึ่งพาชาติตะวันตก และหันกลับมาพึ่งพาตนเองโดยใช้เทคโนโลยี...ภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่เคยสืบทอดกันมาเพื่อเน้นการทำเกษตรที่ยั่งยืนบนผืนแผ่นดินไทย

การรณรงค์ให้เกษตรกรหันมาทำการเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง ตามแนวพระราชดำริฯนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติให้เกษตรกรได้เห็นจริงจึงจะเข้าใจแนวคิดในการจัดตั้ง “ศูนย์ฝึกอบรมกสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง” จึงเกิดขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการเผยแพร่แนวความคิด ดำเนินให้เป็นไปตามเป้าหมายต่อไป

ฉายภาพตอกย้ำวัตถุประสงค์ หนึ่ง...เพื่อเป็นศูนย์ค้นคว้าวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการกสิกรรม การเพาะเลี้ยงสัตว์ การปศุสัตว์ การพลังงาน การแพทย์เภสัชกรรม การจัดการสิ่งแวดล้อม โดยใช้ภูมิปัญญา ตะวันออก สอง...เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรม ถ่ายทอด เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพให้กับเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ และประชาชน

สาม...เพื่อเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีประจำตำบลภายใต้โครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สี่...เพื่อเป็นสถานที่จัดทำแปลงสาธิตในเรื่องของการนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้กับสมุนไพร ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักสวนครัว นาข้าว เพื่อให้ความรู้และเป็นแปลงตัวอย่างให้กับกลุ่มเกษตรกรในท้องถิ่น...เกษตรอื่นๆที่สนใจ

ห้า...เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการเกษตรในอดีตโดยจะตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ชาวนาต่อไป หก...เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้กับผู้ที่สนใจด้านการเกษตรแบบธรรมชาติเข้าแวะชม แสวงหาความรู้

สุดท้ายข้อที่ เจ็ด...เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรมที่เปิดให้กับหน่วยงานองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนต่างๆ ที่สนใจใช้เป็นสถานที่จัดอบรมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรทุกประเภท

อาจารย์ยักษ์ แห่งมหา’ลัยคอกหมู เคยกล่าวไว้ว่า วิชาเศรษฐศาสตร์ปกติจะเรียนกัน 4 ปี จึงจบปริญญาตรีและหากเรียนต่อระดับปริญญาโทก็จะต้องเพิ่มเวลาอีก 2 ปี รวมเป็น 6 ปี จึงจะเข้าใจวิชาเศรษฐศาสตร์

เรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ก็เช่นกัน ต้องให้เวลาศึกษาอย่างจริงจังเพื่อทำความเข้าใจ แต่คนส่วนใหญ่ก็มักจะอยากได้ข้อมูลสำเร็จรูปมากกว่า

“เศรษฐกิจพอเพียงถ้าจะทำให้ย่อแบบเข้าใจได้ง่าย สามารถสรุปคุณลักษณะสำคัญของความพอเพียงคือ...พอดีกับตัวเรา พอดีกับฐานะและกำลังของเรา”

ถ้าเราเป็นคนตัวใหญ่แล้วเราจะตัดเสื้อ เสื้อก็ต้องตัวใหญ่ ถ้าเราตัวเล็กก็ต้องตัดเสื้อตัวเล็กให้พอดีกับตัวเรา อธิบายเป็นภาษาชาวบ้านง่ายๆแบบไม่ต้องตีความก็คือ...ทำอะไรก็ตามต้องพอดี จะกินก็ต้องพอดีจะอยู่ก็ต้องพอดี จะตัดเสื้อผ้าก็ต้องพอดี พอดีกับอะไร คำตอบก็คือ...พอดีกับตัวเรานั่นเอง

อาจารย์ยักษ์ ย้ำว่า ภาษาวิชาการอาจจะบอกว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” คือความพอประมาณ ความมีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตนก็ได้ แต่ที่สำคัญมากกว่าคำอธิบายคือการทำให้ความพอดีนั้นเกิดขึ้นได้จริง พระองค์ท่านตรัสว่ามีสองเงื่อนไขสำคัญที่จะนำมาซึ่งความพอเพียงคือ “ความรู้” และ “คุณธรรม”

กรณีเสียงเล่าลือที่ว่า “ถ้ารองผู้ว่าฯคนใดไม่ผ่านคอร์สอบรมจาก “ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง”...ก็จะไม่ได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดเป็นผู้ว่าฯ” นั้นก็อาจจะเป็นเรื่องที่พูดขยายกันไปเท่านั้น

หนึ่งในผู้ที่ให้ข้อมูลหลักสูตรฝึกอบรมบอกว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องพัฒนาจังหวัด ต้องมีหลักในการบริหาร...เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา การทำเกษตรแบบธรรมชาติ ปลอดสารเคมี 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องชนะใจตัวเองให้ได้เสียก่อน ต้องเข้าใจจริงๆ และรู้จริง กระทั่งนำไปปฏิบัติได้อย่างผู้ชำนาญการ ซึ่งความสำเร็จขึ้นอยู่กับแต่ละคน

“เกษตรธรรมชาติ ต้องค่อยๆปรับสมดุลไร่นาสู่ความเป็นธรรมชาติ แรกๆอาจจะลำบากอยู่สักหน่อย แต่ระยะยาว อนาคตไกลๆจะสบาย ถึงวันนี้ศูนย์มาบเอื้องฯอบรมมาแล้วกว่า 500 รุ่น น้อมนำศาสตร์พระราชามาเผยแพร่ ทำจริง เรียนรู้จริง สรุปแนวคิด...ต่างคนต่างทำด้วยตนเองแบบไม่มีสูตรสำเร็จ”

กระนั้นก็ตาม แนวทางการเกษตรธรรมชาตินั้น จะเดินหน้าไปได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไรในระดับนโยบายยังขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์ประเทศด้วยว่าจะเน้นหนักไปด้านไหน ถ้ามุ่งพุ่งเป้าไปที่ “ทุนนิยม” ภาคเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม...ก็แย่ ที่ต้องเน้นย้ำ...“ความพอเพียง” ต้องระเบิดมาจากข้างใน

ผู้เข้าอบรมแต่ละรุ่นอยู่ที่ 80-100 คน มีสัก 1 คน...ที่ “รู้” และ “ทำได้จริง” ก็เป็นเรื่องที่ดีแล้ว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้