วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟรังโกกับกษัตริย์สเปน

เมื่อวานผมรับใช้ว่า 1 ตุลาคม 2560 มีการลงประชามติที่แคว้นกาตาลุญญาและประกาศเอกราชเมื่อ 27 ตุลาคม 2560 หลังจากนั้น รัฐบาลกลางของสเปนปลดนายปุยเดอมองต์จากตำแหน่งประธานาธิบดีแคว้นกาตาลุญญา แกลี้ภัยไปเบลเยียม

21 ธันวาคม 2560 มีการเลือกตั้งท้องถิ่นที่รัฐบาลกลางเป็นคนจัด ผู้ชนะคือแนวร่วมพรรคการเมืองที่ต้องการประกาศเอกราชจากสเปน นำโดยพรรคประชาธิปไตยยุโรปกาตาลันของนายปุยเดอมองต์ ได้สมาชิกสภาแห่งชาติกาตาลุญญามากถึง 70 ที่นั่ง จากสมาชิกทั้งหมด 135 ที่นั่ง

แล้วก็ยังเล่าค้างไว้ถึงสงครามกลางเมืองสเปนระหว่าง ค.ศ. 1937-1938 ตอนนั้นผู้คนทั้งประเทศแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายพลเอกฟรันซิสโก ฟรังโก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหาร แม้จะมีคนน้อยกว่าแต่มีประสบการณ์การรบดีกว่า ตอนปลาย ค.ศ. 1938 ถึงต้น ค.ศ.1939 สเปนก็เป็นสนามทดลองอาวุธยุทโธปกรณ์ซึ่งเตรียมนำมาใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2

คนสเปนตายเพราะสงครามกลางเมืองมากกว่า 1 ล้านคน พลเอกฟรังโกยึดดินแดนทั้งประเทศได้ แนวร่วมประชาชนยอมรับความพ่ายแพ้และสงครามยุติเมื่อ 1 เมษายน ค.ศ. 1939 ฝ่ายชาตินิยมเผด็จการฟาสซิสต์ที่เป็นแนวร่วมแห่งชาติชนะอย่างงดงาม

บาร์เซโลนาซึ่งเป็นเมืองเอกของแคว้นกาตาลุญญาเป็นฐานที่มั่นสำคัญของพวกแนวร่วมประชาชน ผู้คนที่นี่เคยเป็นพวกสาธารณรัฐนิยม พวกแบ่งแยกดินแดน และกลุ่มประท้วงสังคม (ที่เคยต่อสู้กับแนวร่วมแห่งชาติ) เมืองบาร์เซโลนาเคยเป็นที่ทำการรัฐบาลของพวกแนวร่วมประชาชน เคยถูกระดมยิง เคยโดนทิ้งระเบิดจากทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ และเคยถูกยึดครองจากพวกแนวร่วมแห่งชาติในสงครามกลางเมือง

เมื่อพลเอกฟรังโกยึดอำนาจได้แล้ว แกก็ให้สเปนมีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว คือพรรคฟาลังเค มีนโยบายชาตินิยม ขยายจักรวรรดิ ต่อต้านคอมมิวนิสต์ และเชิดชูนิกายโรมันคาทอลิก แกเป็นทั้งหัวหน้าพรรค ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประมุขของประเทศ แกเคยให้สเปนร่วมกับเยอรมนีโจมตีรัสเซีย ต่อมาเยอรมนีแพ้สหประชาชาติลงมติไม่ให้สเปนเข้าเป็นสมาชิก แต่ตอนหลังมีบางประเทศบอกว่าสเปนช่วยต้านการแพร่ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์ในยุโรป นั่นแหละครับ สเปนจึงได้เป็นสมาชิกสหประชาชาติเมื่อ ค.ศ.1955

ค.ศ.1947 พลเอกฟรังโกประกาศว่าระบอบกษัตริย์ของสเปนที่สิ้นสุดไปเมื่อ ค.ศ.1931 จะได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่เมื่อตัวแกเองเสียชีวิตหรือไม่ได้เป็นประมุขของรัฐแล้ว ถ้าแกไม่ได้เลือกคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมขึ้นมาเป็นกษัตริย์ ก็ให้สภากอร์เตสเป็นผู้เลือก

ค.ศ.1969 พลเอกฟรังโกเป็นคนเสนอให้ฆวน การ์โลส ได้รับอิสริยยศเป็นเจ้าชายแห่งสเปน และให้ทำหน้าที่เป็นประมุขแห่งรัฐชั่วคราว 2 ครั้งในช่วงที่แกป่วย พลเอกฟรังโกถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ ค.ศ.1975 เจ้าชายฆวน การ์โลสก็ขึ้นเป็นกษัตริย์ทรงพระนามว่า สมเด็จพระราชาธิบดีฆวน การ์โลสที่ 1 แห่งสเปน หลังจากนั้นก็มีการเลือกตั้งตามแนวทางประชาธิปไตย มีการร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อ ค.ศ.1978 มีการระบุในรัฐธรรมนูญว่า สเปนเป็นประเทศสังคมประชาธิปไตย มีกษัตริย์ในระบบสืบสันตติวงศ์ปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญ

สมเด็จพระราชาธิบดีฆวน การ์โลสที่ 1 เป็นทั้งประมุข ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประธานสภาป้องกันสูงสุด สเปนยึดหลักอิสรภาพ ยุติธรรม เสมอภาค และมีความหลากหลายทางการเมือง มีภาษาราชการ 4 ภาษา คือ กัสติเลียน กาตาลัน กัลเยโก (กาลิเชียน) และบาสก์ (เอวสการา)

ค.ศ. 1979 สเปนให้สิทธิปกครองตนเองแก่กาตาลุญญาและบาสก์ ทั้ง 2 แคว้นนี้จึงมีสิทธิเลือกสมาชิกสภาของตัวเอง มีประธานาธิบดีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลท้องถิ่นของแคว้นตัวเอง แต่มีคนบางพวกในแคว้นบาสก์บอกได้แค่สิทธิปกครองตนเองยังไม่พอ เราต้องได้เอกราชอย่างสมบูรณ์ หลังจากนั้นก็ตั้งขบวนการการก่อการร้ายขององค์การเพื่อบ้านเกิดและเสรีภาพของบาสก์หรืออีทีเอ พวกอีทีเอนี่แรงครับ ฆ่าคนตายเยอะ แม้แต่นายกรัฐมนตรี พลเรือเอกลูอิส การ์เรโร บลังโก ก็เคยโดนระเบิดตายไปเมื่อ ค.ศ.1973

ค.ศ.1983 แคว้นต่างๆ ทั้ง 17 แห่ง จึงได้รับสิทธิปกครองตนเอง สเปนเป็นประเทศที่แปลกมาก ชื่อว่า ราชอาณาจักรมีกษัตริย์ปกครอง แต่มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น ให้แต่ละแคว้นมีสภาของตนเอง.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com