วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิทักษ์เยี่ยงชีพ

“เทคโนโลยีไม่เอื้อ แต่ใจสู้พึ่งได้” คงเป็นคำกล่าวที่เหมาะสมแก่กองทัพรัสเซีย กับปรากฏการณ์ “โชว์พละกำลัง” ส่งฝูงเครื่องบินรบอเนกประสงค์ Su–30SM ประกบพาหนะของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ระหว่างการเดินทางลงพื้นที่ ประเมินสถานการณ์สงครามกลางเมืองซีเรีย

แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค. แล้ว แต่เพิ่งมีการวิเคราะห์ไม่นาน ว่างานนี้มิใช่การอวดแสนยานุภาพเฉยๆ แต่เป็นเหตุผลด้านความปลอดภัยของตัวผู้นำ คุ้มครองกันอย่างเหนียวแน่น

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญความมั่นคงในสหรัฐฯระบุว่า เครื่องบินโดยสารของปูตินเป็นรุ่น ตูโปเลฟ TU–214PU ที่ขาดระบบป้องกันตัวเอง อย่างพลุความร้อน (แฟลร์) ระบบกวนคลื่นอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงระบบเลเซอร์รบกวนอินฟาเรด อย่างที่เครื่องแอร์ฟอร์ซวันของประธานาธิบดีสหรัฐฯมีอยู่

ด้วยเหตุนี้กองทัพอากาศรัสเซียจึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ใช้ฝูงบิน Su-30SM ขึ้นประกบ และผลัดกันสอดส่องมองพื้นดินด้วยสายตาว่ามีการยิงจรวดต่อต้านอากาศยานขึ้นมาหรือไม่

และที่ต้องใช้ถึง 4 ลำ เนื่องจากว่าเครื่องยนต์ไอพ่นของซูเป็นรุ่นที่ให้ความร้อนสูง เมื่อมาบินจ่อใกล้ๆก็จะช่วยพรางคลื่นความร้อนของเครื่องบินผู้นำ หากมีจรวดค้นหาความร้อนยิงมา ก็จะพุ่งใส่ฝูงบินชุดอารักขาก่อน

ขณะที่นักบินที่เปิดเผยชื่อว่า “ยูริ” กล่าวยืนยันเรื่องนี้ ว่าเป็นการอารักขาชนิด “เอาตัวเข้าแลก” ว่ามีอะไรพวกผมต้องโดนก่อน จนประธานาธิบดีปูตินต้องเข้ากล่าวขอบคุณจากใจ ว่าไม่ใช่แค่ประกบอย่างเดียว แต่ถึงขั้นบินเข้ามาอยู่ใต้ท้อง เป็นเกราะกำบังให้ตอนกำลังเตรียมลงจอด

อย่างไรก็ตาม จากกรณีใจถึงพึ่งได้ในครั้งนี้ ทำให้มีรายงานต่อมาว่า ทัพฟ้ารัสเซียก็มิได้นิ่งนอนใจ อยู่ระหว่างพัฒนาระบบเลเซอร์ยิงก่อกวนการตรวจจับของมิสไซล์ (DIRCM) นำมาติดตั้งบนฝูงบิน จึงน่าจับตาทีเดียว ว่าในเมื่อลูกบู๊ผสมผสานเทคโนโลยีแล้ว กองทัพรัสเซียจะแข็งแกร่งไปเพียงใดในอนาคต.

ตุ๊ ปากเกร็ด