วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


"เราทำได้" : คำพูดสร้างแรงบันดาลใจที่ส่งผลทั้งทางบวกและทางลบกับจิตใจ

โดย ครูเคท

เดี๋ยวนี้ เวลาจะไปเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มอะไรทั้งหลาย ครูเคทจะระมัดระวังในเรื่องการร่วมกระโดดโลดเต้นและตะโกนคำพูดปลุกกำลังใจต่างๆ ไม่ใช่เพราะแก่แล้วกระโดดไม่ไหวนะคะ แต่เพราะการที่จะป้อนข้อมูลอะไรเข้าไปในสมองของเรา ก็ควรจะมีสติก่อน อย่าเผลอให้คำพูดที่เราไม่ได้ตั้งใจฟัง หรือยังไม่ได้วิเคราะห์เลยว่าดีหรือไม่ดี แต่ได้ปล่อยให้คำพูดเหล่านั้น ฝังเข้าไปในจิตใต้สำนึกของเราเสียแล้ว 

คำพูดที่เป็นที่นิยมพูดสร้างแรงบันดาลใจในยุคนี้ก็คือ “เราทำได้” ความจริงคำพูดนี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มฮิต มีคนนำมาใช้ในการสร้างกำลังใจให้กับพนักงานบริษัท เวสติ้งเฮ้าส์ อิเล็คทริค ในแคมเปญ “We can do it.” ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1943 โดยใช้ภาพผู้หญิงหน้าตามุ่งมั่น พับศอกชูกำปั้นเห็นกล้ามเนื้อต้นแขน คนจึงเรียกแคมเปญนี้อีกชื่อหนึ่งคือ “Rosie the Riveter” หรือโรซี่ผู้มุ่งมั่น ซึ่งทำให้พนักงานผู้เห็นภาพนี้รู้สึกฮึกเหิมไปกับโรซี่ว่าฉันทำได้ และหากทุกคนมุ่งมั่นไปด้วยกัน เราทั้งบริษัทก็ทำได้ 

คำพูดสั้นๆ ง่ายๆ ประโยคนี้มีอิทธิพลต่อจิตใต้สำนึกของคนเรามากกว่าที่เราคิด เพราะคำพูดนี้มักจะไปสะกิดต่อมความต้องการพิสูจน์ให้ทั้งตัวเองและผู้อื่นเห็นถึงศักยภาพที่เรามีอยู่ แต่คนส่วนใหญ่มักกดมันเอาไว้ เพราะมักจะคิดว่าศักยภาพของเราด้อยกว่าคนอื่น หลายคนมักจะให้เหตุผลว่าไม่อยากเวอร์ ไม่อยากโอ้อวด กลัวคนหมั่นไส้ จริงๆ แล้วเหตุผลเหล่านี้เกิดจากการที่กังวลว่าจะเกิดการเปรียบเทียบกับผู้อื่นแล้วเรามีความเสี่ยงที่จะถูกประเมินว่าต่ำกว่าคนอื่น จะทำให้รู้สึกเสียความเชื่อมั่น พอกดความเชื่อที่มีต่อตัวเองว่าเราก็มีดีไม่แพ้คนอื่นเอาไว้นานๆ ในที่สุดตัวเราเองก็เลยพานเชื่อไปว่าเรานั้นเก่งสู้คนอื่นไม่ได้ หรือเห็นคนอื่นเก่งกว่านั่นเอง

เมื่อได้ยินคำพูดกระตุ้นการมองตัวเองที่ฝังไว้ในระดับจิตใต้สำนึกว่า “ฉันทำได้” หรือ “เราทำได้” ความเชื่อที่แท้จริงในศักยภาพของตัวเองก็ผุดขึ้น ทำให้เรารู้สึกฮึกเหิม อยากจะนำศักยภาพนั้นออกมาแสดงให้คนอื่นได้เห็นได้รับรู้นั่นเอง เรานำออกมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากเราถูกกระตุ้นให้ดึงศักยภาพในเรื่องต่างๆ ออกมา แต่ลึกๆ จริงๆ เราไม่มีศักยภาพนั้นจริงๆ มีแต่การถูกกรอกหูให้เชื่อว่าเรามีศักยภาพนั้นจริงๆ จึงทำให้จิตใต้สำนึกของเราก็จะเกิดอาการสับสน เกิดคำถามกับตนเองว่าเราทำได้จริงหรือ หรือเกิดความรู้สึกลบที่มีต่อตนเอง ซึ่งหากความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นมา แทนที่คำพูดสร้างแรงบันดาลใจจะช่วยปรับความคิดของเราที่มีต่อตัวเอง อาจให้ผลในทางตรงกันข้ามคือ ยิ่งตอกย้ำความด้อยความสามารถหรือไร้ศักยภาพของเรามากยิ่งขึ้นไปอีก

ดังนั้น ใครที่รู้ว่าตนเองเก่ง มีความสามารถด้านใดชัดเจน ก็จะได้รับผลในเชิงบวก แต่คนที่ยังหาตัวตนไม่เจอหรือมักตั้งคำถามกับตัวเอง ชอบเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น อย่างนี้ก็จะได้รับผลเชิงลบเสียมากกว่า จากนี้ไป เวลาเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม ขอให้ทำความเข้าใจกับตนเองให้ดี เห็นคุณค่าและความสามารถที่แท้จริงของตัวเอง โดยไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใคร อย่างนี้ประโยคสร้างแรงบันดาลใจข้างต้นจึงจะเป็นผลดีค่ะ และฝากถึงพ่อแม่ผู้ปกครองว่าการเผลอเปรียบเทียบลูกเรากับลูกเขา หรือเปรียบเทียบกันในพี่น้อง เช่น “ดูพี่เขาสิ...” จะส่งผลต่อมุมมองที่คนเรามีต่อตัวเองในอนาคต จึงควรพูดชมในสิ่งที่ลูกทำดี ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใคร เขาจะได้เติบโตมาไม่มีปมในใจค่ะ

ใครมีปัญหา ญาติพี่น้องติดกลุ่มลัทธิ ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน ติดโซเชียล ติดเกม panic และ phobia มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center ต้องการนัดคิว โทร. 0814581165 หรือเข้าไปฝากคำถามและแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer และ YouTube channels: Kate Inspirer ได้นะคะ

ไทยรัฐออนไลน์ ข่าวล่าสุด ข่าวด่วน ประเด็นร้อน

ครูเคท

ไทยรัฐออนไลน์ คุยกับเซเลป

เดี๋ยวนี้ เวลาจะไปเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มอะไรทั้งหลาย ครูเคทจะระมัดระวังในเรื่องการร่วมกระโดดโลดเต้นและตะโกนคำพูดปลุกกำลังใจต่างๆ ไม่ใช่เพราะแก่แล้วกระโดดไม่ไหวนะคะ แต่เพราะการที่จะป้อนข้อมูลอะไรเข้าไปในสมองของเรา... 24 ธ.ค. 2560 17:20 24 ธ.ค. 2560 17:36 ไทยรัฐ